ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

by | Jul 10, 2026 | Articles บทความ, Tricon Newsletter

<อูเช่ โอเคเค่ (ไนจีเรีย), ดินแดนแห่งความตาย (Ana Mmuo), ค.ศ. 1961.>

แด่สหาย

สวัสดีทักทายจากโต๊ะทำงานไตรทวีป สถาบันวิจัยสังคม

เมื่อ 4 มิถุนายน ค.ศ. 2026 ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) เผยแพร่รายงานประเมินสภาพระบบอาหารโลกอันน่าสลดใจ จากรายงานชิ้นใหม่นี้ซึ่งอาศัยข้อมูลจนถึงปี ค.ศ. 2021 WHO ประมาณการว่า อาหารที่ไม่ถูกสุขอนามัย ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยถึง 866 ล้านครั้ง และมีผู้เสียชีวิตถึง 1.5 ล้านรายต่อปี เกือบ 1 ใน 9 ของประชากรโลกล้มป่วยเพราะอาหารที่ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะทวีปแอฟริกาและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมแล้วมีสัดส่วนเกือบสามในสี่ของกรณีเจ็บป่วยจากอาหารเป็นพิษและเกือบ 60% ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด แต่ผลกระทบเหล่านี้ กลับตกอยู่กับเด็ก ๆ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสร้างวิกฤตนี้มากที่สุด

เด็กเล็กมีโอกาสเสี่ยงอาหารเป็นพิษมากกว่าเด็กโต และผู้ใหญ่ถึงสามเท่า เกือบ  1 ใน 3 ของการเจ็บป่วยอาหารเป็นพิษทั่วโลกพบในเด็กอายุต่ำกว่าห้าปี แม้เด็กเหล่านี้นับเป็นเพียงแค่ 9% ของประชากรโลก ในปี ค.ศ. 2021 อาหารปนเปื้อนฆ่าเด็ก ๆ เหล่านี้ถึง 143,000 คน ความสูญเสียนี้ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขสถิติ แต่คือชีวิตที่ถูกพลัดพรากจากโรคร้ายที่สามารถป้องกันได้ คือครอบครัวที่ต้องเผชิญความโศกเศร้า และคือสังคมที่สูญเสียอนาคตที่เด็ก ๆ เหล่านี้อาจสร้างขึ้น

<เค. เค. เฮบบาร์ (อินเดีย), วิญญาณหิวโหย (Hungry Soul), ค.ศ. 1952.>

เมื่อพบเจอรายงานเช่นนี้ บทเรียนตามตำราที่หลายคนอาจเคยได้ยินมักเป็นไปในทางเทคนิค สุขอนามัยอาหารเป็นเรื่องของการตรวจสอบและระเบียบบังคับที่รัดกุมมากขึ้น จริงอยู่ที่มาตรการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น แต่มันไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมคนหลายร้อยล้านคนทั่วโลกยังคงบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย แม้จะมีความรับรู้ถึงอันตราย และวิธีป้องกันการแพร่กระจายอาหารเป็นพิษ เราต้องก้าวผ่านคำอธิบายทางเทคนิค สู่การตรวจสอบโครงสร้างของระบอบอาหารโลก เพื่ออธิบายสาเหตุที่โรคติดต่อทางอาหารถึงได้ยังแพร่กระจายอยู่จนถึงปัจจุบัน

ระบอบอาหารโลกในปัจจุบัน มุ่งเน้นการกอบโกยกำไร แทนที่จะมุ่งเน้นสิทธิในอาหาร การผลิตอาหารในหลายที่ทั่วโลกเป็นการผลิตแบบอุตสาหกรรมผูกขาด ที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่ครองตลาดในแต่ละแผนก เช่นในธุรกิจการเกษตร ซูเปอร์มาร์เก็ต ธุรกิจแปรรูปอาหาร ธุรกิจขนส่งอาหาร ธุรกิจทางการเงิน ฯลฯ ระบอบอาหารนี้ที่แสวงหาผลกำไรในการลงทุนให้มากที่สุด ส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยในอาหารในสามวิธีหลัก ๆ ด้วยกัน

หนึ่ง แรงกดดันให้ลดต้นทุนการผลิต กระตุ้นให้เกิดการใช้ทางลัดตามขั้นตอนต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน แรงงานมีสวัสดิการและความมั่นคงน้อยลง (แรงงานทางการเกษตรกว่า 80% ของลาตินอเมริกาขาดการคุ้มครองอย่างเป็นทางการและหลักประกันสังคม) ระบบการตรวจสอบขาดการดูแล และผู้ผลิตถูกกดดันให้ผลิตมากขึ้นด้วยต้นทุนที่น้อยลง อาหารถูกลำเลียงในระยะทางที่ไกลขึ้น ท่ามกลางห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้มีโอกาสปนเปื้อนสูงขึ้น และผู้บริโภครับรู้ถึงกระบวนการวิธีกรรมการผลิตได้น้อยลง

สอง ระบบอาหารภายใต้ระบอบทุนนิยม มักจะผลักภาระผลกระทบของต้นทุนไปยังภายนอกธุรกิจ มลภาวะทางอากาศ ทางน้ำ สภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย ต่างถูกมองว่าเป็นภาระของสังคมหรือหน่วยงานอื่น แทนที่จะเป็นความรับผิดชอบของธุรกิจเหล่านั้น ค่าความเสียหายเหล่านี้กลายเป็นของสาธารณะ ที่แรงงาน ครอบครัว ผู้บริโภค และรัฐต้องจ่าย ในขณะที่กำไรนั้นเป็นของบริษัทเอกชน

สาม ความเหลื่อมล้ำโลกส่งผลกระทบต่อระบอบอาหาร ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่แอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสัดส่วนผู้ป่วยอาหารเป็นพิษมากที่สุด เนื่องจากภูมิภาคเหล่านี้ ยังคงตกอยู่ภายใต้ความด้อยพัฒนาในรูปแบบอาณานิคมสมัยใหม่ ถูกจำกัดทางการเงินผ่านหนี้จากระบอบการเงินโลก ขาดสาธารณูปโภคพื้นฐาน และไม่สามารถเข้าถึงระบบเศรษฐกิจโลกได้อย่างเท่าเทียมชาติตะวันตก อาหารสะอาดจึงไม่ใช่แค่ปัญหาสุขภาพ แต่เป็นหนึ่งในผลกระทบของการพัฒนาที่เหลื่อมล้ำ

<กอบาร์ดาห์น อัช (อินเดีย), ทุพภิกขภัยเบงกอล (Bengal Famine), ค.ศ. 1943.>

เด็ก ๆ ที่เสียชีวิตนับหมื่นคนต่อปี เผยให้เห็นถึงความเลวร้ายของระบอบอาหารในปัจจุบัน นับว่าเป็นความล้มเหลวในหน้าที่พื้นฐานของสังคม ที่ปล่อยให้เด็กต้องตายด้วยโรคที่สามารถป้องกันได้ โดยเฉพาะเมื่อการป้องกันสถานการณ์เหล่านี้เป็นที่รู้ ๆ กันอยู่ องค์กรอนามัยโลกชี้ว่า การเข้าถึงน้ำสะอาด สุขอนามัยทั้งในชีวิตประจำวันและการปรุงอาหารที่ดี  ระบบสาธารณสุข และการหมั่นคอยตรวจสอบโดยภาครัฐ ล้วนแต่เป็นปัจจัยสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิต แต่ปัจจัยเหล่านี้ต้องอาศัยการลงทุนโดยภาครัฐ และเจตจำนงที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างเดียว แต่หลายองค์กร เช่น องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ยังคงแนะนำรูปแบบระบบอาหารที่เน้นไปในภาคเอกชน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้

ปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปัญหาการปนเปื้อนของเชื้อโรค แต่ระบบอาหารปัจจุบันมีความเสี่ยงด้านสารเคมี สารโลหะต่าง ๆ เช่น ตะกั่ว และปรอท และมลภาวะจากโรงงานอุตสาหกรรมอื่น ๆ รายงานใหม่ ๆ ของ WHO พบความเชื่อมโยงระหว่างสารเจือปนในอาหารเหล่านี้กับความเสี่ยงโรคร้ายเรื้อรัง ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดแค่อาการป่วยชั่วคราว แต่อาจแพร่กระจายไปตลอดชีวิต

<จง ซูเปียง (สิงคโปร์), คนขายสะเต๊ะ (Satay Sellers), ค.ศ. 1958.>

ยิ่งไปกว่านั้น ความปลอดภัยในอาหาร ไม่อาจแยกขาดออกจากวิกฤตของระบอบอาหารโลกได้ ทั่วทุกมุมโลก คนนับล้านกำลังอดอยากในขณะเดียวกันกับที่หลายคนประสบโรคอ้วนและโรคเกี่ยวกับการกินอื่น ๆ ชาวนาต้องติดหนี้ยืมสินเพื่อทำมาหากิน ในขณะที่บริษัทใหญ่ ๆ เติบโตและกอบโกยกำไรอย่างก้าวกระโดด การผลิตอาหารแบบอุตสาหกรรมส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่กำลังจะกลับมาทำลายผลผลิตของเราในอนาคต นี่คือระบอบอาหารเดียวกันที่ทำให้หลายคนต้องอดอยากและหลายคนต้องบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัย ความขัดแย้งของระบอบนี้ถูกเปิดเผยอย่างชัดเจน มนุษยชาติมีความรู้ ความสามารถที่จะผลิตอาหารที่ปลอดภัย แจกจ่ายให้กับทุกคนบนโลก แต่ด้วยระบอบทุนนิยมที่คุมระบอบอาหารของเรา ทำให้อาหารกลายเป็นเครื่องมือแสวงหาผลกำไร

ดังนั้น เราจึงไม่ควรมองรายงานของ WHO ว่าเป็นแค่คำเตือนเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหาร แต่เป็นการเปิดโปงระบอบอาหารโลกที่ยังคงยอมให้คนนับล้านต้องล้มป่วย เสียชีวิตจากสิ่งที่สามารถป้องกันได้ เมื่อเด็กคนหนึ่งต้องเสียชีวิตเพราะอาหารเป็นพิษ สาเหตุของความตายไม่ใช่เพียงแค่อาหารที่ถูกปนเปื้อน แต่เกี่ยวโยงไปถึงการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ การเมือง และลำดับความสำคัญของผู้มีอำนาจ แม้โรคติดต่อทางอาหารจะส่งผลกระทบต่อตัวบุคคล แต่สาเหตุที่โรคเหล่านี้ยังคงอยู่สะท้อนสังคมของเรา ภารกิจของเราในอนาคตจึงไม่ใช่เพียงแค่ทำให้อาหารปลอดภัยขึ้น แต่ต้องเปลี่ยนแปลงระบอบอาหารให้เห็นแก่ปากท้องของคนแทนกำไร สุขภาพของคนในสังคมแทนบริษัทเอกชน ความเป็นคนแทนกลไกตลาด เช่นนี้แล้วอาหารที่ปลอดภัยจึงจะกลายเป็นความจริงมากกว่าเพียงแค่สโลแกน

<อนิตา มัลฟัตติ (บราซิล), เขตร้อน (Tropical), ค.ศ. 1917.>

เรามีข้อเสนอง่าย ๆ ห้าประการเพื่อปฏิรูประบอบอาหารปัจจุบันให้ปลอดภัยและเป็นธรรมมากขึ้น

  1. ภาครัฐต้องลงทุนด้านน้ำ สุขาภิบาล และสาธารณสุขอย่างถ้วนหน้า ให้ชุมชนมีโอกาสเข้าถึงน้ำสะอาดและการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะชุมชนในชนบทและชุมชนรายได้ต่ำที่มีอัตราโรคติดต่อทางอาหารสูงสุด
  2. เสริมสร้างหน่วยงานด้านความปลอดภัยในอาหาร ขยายระบบตรวจสอบสุขอนามัยในการประกอบอาหาร ระบบตรวจจับโรคติดต่อ ฯลฯ พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้หน่วยงานเหล่านี้ถูกตัดงบประมาณ หรือตกอยู่ใต้อิทธิพลธุรกิจต่าง ๆ
  3. สนับสนุนระบบอาหารขนาดเล็กในชุมชน ลงทุนในชาวนาชาวสวนที่อยู่ในชุมชน สหกรณ์การเกษตร โครงการสนับสนุนต้นกล้าและเมล็ดพันธุ์ และลดความซับซ้อน เพิ่มความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน
  4. ทำให้การบริหารจัดการระบบอาหารเป็นประชาธิปไตย ลดการผูกขาดในธุรกิจและอุตสาหกรรมอาหาร เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของแรงงานและชาวนา สนับสนุนให้สังคมมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลการผลิตและแจกจำหน่ายอาหาร
  5. ทำให้อาหารปลอดภัยกลายเป็นสิทธิมนุษยชน ร่างพันธสัญญากำหนดให้การเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานทางสังคมที่มีผลผูกมัดระดับชาติและนานาชาติ

โดยรวมแล้ว ข้อเสนอของเราทั้งห้าข้อสะท้อนถึงหลักสำคัญง่าย ๆ หนึ่งหลัก นั่นคือ อาหารเป็นของส่วนรวม ไม่ใช่เป็นแค่สินค้าไว้ใช้ซื้อขาย สิทธิในอาหารที่ปลอดภัยไม่สามารถแยกออกจากสิทธิในการดำรงชีวิตได้ หลายคนอาจมองว่ามุมมองนี้ เป็นการมองแบบไร้เดียงสา แต่เราเห็นว่าการเรียกร้องและป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ ต้องเสียชีวิตจากโรคติดต่อทางอาหารนั้นไม่ใช่เรื่องในอุดมคติเลย

<มาลันกาทาน่า วาเลนเต้ อึงเวนยา (โมแซมบิค), อาหารค้ำมื้อสุดท้าย (Last Supper), ค.ศ. 1964.>

รายงานของ WHO ยิ่งทำให้ผมเกลียดชังความอำมหิตของระบอบทุนนิยม ผมจึงได้นึกถึงบทกวี ‘อารยธรรม’ บทกวีสั้น ๆ บทหนึ่งของนักข่าวและกวีชาวโมแซมบิค โฆเซ่ คราเวริญฮ่า (José Craveirinha, 1922-2003)

 

Antigamente

(antes de Jesus Cristo)

os homens erguiam estádios e templos

e morriam na arena como cães.

Agora…

também já constroem Cadillacs.

ในยุคโบราณ

(ก่อนพระเยซูประสูติ)

มนุษย์สร้างวัด สร้างสนามกีฬา

และตายอย่างอนาถในสังเวียน

ปัจจุบันนี้…

พวกเขาสร้างรถหรูกันด้วย

 

ด้วยความเคารพ

 

วิเจย์

อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาไม่สามารถชนะสงครามอิหร่าน

อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาไม่สามารถชนะสงครามอิหร่าน

สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลละเมิดอธิปไตยโจมตีอิหร่านอีกครั้ง สังหารพลเรือนอิหร่านจำนวนมาก สหรัฐฯ กล่าวอ้างว่าอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่ไม่มีอยู่จริง จนกลายเป็นความโหดร้ายซ้ำรอยประธานาธิบดี บุช บุกอิรัก ค.ศ. 2003

Each Village Its Own Epstein

Each Village Its Own Epstein

The revelations of the Epstein Network has provided an insight into how these elite networks of sexual abusers function. While this may come as a shock to the respectable journalist/ commentariat class, the existence and prevalence of such networks have been long known by generations of poor women of Southeast Asia, a people who have been fetishised, captured, trafficked and commodified for centuries. In this sense, The Epstein revelations reveal nothing new to us. These networks are not unique to the international elite, the crimes of class society are synchronous, there is an Epstein in Singapore, there is an Epstein in Bangkok, an Epstein in Kalasin, an Epstein in Surat Thani and they are persistent and entrenched at the hyper local level

สำนึกร่วมแบบนายทุน: ทุนนิยมกินรวบ, อำนาจทางชนชั้น และมหาวิทยาลัยมวลชน, 1890-2025

สำนึกร่วมแบบนายทุน: ทุนนิยมกินรวบ, อำนาจทางชนชั้น และมหาวิทยาลัยมวลชน, 1890-2025

ภายใต้การจัดการแบบวิทยาศาสตร์ เจ้านายรื้อถอนทักษะของแรงงาน และค้นหาวิธีการคงรักษางานที่ใช้ความรู้เอาไว้เพื่อจัดการการผลิตขึ้นมาใหม่ และเพิ่มพูนอัตราของมูลค่าส่วนเกิน. ในโรงงานความรู้ ปัญญาชนก็ถูกถอนทักษะเช่นกัน:พวกเขาแค่ไม่ตระหนักถึงมันก็เท่านั้น. พวกเขาเชื่อตลอดว่าความเชี่ยวชาญและ “การกลายเป็นเฉพาะทาง” คือการเพิ่มพูนทักษะทั้งที่ความเป็นจริงคือสิ่งตรงกันข้าม. นั่นคือเหตุผลว่าทำไมนักวิชาการจำนวนมากสามารถดูฉลาดเมื่อพูดถึงเรื่องเฉพาะ แต่แสนจะโง่งมเมื่อพูดถึงสิ่งอื่นนอกจากนั้น.

เงินชดเชย – ความยุติธรรมที่ยังคงรอคอย

เงินชดเชย – ความยุติธรรมที่ยังคงรอคอย

ตลอดหลายร้อยปีที่ชาติตะวันตกล่าอาณานิคมและปล้นชิงทรัพยากร แรงงาน และทรัพย์สมบัติประเทศซีกโลกใต้นั้น พวกเราไม่เคยได้รับความยุติธรรมหรือค่าชดเชยที่เราสมควรได้รับเลย

ลูกระเบิดที่ขัดเงากระดูกซากศพ

ลูกระเบิดที่ขัดเงากระดูกซากศพ

บทคัดย่อเว็บไซต์: หลังสนธิสัญญา New START หมดอายุลง ยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ของสหรัฐอเมริกา และการถอนตัวออกจากข้อตกลงควบคุมอาวุธต่าง ๆ เสี่ยงให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ที่จะทำลายล้างโลกมากยิ่งขึ้น

บ้านใหญ่และวิธีการโกงเลือกตั้ง – การเมืองระดับหมู่บ้านเค้าทำกันยังไง

บ้านใหญ่และวิธีการโกงเลือกตั้ง – การเมืองระดับหมู่บ้านเค้าทำกันยังไง

มีการถกเถียงและความสับสนมากมายเกี่ยวกับการเมืองในประเทศไทยและในประเทศอื่นๆ ในซีกโลกใต้ เกี่ยวกับ “การเมืองที่เน้นพรรคการเมือง” “ตัวบุคคล” และ”เงินทุนที่หมุนเวียนอยู่ในเมืองหลวง” แต่ถ้าหากต้องการเข้าใจการเคลื่อนไหวของอำนาจในพื้นที่และเศรษฐกิจเหล่านี้ โดยเฉพาะภายในประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่ยังอยู่ในชนบท เราจำเป็นต้องมองลึกลงไปที่ระดับหมู่บ้าน นั่นคือจุดที่รากฐานของเครือข่ายอุปถัมภ์ ซึ่งเหตุของชัยชนะของพรรคปฏิกิริยารุนแรงอย่างพรรคภารติยะชนาตา (BJP) ในอินเดีย และพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดของไทย ปรากฏให้เห็นขึ้นมา

จดหมายข่าวฉบับนี้จะทำให้คุณโกรธ

จดหมายข่าวฉบับนี้จะทำให้คุณโกรธ

ขบวนการค้ายาเสพติดและสงครามยาเสพติดสร้างความเสียหายและความทุกข์ทรมานแก่ชาวนา ชาวไร่ในประเทศซีกโลกใต้นานับประการ วงจรความโหดร้ายนี้ต้องอาศัยอารมณ์โกรธช่วยอธิบาย
จดหมายข่าวสัปดาห์นี้เปิดโปงวิธีที่ระบบจักรวรรดินิยมทำลายชุมชนในซีกโลกใต้ เช่นในโคลอมเบีย ผ่านข้ออ้าง ‘สงครามยาเสพติด’

The Village Cabal & How To Rig An Election – How Politics Actually Works at the Village Level

The Village Cabal & How To Rig An Election – How Politics Actually Works at the Village Level

Urbanites do not have the same intra-class relationships that rural people do, due to sheer proximity and the nature of capital ownership, urban capitalists do not see and interact with their workers everyday, nor do urban capitalists share the same workers as rural capitalists do. In the villages there is a kind of mini-cabal. A “hyper-local elite village cabal” -these are the people who have historically been the vanguard of counterrevolution worldwide.

ปัญหาการอพยพเป็นปัญหาของความด้อยพัฒนา

ปัญหาการอพยพเป็นปัญหาของความด้อยพัฒนา

<อูโซ อีกูโน (ไนจีเรีย), สมัชชาคนไร้สัญชาติ, ค.ศ. 1982.>   แด่สหาย   สวัสดีทักทายจากโต๊ะทำงานไตรทวีป สถาบันวิจัยสังคม   เมื่อปี ค.ศ. 2014 องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ของสหประชาชาติ (UN) ได้ริเริ่มโครงการผู้โยกย้ายถิ่นที่หายไป...

การเลือกตั้งปี 2569 – กลยุทธ์ปฏิกิริยาตอบโต้แบบใหม่ของเอเชีย และอนาคตของการต่อต้าน

การเลือกตั้งปี 2569 – กลยุทธ์ปฏิกิริยาตอบโต้แบบใหม่ของเอเชีย และอนาคตของการต่อต้าน

การเคลื่อนไหวของกลุ่มขวาจัดในซีกโลกใต้ยังคงดำเนินต่อไป แต่แตกต่างจากกลุ่มขวาจัดในซีกโลกเหนืออย่างเช่น ทรัมป์ เลอ เพนน์ และฟาราจ แม้ว่าอนาคตจะดูมืดมนเพียงใด แต่ยังพอมีหญ้าเขียวแซกแซงปูนแห่งความเสื่อมโทรม

Elections 2026 – Asia’s New Reactionary Playbook & The Future of Resistance

Elections 2026 – Asia’s New Reactionary Playbook & The Future of Resistance

In the aftermath of the February 8th election, many of those on the left are nervously looking to a future that resembles Hun Sen’s Cambodia (CPP) or Modi’s India (BJP). While these examples operate in vastly different political landscapes, they share striking tactical similarities in neutralising opposition through legal, administrative, patronage network, and state institutional means. A new reactionary playbook is rapidly being developed and exported across the region.

แพ้ได้แต่อย่าตาย ผลเลือกตั้งปี 2569

แพ้ได้แต่อย่าตาย ผลเลือกตั้งปี 2569

ความพ่ายแพ้เป็นความรู้สึกที่คนจนในไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี สำหรับพวกเราในฝ่ายซ้ายแล้ว เราได้เห็นขบวนการของเราถูกกดขี่ คนถูกจับเข้าคุก หรือสังหารหมู่ หรือถูกอุ้มหายไปทีละวันจากบ้านของพวกเขา ความพ่ายแพ้นี้เป็นรสชาติที่คุ้นเคย รสชาติอันขมขื่น เหมือนกับยาขมที่ปู่ย่าใช้  ผลการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ก็เป็นความพ่ายแพ้อีกครั้ง