เราทุกคนคือชนชั้นแรงงาน

by | May 5, 2023 | Articles บทความ, Featured ไทย, การประท้วง Protest, ประวัติศาสตร์ History, ไทย

โดย MULTITUDE


ในวันแรงงานสากล 1 พฤษภาคม หรือ International Workers’ Day ที่นิยมเรียกติดปากกันว่าวัน “May Day” เป็นวันที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองของ “ชนชั้นแรงงาน” อาจเรียกได้ว่ามันเป็นวันของพวกเราทุกๆ คนที่เป็นแรงงาน เราอาจจะเกิดคำถามขึ้นมาว่า “ฉันไม่ได้แบกอิฐแบกปูน ฉันทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ฉันจะเป็นชนชั้นแรงงานได้ยังไง?”

ข้อเขียน “เราทุกคนคือชนชั้นแรงงาน” จึงเขียนบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์การก่อกำเนิดของชนชั้นแรงงานในระบบทุนนิยมจากอดีตจนถึงการเป็นแรงงานร่วมสมัย และย้อนกลับไปถึงประวัติศาสตร์การเกิดขึ้นของวันแรงงานสากล พร้อมกับการต่อสู้ของขบวนการแรงงานในระดับนานาชาติจนถึงสถานการณ์ของขบวนการแรงงานไทยในปัจจุบัน เพื่อชี้ให้เห็นว่าทำไมเราทุกคนต้องเรียกตัวเองว่าเป็น “ชนชั้นแรงงาน” และทำไมเราจึงต้องออกไปร่วมเดินขบวนในวัน “May Day”

ประวัติศาสตร์ทั้งหมดที่ผ่านมาล้วนแต่เป็นประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ทางชนชั้น

สังคมมนุษย์เป็นสังคมที่มี “ชนชั้น” นับตั้งแต่ประวัติศาสตร์ของระบบทาส ระบบศักดินา จนถึงการเกิดขึ้นของระบบทุนนิยม ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เป็นระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการผลิตสินค้าหรือบริการเพื่อตอบสนองต่อตลาด โดยผลตอบแทนจากการผลิตนั้นคือสิ่งที่เรียกว่า “กำไร” รวมถึงความต้องการในการสะสมทุนให้มากขึ้นเรื่อยๆ ของนายทุน ระบบทุนนิยมเป็นระบบแห่งการแข่งขันเพื่อแสวงหาความมั่งคั่งหรือเลื่อนลำดับชั้นให้สูงขึ้นเรื่อยๆ หากจะนึกภาพให้ออกอย่างง่าย ๆ ขอให้เราทุกคนนึกถึงโครงสร้างแบบพีระมิดที่มนุษย์ทุกคนจะต้องตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปยังจุดสูงสุด และถีบให้คนที่ปีนขึ้นมาทีหลังไม่สามารถขึ้นมาได้

อย่างไรก็ตาม ระบบทุนนิยมไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เกิดขึ้นจากพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของมนุษย์ นับตั้งแต่สังคมเกษตรกรรมเกิดการล้อมรั้ว(enclosure) สร้างความเป็นเจ้าของในที่ดิน “ระบบกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล” (private property) จึงถือกำเนิดขึ้นมา เมื่อที่ดินกลายเป็นสิ่งที่มีเจ้าของ ชนชั้นชาวนาในระบบเกษตรกรรมที่ทำนาหาเลี้ยงชีพ ก็กลายมาเป็นแรงงานของชนชั้นเจ้าที่ดิน ชาวนาต้องทำการผลิตเพื่อส่งผลผลิตให้กับเจ้าที่ดิน ระบบทุนนิยมยุคแรกจึงไม่ใช่ ”ทุนนิยมอุตสาหกรรม” (industrial capitalism) แต่เป็น “ทุนนิยมเกษตรกรรม” (agrarian capitalism) ซึ่งการแบ่งแยกชนชั้นออกเป็นชนชั้นไร้ปัจจัยการผลิตซึ่งก็คือชนชั้นแรงงานกับชนชั้นที่มีปัจจัยการผลิตคือชนชั้นเจ้าที่ดินและชนชั้นนายทุนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในเกษตรกรรม”1หน้า 27 เอกสารประมวลวิชา อุตสาหกรรมและแรงงาน (Industry and Labour)

แม้สังคมทุนนิยมจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ยุคเกษตรกรรม แต่เมื่อการปฏิวัติระบบอุตสาหกรรมมาถึง พร้อมๆ กับการก่อสร้างสถานที่ที่เรียกว่า ”โรงงาน” เพื่อทำการผลิตสินค้าไปขายในตลาดที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น ความเป็นสังคมชนชั้นในระบบทุนนิยมจึงมีความเข้มข้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมทุนนิยมอุตสาหกรรม ได้เกิดการสร้างชนชั้นขึ้นมา 2 ชนชั้น ได้แก่ “ชนชั้นนายทุน” หรือผู้ที่เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต เช่น วัตถุดิบ เครื่องจักร สถานที่ และชนชั้นไร้ปัจจัยทางการผลิต แต่เป็นผู้ที่มีกำลังแรงงาน หรือที่เราเรียกกันว่า “ชนชั้นแรงงาน”

ความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นนายทุนกับชนชั้นแรงงานในสังคมอุตสาหกรรม ได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งและความไม่เท่าเทียมกัน ชนชั้นนายทุนจ่ายค่าจ้างหรือค่าแรงให้กับแรงงานในการผลิตสินค้าเพื่อสร้างผลกำไรให้กับนายทุน เพื่อที่นายทุนจะได้ “สะสมทุน” หรือสร้างความมั่งคั่งได้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่คุณภาพชีวิตของแรงงานกลับต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ทั้งการทำงานหนักหรือการทำงานเกินเวลา ค่าแรงที่ได้รับในระดับต่ำหรือไม่เพียงพอเหมาะสมกับการดำรงชีวิต อุบัติเหตุหรือความเสี่ยงจากการทำงาน หรือการถูกเอารัดเอาเปรียบอีกมากมาย เพื่อแลกกับค่าจ้างและการมีชีวิตรอด แต่สภาพการมีชีวิตเช่นนี้ ได้สร้างความไม่พอใจให้กับแรงงาน

เมื่อชนชั้นแรงงานรับรู้ถึงการถูกเอาเปรียบหรือที่เราเรียกกันว่า “การขูดรีด” (exploitation) จากระบบทุนนิยม และแรงงานได้เริ่มต้นตอบโต้ต่อสิ่งที่ตนเองถูกกระทำจากชนชั้นนายทุน กลุ่มแรงงานจึงรวมตัวกันเพื่อก่อตั้ง “สหภาพแรงงาน” เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการต่อสู้เรียกร้องคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของแรงงาน สหภาพแรงงานได้ทำการต่อสู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ทั้งการนัดหยุดงาน การเดินขบวนประท้วง หรือการต่อต้านในชีวิตประจำวัน และรวมตัวกันเป็น “ขบวนการแรงงาน” ในเอกสารประมวลวิชา อุตสาหกรรมและแรงงาน ได้เขียนอธิบายถึงลักษณะของขบวนการแรงงานไว้ว่า

“โดยทั่วไป เป้าหมายของขบวนการแรงงานคือ การปกป้องความมั่นคงในการทำงานหรือเงื่อนไขการจ้างของแรงงานด้วยกัน ซึ่งอาจประกอบด้วยผลประโยชน์ระยะสั้น เช่น ปัญหาปากท้อง หรือชีวิตความเป็นอยู่ การต่อสู้ในเรื่องของกฎหมาย เช่น สวัสดิการ การศึกษา การเดินทาง ขนส่ง ชีวิตหลังวัยทำงาน และเป้าหมายที่ไกลที่สุดคือ การต่อสู้เพื่อสังคมที่ดี เช่น ประชาธิปไตยที่เอื้อชีวิตที่ดีแก่แรงงาน คัดค้านการเมืองที่ไม่เอื้อต่อประชาธิปไตย หรือแม้แต่การต่อสู้เพื่อสังคมนิยม เป็นต้น เช่น ในกลุ่มแรงงานที่ก้าวหน้ามากๆ หรือซ้ายจัดมากๆ อาจมีเป้าหมายไปสู่การโค่นล้มระบบทุนนิยมและความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น และผลักดันการเป็นคอมมิวนิสต์”2หน้า 47 เพิ่งอ้าง

การเกิดขึ้นของวันแรงงานสากล

การต่อสู้หลักๆ ของแรงงาน เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งในประวัติศาสตร์ แต่การต่อสู้ครั้งสำคัญที่ก่อให้เกิดเป็นวันแรงงานสากล คือ การนัดหยุดงานทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา เพื่อเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายจำกัดชั่วโมงการทำงานไม่ให้เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน ในวันที่ 1 พฤษภาคม ปี 1886 จนเกิดเป็นเหตุการณ์นองเลือดจากการปราบปรามอย่างหนักโดยรัฐบาลที่ร่วมมือกับชนชั้นนายทุน เวลาต่อมาในที่ประชุมของตัวแทนพรรคคอมมิวนิสต์และสหภาพแรงงานทั่วโลกที่รู้จักกันในนาม “สากลที่สอง” (The Second International) ได้ลงมติให้มีการประกาศนัดหยุดงานของกรรมกรและออกมาเดินขบวนแสดงพลังของชนชั้นแรงงานทั่วโลกในวันที่ 1 พฤษภาคม เพื่อเป็นการเรียกร้องให้หลักการทำงานไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวันได้รับการนำไปปฏิบัติกับกรรมกรทั่วโลก3อะไรคือต้นกำเนิดของวันเมย์เดย์? ประชาไท https://prachatai.com/journal/2018/04/76657

ขณะเดียวกัน โรซา ลักเซมเบิร์ก นักปฏิวัติคนสำคัญในประวัติศาสตร์สังคมนิยม ได้เขียนงานสั้นๆ ที่มีชื่อว่า “อะไรคือต้นกำเนิดของวันเมย์เดย์?” (What Are the Origins of May Day) โรซาพาเราย้อนกลับไปสืบประวัติการก่อกำเนิดขึ้นของวันเมย์เดย์ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ในปี 1886 โรซาได้เล่าว่า การรวมตัวกันเพื่อต่อสู้เรียกร้องเวลาในการทำงานไม่เกิน 8 ชั่วโมง เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกที่ออสเตรเลีย ในวันที่ 21 เมษายน ปี 1856 หลังจากนั้นขบวนการแรงงานได้รวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ และจัดงานอีกครั้งในปีต่อๆ มา จนกลายเป็นที่มาของการนัดหยุดงานในสหรัฐฯ วันที่ 1 พฤษภาคม 1886 และกลายเป็นวัน May Day โรซาแสดงความคิดเห็นไว้ว่า

“จะว่าไปแล้ว, อะไรเล่าที่จะสามารถทำให้กรรมกรมีความกล้าหาญและศรัทธาในพลังของตนเองขึ้นมา ถ้าไม่ใช่การรวมพลกันหยุดงานซึ่งพวกเขาได้ตัดสินใจทำกันด้วยตนเอง? อะไรเล่าที่จะสามารถทำให้ผู้ที่เป็นทาสตลอดกาลในโรงงานและห้างร้านต่างๆมีความกล้าหาญขึ้นมา ถ้าไม่ใช่การชุมนุมกันของกองกำลังตนเอง? ด้วยเหตุนี้, แนวคิดที่ว่าด้วยการเฉลิมฉลองของกรรมาชีพจึงได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็ว และมันได้เริ่มแพร่กระจายจากออสเตรเลียไปยังประเทศอื่นๆ จนกระทั่งมันได้ยึดครองโลกทั้งใบของกรรมาชีพในที่สุด.”4เพิ่งอ้าง

ทุกๆ วันที่ 1 พฤษภาคม จึงเป็นวันที่แรงงานนัดรวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองและต่อสู้เรียกร้องกับระบบทุนนิยม ขบวนการแรงงานกลายเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เข้มแข็ง จนส่งผลกระทบไปทั่วทั้งโลกในศตวรรษที่ 19-20 จวบจนศตวรรษที่ 21 ขบวนการแรงงานเป็นขบวนการที่ผูกโยงกับแนวคิดแบบสังคมนิยมที่เรียกร้องความเสมอภาคทางสังคมให้กับคนทุกคน หรือสร้างอำนาจให้กับชนชั้นแรงงานที่จะลุกขึ้นมากำหนดชีวิตของตนเอง จนไปถึงชนชั้นแรงงานได้กลายเป็นแนวหน้าของการปฏิวัติหรือมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ๆ หลายครั้งในประวัติศาสตร์ทั่วโลก

การเปลี่ยนแปลงของระบบทุนนิยมที่ส่งผลกระทบต่อขบวนการแรงงาน

แม้ขบวนการแรงงานจะมีความเข้มแข็ง เนื่องจากสภาพการทำงานในโรงงานที่ทุกข์ยากลำบาก ได้ก่อให้เกิดจิตสำนึกทางชนชั้นของแรงงานขึ้น จนรวมตัวกันกลายเป็นขบวนการแรงงานที่ทำการเคลื่อนไหวต่อต้านการขูดรีดของชนชั้นนายทุนและระบบทุนนิยม แต่ในปัจจุบัน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของระบบทุนนิยมอุตสาหกรรม (industrial capitalism) ที่มุ่งเน้นการใช้แรงงานร่างกายในการผลิตวัตถุ (material) โดยทำการผลิตในโรงงาน ไปสู่ระบบทุนนิยมหลังอุตสาหกรรม (post-industrial capitalism) ที่ผลิตสร้าง “อวัตถุ” (immaterial) ซึ่งหมายถึง การผลิตสร้างระบบภาษา สัญญะ ความหมาย อารมณ์ความรู้สึก และความรู้5หน้า 75 เอกสารประมวลวิชา อุตสาหกรรมและแรงงาน (industry and Labour) นอกโรงงานอุตสาหกรรมแบบเดิม

“ซึ่งในระบบทุนนิยมแบบนี้ แรงงานและรูปแบบของงานได้เปลี่ยนแปลงไป การผลิตวัฒนธรรมและระบบความหมายกลายเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น การผลิตและการคิด/สร้างสรรค์เป็นสิ่งเดียวกันมากขึ้นเรื่อยๆ และงานของแรงงานไม่ใช่การผลิตแค่รองเท้า หรือวัตถุอื่นๆ แต่แรงงานจำนวนหนึ่งเริ่มทำงานคล้ายกับศิลปิน เช่น งานบริการที่ผลิตสร้างความรู้สึก งานสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม งานเขียน งานโฆษณา งานที่สร้างความหมายให้กับตัวสินค้า เป็นต้น”6เพิ่งอ้าง

การผลิตอวัตถุ (immaterial) เป็นคำอธิบายที่ทำให้แนวคิดที่ว่า “เราทุกคนคือแรงงาน” ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในระบบทุนนิยมหลังอุตสาหกรรม ไม่มีใครที่ไม่มีส่วนร่วมกับกระบวนการผลิตในระบบทุนนิยม การผลิตได้ย้ายจากโรงงานมาอยู่ในตัวเรา ตัวเรากลายเป็นทั้งกำลังแรงงาน สินค้า เครื่องจักร หรือเป็นปัจจัยการผลิตภายในตัวเอง ตัวเรากลายเป็นสิ่งที่สร้างมูลค่าให้กับระบบทุนนิยม ผ่านการใช้แรงงานที่อยู่นอกโรงงานอุตสาหกรรม การทำการผลิตไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมอีกต่อไป แต่กระทำได้ในทุกที่และทุกเวลา และกระทำการผ่านการมีชีวิตของเรา

ขณะเดียวกัน แรงงานอวัตถุ หรือจะเรียกว่า แรงงานฟรีแลนซ์ แรงงานสร้างสรรค์ แรงงานรับจ้างเป็นครั้งๆ ไป ฯลฯ ที่ไม่มีเวลาหรือสถานที่ในการทำงานที่แน่นอนตายตัว กลับต้องเผชิญหน้ากับสภาวะที่ไร้ความมั่นคงหรือความไร้เสถียรภาพ คล้ายกับคนตกงาน การเป็นแรงงานรูปแบบนี้ถูกแทนที่ด้วยความคิดแบบ “ผู้ประกอบการ” ที่จะต้องจัดการบริหารสิ่งต่างๆ ด้วยตัวของตัวเอง พร้อม ๆ กับการขยายตัวของลัทธิเสรีนิยมใหม่ ที่ทำลายรัฐสวัสดิการ ทำลายสหภาพแรงงาน ทำให้แรงงานหลงเหลือเพียงปัจเจกบุคคลที่จะต้องรับผิดชอบชีวิตของตนเองอยู่เพียงผู้เดียว

แรงงานทุกคนกำลังเผชิญหน้าอยู่บนโลกที่ไร้ซึ่งฐานใดๆ รองรับ เมื่อไม่มีการจ้างงาน เมื่อเราต้องตกงาน เมื่อเราถูกเบี้ยวหรือกดค่าแรง เมื่อเวลาในการทำงานกับเวลาในการใช้ชีวิตของเราไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เมื่อเราต้องจ่ายค่าเช่าหอพักหรือค่าเช่าบ้าน เมื่อเราต้องจ่ายหนี้เป็นจำนวนมาก เมื่อเราต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟค่าข้าวค่ากิน หรือบริโภคสิ่งที่จะทำให้เราหลุดออกจากโลกของการทำงานอันเหนื่อยล้า เพียงชั่วครู่ เพื่อตื่นไปทำงานอีกครั้ง แรงงานทุกคนกำลังเผชิญหน้ากับสังคมที่มุ่งสู่การแข่งขันกันอย่างบ้าคลั่งเพื่อมุ่งไปสู่โลกแห่งความสำเร็จ แรงงานที่พ่ายแพ้ให้กับการแข่งขันนี้ ต้องป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรือเป็นเพียงไอ้ขี้แพ้ คล้ายกับว่าเราเกิดมาเพื่อทำงานแล้วตายไป คงไม่มีอนาคตที่สดใสของโลกใบนี้รอคอยเราอยู่อีกแล้ว

ขบวนการแรงงานสากลจนถึงขบวนการแรงงานไทยในปัจจุบัน

แม้สถานการณ์ของระบบทุนนิยมในปัจจุบัน อาจจะฟังดูเลวร้าย แต่ในขณะเดียวกัน หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต การต่อสู้ของขบวนการแรงงานในศตวรรษที่ 21 ยังคงเกิดขึ้นอยู่เสมอ ภายใต้ระบบทุนนิยมและลัทธิเสรีนิยมใหม่ที่แผ่ขยายไปทั่วโลก ได้เกิดการลุกขึ้นต่อต้านของขบวนการฝ่ายซ้ายมาโดยตลอด จนถึงปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น เหตุการณ์การประท้วงใหญ่ในฝรั่งเศสเกี่ยวกับการปฏิรูประบบบำนาญ กลุ่มฝ่ายซ้ายได้ออกมาเคลื่อนไหวกันเป็นจำนวนมาก, สหภาพแรงงานในอังกฤษนัดหยุดงานครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี เรียกร้องการขึ้นค่าแรง, คลื่นสีชมพู(Pink Tide) หรือกระแสสังคมนิยมในลาตินอเมริกา, ขบวนการนักศึกษาฝ่ายซ้ายและขบวนการอนาธิปไตยในอินโดนีเซีย, พรรคคอมมิวนิสต์ในอินเดีย ขบวนการนักศึกษาฝ่ายซ้ายใน JNU, กระแสสังคมนิยมและพรรคคอมมิวนิสต์ในเนปาลที่ต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน ฯลฯ

ขบวนการแรงงานหรือขบวนการฝ่ายซ้ายในระดับโลก ได้เกิดการต่อสู้กันอย่างเข้มข้นกับระบอบทุนนิยม หากแต่ขบวนการแรงงานไทยกลับอยู่ในสภาวะอ่อนแอ เราอาจย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ได้ตั้งแต่การปราบปรามขบวนการฝ่ายซ้ายอย่างรุนแรง ในยุค 6 ตุลา 19 การล่มสลายของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หรือการที่สหภาพแรงงานไปจับมือกับฝ่ายขวาเพื่อทำรัฐประหารปี 49 การเคลื่อนไหวที่ถูกนำโดยองค์กรภาคประชาสังคมหรือขบวนการทางสังคมแบบใหม่ ที่ไม่พูดถึง “การเมืองชนชั้น” หรือวิพากษ์ระบบทุนนิยม จนทำให้ขบวนการทางการเมืองไทยร่วมสมัย กลายเป็นการเมืองของขบวนการแบบเสรีนิยม เป็นต้น

จากตัวเลขสถิติ ขบวนการแรงงานในประเทศไทยถือว่าเป็นขบวนการแรงงานที่มีขนาดเล็กมากในเชิงปริมาณเรามีผู้ใช้แรงงานเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานในอัตราส่วนที่ถือได้ว่าต่ำสุดในโลกเลยทีเดียวคือมีแรงงานเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน 614,312 คน7ได้เวลาทบทวนนิยาม “ขบวนการแรงงาน” ในประเทศไทย https://prachatai.com/journal/2021/01/91115 สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความอ่อนแอของขบวนการแรงงานไทย กระทั่งสหภาพแรงงานยังมีจำนวนน้อยมาก อีกทั้งสหภาพแรงงานกลายเป็นองค์กรที่เรียกร้องเพียงปัญหาปากท้อง จนไม่นำไปสู่การกลายเป็น “สหภาพแรงงานที่เป็นขบวนการทางสังคม” (Social Movement Unionism) รวมไปถึงการไร้ซึ่งสิ่งที่เรียกว่า “ขบวนการฝ่ายซ้าย” เนื่องจากแนวคิดแบบสังคมนิยมยังไม่กลายเป็นแนวคิดกระแสหลักที่จะเข้าไปปะทะกับการต่อสู้ทางอุดมการณ์ของฝ่ายเสรีนิยมและอนุรักษ์นิยม

แต่ในปัจจุบันกระแสการเคลื่อนไหวของขบวนการแรงงานหรือกลุ่มที่มีแนวคิดฝ่ายซ้าย เริ่มค่อย ๆ กลับมาอีกครั้ง ทั้งการเกิดขึ้นของข้อเสนอ RT จวบจนการกลายเป็นกลุ่มก้อนต่างๆ หลังปี 63 ตั้งแต่สหภาพคนทำงาน, สหภาพแรงงานสร้างสรรค์, พรรคสังคมนิยมแรงงาน(SWT), TUMS, ดินแดง, Food Not Bombs CNX, สหภาพบาริสต้าเชียงใหม่, Multitude ฯลฯ การเกิดขึ้นของกลุ่มขบวนการแรงงานหรือกลุ่มฝ่ายซ้ายร่วมสมัยค่อย ๆ เกิดขึ้น ท่ามกลางกระแสสัจนิยมการเมืองไทยที่การเมืองไทยเป็นไปได้แค่การเมืองแบบเสรีนิยมและอนุรักษ์นิยม แนวคิดแบบสังคมนิยมเป็นคลื่นใต้น้ำที่กำลังขยายตัวขึ้นอย่างช้า ๆ จากปัญหาของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่เราทุกคนกำลังเผชิญ แนวคิดแบบสังคมนิยมจึงได้รับการกลับมาพูดถึงอีกครั้ง

ชนชั้นแรงงานกับการร่วมเดินขบวนในวัน May Day ปีนี้และต่อจากนี้

นับตั้งแต่ประวัติศาสตร์การเกิดขึ้นของ “ชนชั้น” ในระบบทุนนิยมเกษตรกรรมจนถึงการเกิดขึ้นของระบบทุนนิยมอุตสาหกรรมที่เอารัดเอาเปรียบชนชั้นผู้ไร้ปัจจัยการผลิตอย่างรุนแรง จนปะทุกลายเป็นขบวนการเคลื่อนไหวของชนชั้นแรงงานสู่การเกิดขึ้นของวันแรงงานสากลในประวัติศาสตร์ มาถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบทุนนิยมหลังอุตสาหกรรมและลัทธิเสรีนิยมใหม่ที่ทำลายความเข้มแข็งของขบวนการแรงงานลง แต่สภาพย่ำแย่ของโลกทุนนิยมไม่อาจสามารถหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของแรงงานทั้งในระดับสากลและในสังคมไทยได้

วันที่ 1 พฤษภาคม หรือวัน May Day ปีนี้ จึงเป็นอีกวันหนึ่งที่กระแสการต่อสู้ของขบวนการแรงงานด้วยแนวคิดแบบสังคมนิยม ที่พูดความถึงเสมอภาค ความร่วมแรงร่วมใจ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จะกลับมาอีกครั้ง การเมืองแบบรัฐสภาที่จะต้องมี “ตัวกลาง” ในการแก้ไขปัญหา อาจไม่ใช่วิธีการต่อสู้ทางการเมืองของขบวนการแรงงานเพียงวิธีการเดียว แต่การรวมตัวกันเพื่อจัดตั้งสหภาพแรงงานที่เป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง การสร้างกลุ่มศึกษาสังคมนิยมเพื่อมองหาข้อถกเถียงหรือบทสนทนาสำหรับความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ทางการเมือง ทั้งการต่อสู้ในระดับชีวิตประจำวันที่พูดถึงปัญหาของระบบทุนนิยมที่เราทุกคนกำลังเผชิญอยู่ การประกาศถึงความปรารถนาที่เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้นมากกว่านี้ ผ่านการรวมตัวกันของ “ชนชั้นแรงงาน” เป็นทางออกสำหรับขบวนการแรงงานในปัจจุบัน

พบกันวันที่ 1 พฤษภาคม ทั่วท้องถนนที่สร้างขึ้นจากน้ำมือของแรงงาน ทั้งในปีนี้ และในปีถัดไป และในทุกๆ ปี จนกว่าชนชั้นแรงงานจะกำหนดชะตากรรมของตนเองได้ การต่อสู้ของแรงงานจะเกิดขึ้นในทุกวัน ทุกเวลา ทุกวินาที และทุกสถานที่ เพราะเราไม่มีอะไรจะสูญเสียนอกจากโซ่ตรวน เพราะเราทุกคนคือชนชั้นแรงงาน


This article is written by Multitude (Radical Socialist Movement in CNX)
Follow the author at Facebook

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and...

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?

ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าความเป็นอิสระและเสรีภาพ

ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าความเป็นอิสระและเสรีภาพ

ปัญญาชนและนักกิจกรรมหญิงจากทั่วเอเชียรวมตัวกันเพื่อเปิดเผยความจริงเพียงหนึ่งเดียว: ฐานทัพทหารสหรัฐฯ ที่กระจายอยู่ทั่วทวีปไม่ได้ปกป้องคนของพื้นที่ แต่เป็นการนำสงครามมาสู่แผ่นดิน ทำลายล้างดินแดน และคร่าชีวิตผู้คนไปมากมายเพื่อราคา

ประเทศไทยยุคปลาย 

ประเทศไทยยุคปลาย 

ในปี 2474 ผู้คนได้พูดถึง “สยามยุคปลาย” บ้างไหม? จากการค้นหาอย่างคร่าวๆ ใน Google ดูเหมือนว่าผู้คนจะพูดถึง “ทุนนิยมยุคปลาย” มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่นานมานี้ ขณะวางแผนกับเพื่อนๆ ในกรุงเทพฯ เราต้องคำนึงถึงเรื่องสะพานถล่มในแผนอาหารค่ำของเราด้วย ไม่ใช่แค่สะพานเท่านั้นที่ถล่ม เครนล้มทับรถไฟ รถบัสระเบิด อาคารพังทลาย โกดังระเบิด นี่กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

Late Stage Thailand

Late Stage Thailand

In 1931 did people talk about Late-stage Siam? Given a cursory Google search people seem to be increasingly talking about Late-stage Capitalism (ทุนนิยมขั้นปลาย). Recently, when making plans with friends in Bangkok, we had to factor bridge collapses into our dinner plans. It’s not just bridges that collapse, cranes fall on trains, buses explode, buildings crumble into the ground, warehouses explode. This has become quite routine.