ศูนย์กลางแรงโน้มถ่วงของเศรษฐกิจโลกเคลื่อนตัวสู่เอเชีย

by | Nov 3, 2025 | Articles บทความ, Tricon Newsletter, ไทย

<เหงียน ฟาน ชานห์ (เวียดนาม) ภาพตลาด 1937>

แด่สหาย

สวัสดีและทักทายจากโต๊ะทำงานของไตรทวีป: สถาบันวิจัยทางสังคม

ในวันสุดท้ายของเดือนตุลาคม 2025 ผู้นำจาก 21 ประเทศสมาชิกกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) จะประชุมกันที่เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดครั้งที่ 33 ของเอเปค นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1989 ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เอเปคได้ส่งเสริมการสร้างเขตการค้าเสรีและเปิดกว้าง ซึ่งเป็นแนวคิดที่ร่างขึ้นโดยเป้าหมายโบกอร์ ซึ่งได้รับมาจากการประชุมสุดยอดที่ประเทศอินโดนีเซียในปี 1994

เอเปกเป็นผลผลิตของยุคสมัย ประการแรก เอเปกเกิดขึ้นในฐานะเครื่องมือของสภาความร่วมมือเศรษฐกิจแปซิฟิกของญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคหลังจากข้อตกลงพลาซา (1985) ทำให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นเทียบกับดอลลาร์ ประการที่สอง เอเปกถูกออกแบบขึ้นระหว่างการเจรจารอบอุรุกวัย (1986-1994) ภายใต้ความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า ซึ่งจบลงด้วยการก่อตั้งองค์การการค้าโลก นี่คือยุคแห่งการเปิดเสรีทางการค้า เมื่อสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรกลุ่ม G7 ซึ่งหลงใหลกับความรู้สึกว่าประวัติศาสตร์ได้สิ้นสุดลงแล้วและทุกประเทศจะโคจรรอบสหรัฐฯ ไปชั่วนิรันดร์ ผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ เปิดเศรษฐกิจให้กับบรรษัทจากกลุ่มนอร์ทแอตแลนติกและญี่ปุ่น สหรัฐฯ หวังว่าสนธิสัญญามาสทริชต์ (1993) ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งสหภาพยุโรป จะส่งผลให้เกิดความตกลงการค้าเสรีข้ามแอตแลนติก (แม้สิ่งนี้จะไม่เคยเกิดขึ้นจริง) และหวังว่าความตกลงการค้าเสรีนอร์ทแอตแลนติก (ค.ศ. 1994) จะผนวกแคนาดาและเม็กซิโกเข้ากับสหรัฐฯ อย่างถาวร

<เล้ง เซคคอน (กัมพูชา), พนมเปญใหม่, 2010.>

เป็นเวลาหลายปีที่สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเปคและผลักดันเขตการค้าเสรีที่จะเปิดโอกาสให้บริษัทต่างๆ ของสหรัฐฯ มีอำนาจเหนือภูมิภาค เป้าหมายโบกอร์ปี 1994 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้ แต่ล้มเหลวด้วยเหตุผลหลายประการ รวมถึงความกังวลภายในประเทศว่าศักยภาพทางอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตของเอเชียจะเหนือกว่าสหรัฐอเมริกา ในปี 2005 มีสี่ประเทศ (บรูไน ชิลี นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์) ลงนามในข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์ภาคพื้นแปซิฟิก ซึ่งได้เพิ่มประเทศอีกแปดประเทศ (ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก เปรู สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม) ภายในปี 2013 แต่ข้อตกลงนั้นน้อยเกินไปและสายเกินไป วิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2008 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงไปทั่วโลกใต้ ซึ่งเริ่มตระหนักถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ และความจำเป็นในการสร้างทางเลือกทางการค้าและการพัฒนาแบบใต้-ใต้

ในปี 2007 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงิน จีนมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสามของโลกแล้ว และในปี 2010 จีนแซงหน้าญี่ปุ่นขึ้นเป็นเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสอง ปัจจุบัน จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดในบรรดาประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึง 13 ประเทศจากทั้งหมด 21 ประเทศสมาชิกเอเปค หลังจากวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2008 ประเทศแถบแปซิฟิกใต้ได้ลดความสำคัญของการบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีกับสหรัฐอเมริกาลง และเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงหุ้นส่วนทางการค้าภาคพื้นแปซิฟิกในปี 2017 ประเทศที่เหลือยังคงเจรจากันต่อไปโดยไม่มีวอชิงตันเข้าร่วม สิบในสิบเอ็ดประเทศที่ลงนามในข้อตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางการค้าภาคพื้นแปซิฟิก ซึ่งเกิดขึ้นจากการหารือเหล่านี้ เป็นสมาชิกเอเปค

<คิม อิน ซก (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี), อาบฝนที่ป้ายรถเมล์, 2016.>

ในการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ในปี 2011 สมาชิกบางประเทศได้หารือถึงความเป็นไปได้ของข้อตกลงการค้าเสรีที่มีเอเชียเป็นศูนย์กลาง การเจรจาดำเนินไปด้วยความมั่นใจว่าสมาชิกอาเซียนทั้งสิบประเทศ รวมถึงจีนและอินเดีย จะเป็นเสาหลักให้กับเครือข่ายการค้าที่สำคัญ ในที่สุดอินเดียก็ถอนตัว แต่ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งสิบประเทศ รวมถึงจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ยังคงอยู่ในกระบวนการเจรจา ในปี 2020 ประเทศเหล่านี้ได้ลงนามในความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งเป็นกลุ่มการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากรเกือบหนึ่งในสามของโลก (2.3 พันล้านคน) และคิดเป็น 28% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของโลก เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว สหภาพยุโรปมีสัดส่วนประมาณ 18% ของ GDP โลก ขณะที่ ความตกลงทางการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) มีสัดส่วนประมาณ 30% ของ GDP โลก โดยที่ RCEP ได้บรรลุ ‘การค้าเสรีและเปิดกว้าง’ ซึ่งเป็นสิ่งที่เอเปคปรารถนาที่จะบรรลุด้วยเป้าหมายโบกอร์ ในขณะที่สหรัฐอเมริกายังคงเดียวดาย

แต่สหรัฐฯ ยังคงรักษาเครื่องมืออย่างน้อยสองอย่างเพื่อใช้อำนาจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ได้แก่ เอเปค ซึ่งในปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเวทีเศรษฐกิจเท่าใดอีกแล้ว แต่เป็นเครื่องมือสำหรับสหรัฐฯ ในการควบคุมพันธมิตรชาวเอเชีย และอีกอย่างคือ RIMPAC (การฝึกทางเรือริมวงแหวนแปซิฟิก) ซึ่งเป็นหน่วยงานทางทหารของสหรัฐฯ RIMPAC ก่อตั้งขึ้นในปี 1971 โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างสงครามเย็นเพื่อต่อต้านสหภาพโซเวียต แต่ได้พัฒนาเป็นกลไกเพื่อใช้อำนาจทางเรือต่อต้านจีนและประเทศอื่นๆ ที่แสวงหาอธิปไตยของตนเอง RIMPAC ซึ่งจัดตั้งโดยกองบัญชาการอินโด-แปซิฟิกของกองทัพเรือสหรัฐฯ และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ฮาวาย ปัจจุบันได้รวมเอาทรัพยากรทางทหารของอิสราเอลไว้ด้วย สิ่งนี้น่าจะสร้างปัญหาให้กับสมาชิก เช่น โคลอมเบีย ชิลี และมาเลเซีย ซึ่งมีจุดยืนที่แข็งกร้าวต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ของอิสราเอลที่กำลังดำเนินอยู่ ประเทศเอเปกทั้งหมดเข้าร่วมใน RIMPAC ยกเว้นจีน รัสเซีย และเวียดนาม (จีนเคยเข้าร่วมจนถูกกีดกันในปี 2018)

ความคาบเกี่ยวของระบบสมาชิกของ APEC และ RIMPAC เผยให้เห็นถึงความพยายามของสหรัฐฯ ในการใช้อำนาจเหนือด้วยกลวิธีทางเศรษฐกิจ (APEC ซึ่งประสานงานวงจรเศรษฐกิจของระบบทุนนิยม) และการบีบบังคับทางทหาร (RIMPAC ซึ่งรักษาเงื่อนไขทางทหารสำหรับระเบียบเศรษฐกิจนั้น) แม้ว่า APEC จะดูเหมือนเป็นเพียงเรื่องของการลงทุน ห่วงโซ่อุปทาน และเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันเป็นกลไกหนึ่งที่ทำให้สหรัฐฯมั่นใจว่าจะรักษาฐานทัพและฐานปฏิบัติการหมุนเวียนทางทหารอย่างน้อย 260 แห่ง ตั้งแต่ฐานทัพอากาศดาร์วินของออสเตรเลียไปจนถึงฐานทัพอากาศคาเดนาของญี่ปุ่น นอกจากนี้การซ้อมรบของ RIMPAC ยังคงเป็นมหาอำนาจในภูมิภาค ยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในการสกัดกั้นจีนในปัจจุบันได้หยั่งรากลึกในพลวัตของ APEC-RIMPAC สหรัฐฯ ไม่สามารถต้านทานความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจของจีนและประเทศเพื่อนบ้านได้ จึงหันไปใช้การกดดันทางทหารและการทูต

<โรเดล ทาปายา (ฟิลิปปินส์), ตำนานลำอ่าง, 2012.>

การประชุมสุดยอดที่เกาหลีใต้จะเต็มไปด้วยการชุมนุมประท้วงใหญ่ที่นำโดยสหภาพแรงงานภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม กลุ่มสิทธิมนุษยชน และองค์กรนักศึกษา แต่นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้สนับสนุนชาตินิยมสุดโต่งของอดีตประธานาธิบดียุน ซุก ยอล (2022-2025) แห่งพรรคพลังประชาชนฝ่ายขวา ซึ่งได้มีการประกาศกฎอัยการศึกในปี 2024 อย่างไรก็ตาม กลุ่มเหล่านี้จะไม่ได้มีบทบาทสำคัญในการชุมนุมประท้วง เพราะการประท้วงนี้มุ่งสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในเกาหลีใต้ และต่อต้านความพยายามที่จะใช้การประชุมสุดยอดเอเปคเพื่อเสริมสร้างฐานเสียงของชนชั้นนำทางการเมืองของประเทศที่ยังคงหวั่นไหวต่อการล่มสลายของยุน

<ฮุน กยู คิม (เกาหลีใต้) ร่างของซัมเมอร์อันแสนยาว 2017.>

ขณะที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกกำลังเคลื่อนตัวไปยังเอเชีย สหรัฐฯ จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อยัดเยียดตัวเอง แต่ทว่า สหรัฐฯ กลับไม่มีเครื่องมือที่จะควบคุมสถานการณ์ได้ดังเช่นในอดีต ประโยชน์อย่างหนึ่งของเอเปคคือการเป็นเวทีให้ผู้นำสหรัฐฯ และจีนได้พบปะกันในช่วงเวลาที่พื้นที่สำหรับการเจรจาทวิภาคีกำลังลดน้อยลง นี่คือเหตุผลที่สื่อให้ความสนใจกับการประชุมระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน

ในปี 2013 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ใช้วลี “ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อมนุษยชาติ” (人类命运共同体) ซึ่งบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2017 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในการประชุมสุดยอดเอเปคปี 2014 ณ กรุงปักกิ่ง สี จิ้นผิง ได้กล่าวว่าภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกไม่ควรกลายเป็น “เวทีแห่งการแข่งขัน” แต่ควรเป็นที่ตั้งสำหรับ “ประชาคมแห่งโชคชะตาร่วมกัน” เจ้าหน้าที่รัฐของจีนเริ่มพูดถึง “ประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกที่มีอนาคตร่วมกัน” (亚太命运共同体) ซึ่งสะท้อนถึงวลีในปี 2013 แก่นแท้ของวลีเหล่านี้คือ ประเทศในเอเชียไม่ควรมุ่งสู่การเมืองแบบกลุ่มหรือพันธมิตรทางทหาร แต่ควรเปิดกว้างในการเจรจากับทุกคน และสร้างเวทีที่ธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีของทุกคน แม้ว่าวลีเหล่านี้จะมีความน่าสนใจ แต่ความรู้สึกอันสูงส่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ผ่านกระบวนการประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น นั้นคือ เมื่อผู้คนทั่วภูมิภาคเห็นว่าชีวิตของพวกเขาดีขึ้นผ่านสันติภาพและการพัฒนา

ด้วยความเคารพ

วิเจย์

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การที่เรือรบ USS อับราฮัม ลินคอล์น (CVN-72) เดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อ “ท่องเที่ยวพักผ่อน” ก่อนจะกลับไปปฏิบัติภารกิจคร่าชีวิตประชาชนในเอเชียตะวันตกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคัดค้านโดยทันที สำหรับพวกเราชาวไทย และสำหรับผู้คนทั่วโลกที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกอเมริกาปล้นสะดม นี่นับเป็นการเขย่าโซ่ตรวนอาณานิคมของยุคสงครามเย็นของสหรัฐฯ ที่มีต่อสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดของตน

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The arrival of the USS Abraham Lincoln (CVN-72) for a “leisure trip” in Thailand before returning to its campaign of destruction against the people of West Asia demands immediate interrogation and opposition. For us Thai people, and those in sites of American plunder across the globe, this a rattling of the US’ cold war colonial chains on its most loyal lap dog, while conducting a war of aggression in Iran and the ongoing genocide in Palestine.

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

โครงสร้างด้านความมั่นคงที่แพร่หลายในยุคสงครามเย็นกำลังครอบงำประเทศไทยอย่างเต็มตัว เครือข่ายทางการเมืองเทาในพื้นที่ชายแดนรอบนอก ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในยุค 2490 เพื่อเป็นกองกำลังรักษาความมั่นคงต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และได้เข้าสู่การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาในยุค 2520 ภายหลังการล่มสลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้ครอบงำการปกครองของประเทศไทยอย่างถี่ถ้วน 

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and extra-parliamentary politics in the 1980s after the fall of the communist movement, since then they have come to dominate Thailand’s governance, today coalescing around the ultra-reactionary Bhumjaithai party

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?