<โสราบ เซเพห์รี (อิหร่าน), ไม่ระบุชื่อ, ทศวรรษ 1960.>

แด่นักเรียนหญิงแห่งโรงเรียนประถม ชาจาราห์ ตัยเยเบห์ ณ เมือง มินอบ จังหวัดโฮร์โมซกอน ประเทศอิหร่าน ซึ่งถูกสังหารในการบุกรุกของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

แด่สหาย

สวัสดีทักทายจากโต๊ะทำงานไตรทวีป สถาบันวิจัยสังคม

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่อิหร่านยอมรับข้อตกลงว่าด้วยโปรแกรมนิวเคลียร์ของอิหร่านหลายประการ สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลยิงขีปนาวุธใส่อิหร่าน นี่เป็นการโจมตีครั้งที่สองนับแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่านเมื่อมิถุนายน ค.ศ. 2025 ที่ผ่านมา การโจมตีทั้งสองครั้งผิดหลักกฎหมายสากล และละเมิดอธิปไตยอิหร่านตามกฎบัตรสหประชาชาติ

อิหร่านเป็นรัฐที่มีเอกราชเช่นเดียวกับสหรัฐฯ จึงสมควรได้รับผลประโยชน์และการคุ้มครองที่ระบุไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ สหรัฐฯ ลงนามและให้สัตยาบันกฎบัตรสหประชาชาติ จึงมีภาระผูกพันต่อกฎบัตรนี้และต่อประเทศอื่น ๆ ในองค์การสหประชาชาติ เมื่อประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ บุกอิรักในปี ค.ศ. 2003 นายโดนัลด์ ทรัมป์บอกนักข่าวฮาวเวิร์ด สเติร์น เมื่อวันที่ 16 เมษายน ค.ศ. 2004 ว่า ‘ผมว่าเรื่องอิรักเป็นความผิดมหันต์เลย แล้วที่เขาว่ากันว่าเมื่อเราถอนตัว อิรักจะมีประชาธิปไตยเสรี อย่าล้อกันเล่นเลยดีกว่า!’ เห็นได้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ฟังคำแนะนำของตัวเอง

<มะห์มูด พัคแซด (อิหร่าน), ร้านตัดผม, ค.ศ. 1958.>

ทำไมสหรัฐฯ ถึงโจมตีอิหร่านในปี ค.ศ. 2025 และ 2026 ประเทศที่มีประชากรเกือบร้อยล้านคน และประวัติความรักชาติอย่างยาวนานหลายศตวรรษ การแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภาสหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่า สาเหตุหลักเนื่องมาจากเขาเชื่อว่าอิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่อิหร่านยืนยันหลายต่อหลายครั้งแล้วว่าไม่ได้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ อายะตุลลอฮ์ อาลี ฆอเอเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านชี้แจงอย่างชัดเจนใน ฟัตวา (คำวินิจฉัย) เมื่อปี ค.ศ. 2003 และได้เขียนระบุไว้ก่อนหน้า ฟัตวา ถึงสิบปีเต็ม ใน ฟัตวา นี้ อายะตุลลอฮ์ ฆอเอเมนี กล่าวว่าทหารของอิหร่านถูกโจมตีด้วยอาวุธทางเคมีและแก๊ซพิษที่สหรัฐฯ และเยอรมนีตะวันตกลำเลียงให้ทหารอิรัก จากประสบการณ์นี้และการศึกษาจริยศาสตร์อิสลามของเขา ทำให้เขาปฏิเสธอาวุธทำลายล้างสูงทุกชนิด ผู้นำทุก ๆ คนของอิหร่านต่างเห็นชอบเป็นเสียงเดียวกัน

การแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ ทรัมป์กล่าวว่า ‘เราไม่เคยได้ยินคำพูดวิเศษนั้น ว่าเราจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์’ แต่นี่คือสิ่งที่ อายะตุลลอฮ์ ฆอเอเมนี พูดอย่างชัดเจน ในความเป็นจริง เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนทรัมป์แถลงการณ์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เซย์เยด อับบาส อารัคชี  ทวีตว่า ‘อิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ว่าในสถานการณ์ใดใด’ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เพเซชคียอน กล่าวว่า ‘ตามหลัก ฟัตวา ของผู้นำสูงสุด ด้วยจริยธรรมของเราแล้ว พวกเราจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และไม่ว่าพวกเขาอยากจะยืนยัน ตรวจสอบด้วยวิธีใดก็ตาม พวกเราพร้อมที่จะยินยอม’ เพเซชคียอนถามต่อว่า ‘ต้องให้เราพูดภาษาไหน ว่าเราไม่ต้องการอาวุธนิวเคลียร์’ แถลงการณ์ของเพเซชคียอนในภาษาเปอร์เซียถูกแปลเป็นหลายภาษา แต่เหมือนกับว่าทำเนียบข่าวจะไม่ได้ยิน

<มิทรา ทาบริเซียน (อิหร่าน), เตหะราน, ค.ศ. 2006.>

ปี ค.ศ. 1957 อิหร่านและสหรัฐอเมริกา ลงนามhttps://treaties.un.org/Pages/showDetails.aspx?objid=080000028013d0baความตกลงร่วมมือใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติ ซึ่งอนุญาตให้สหรัฐฯ แบ่งปันเทคโนโลยีและวัสดุนิวเคลียร์ ผ่านโครงการปรมาณูเพื่อสันติ ของประธานาธิบดี ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ในปี ค.ศ. 1959 รัฐบาลอิหร่าน ภายใต้อำนาจของพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ชาห์องค์สุดท้ายของอิหร่าน เปิดศูนย์พัฒนานิวเคลียร์เตหะรานขึ้นเป็นครั้งแรก หลายปีต่อมา สหรัฐฯ มอบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ความร้อน 5 เมกาวัตต์ ให้แก่อิหร่าน เพื่อใช้ผลิตไอโซโทปกัมมันตรังสีทางการแพทย์ และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

หลังจากการปฏิวัติอิหร่านปี ค.ศ. 1979 รัฐบาลใหม่ของอิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์ หลังจากสงครามระหว่างอิรักที่สิ้นสุดเมื่อปี ค.ศ. 1988 และการเสียชีวิตของ อายะตุลลอฮ์ รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี ผู้นำสูงสุดคนแรกของอิหร่าน ปี ค.ศ. 1989 อิหร่านเริ่มโครงการพลังงานนิวเคลียร์อีกครั้ง เพื่อใช้ผลิตพลังงาน ไอโซโทปรังสีทางการแพทย์ และการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ปี ค.ศ. 1995 อิหร่านตกลงกับรัสเซียเพื่อรื้อฟื้น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บุชแชร์ในอิหร่าน ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1975 โดยเยอรมนีตะวันตก และถูกอิรักทำลายด้วยข่าวกรองของเยอรมนีตะวันตกเอง ครั้งแล้วครั้งเล่าที่อิหร่านย้ำว่า เราไม่ต้องการอาวุธนิวเคลียร์ แต่สหรัฐฯ ดูเหมือนจะไม่เชื่อว่าอิหร่านเริ่มโครงการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อจุดประสงค์นั้น

<ฟาราห์ โอสซุลลี (อิหร่าน), ไม่ระบุชื่อ, ค.ศ. 2003.>

ทุกอย่างเปลี่ยนไปหลังสหรัฐฯ บุกโจมตีอัฟกานิสถานในปี ค.ศ. 2001 และอิรักในปี ค.ศ. 2003 และโค่นรัฐบาลตาลีบัน และซัดดัม ฮุซเซน สองรัฐบาลศัตรูของอิหร่าน อิหร่านซึ่งก่อนหน้านี้ถูกประเทศเพื่อนบ้านรุมล้อม ได้โอกาสที่จะสร้างเสริมสัมพันธไมตรีกับอิรัก ซีเรีย และเลบานอน ข่าวนี้ทำให้วอชิงตัน ซึ่งไม่เคยคิดคำนึงถึงผลกระทบของสงครามที่ตนก่อขึ้น ตกใจกลัว เพื่อกักกันอิหร่าน รัฐบาลบุชจึงสร้างข่าวความทะเยอทะยานทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน ผ่านการชักใยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)

บุชนั้นชอบเมินเฉยต่อข้อเท็จจริงตามสันดานของเขา ข้อเท็จจริงนี้ได้แก่

  1. ในปี ค.ศ. 2007 หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ สรุปว่า ‘เรามีความเห็นอย่างมั่นใจว่า เตหะราน ยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในฤดูใบไม้ร่วงปี ค.ศ. 2003’ ข้อเท็จจริงว่าอิหร่านมีหรือไม่มีโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่สำนักข่าวกรองกลางแห่งสหรัฐฯ (ซีไอเอ) เห็นว่าอิหร่านไม่มีโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์หลังจากนั้น
  2. ปี ค.ศ. 2011 รายงาน IAEA ระบุว่าการที่อิหร่านเสาะหาวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับนิวเคลียร์ และสามารถใช้ในทั้งบริบทหลังงานและอาวุธ ส่อเป็น ‘ปัจจัยทางทหาร’ แต่ IAEA ไม่มีหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาเลย ดูเหมือนว่า IAEA จะได้รับแรงกดดันจากสหรัฐฯ และรัฐบาลต่าง ๆ ในยุโรป 
  3. ปี ค.ศ. 2015 IAEA ออกรายงานประเมินสถานการณ์ข้อชี้แจงสำคัญว่าด้วยโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งเขียนโดย อธิบดีของทบวง ยูกิยะ อามาโนะ รายงานนี้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ‘ไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือใดใด’ ที่ชี้ว่าอิหร่านการทดลองระเบิดนิวเคลียร์หลังปี ค.ศ. 2009 และไม่มีหลักฐานที่ชี้ว่าทรัพยากรนิวเคลียร์ด้านอื่น ๆ ถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาอาวุธ
  4. ปี ค.ศ. 2025 อธิบดี IAEA ราฟาเอล มาเรียโน กรอซซี่ บอกสำนักข่าว อัลจาซิร่า ว่า ‘เราไม่พบร่องรอยใดใดที่ชี้ว่าอิหร่านวางแผนที่จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์’

ไม่มีแถลงการณ์ใดจะชัดเจนเท่ากับคำของกรอซซี่ว่า ‘เราไม่พบ’ หากอ่านคู่กับคำของประธานาธิบดี เพเซชคียอน ว่า ‘ต้องให้เราพูดภาษาไหน ว่าเราไม่ต้องการอาวุธนิวเคลียร์’ สหรัฐฯ ควรจะเห็นภาพว่าอิหร่านไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ การที่จะออกรบเพราะสาเหตุแบบนี้ เท่ากับทำตามอย่าง บุช และ ‘อาวุธทำลายล้างสูง’ ของเขา อาวุธเหล่านี้มีอยู่แต่ในจินตนาการ

<คาเซ็ม ชาลิปา (อิหร่าน), พบกันอีกครั้ง, ไม่ระบุวันที่.>

แน่นอนว่าอิหร่านมีปัญหาหลากหลายประการ ความพยายามของสหรัฐฯ และยุโรปที่จำทำลายเศรษฐกิจอิหร่าน บวกกับแผนการบริหารเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนักของ รมต. คลังอิหร่าน เซเยด อาลี มาดานิซาเดห์ (ซึ่งจบจากมหาวิทยาลัยชิคาโก อันเลื่องชื่อด้านการบริหารแบบเสรีนิยมใหม่) สร้างปัญหาแก่ชนชั้นแรงงานของอิหร่านอย่างมาก แต่อิหร่านไม่อาจแก้ปัญหาของตนได้ ตราบเท่าที่สงครามไฮบริดของสหรัฐฯ ยังคอยบีบคั้นทรัพยากรและประชาชนชาวอิหร่าน

<ซาร่า อิซซาคาเรียน (อิหร่าน), พระกายาหารมื้อแรก, ค.ศ. 2016.>

ประชาชนอิหร่านรู้จักสงครามเป็นอย่างดี ชาวอิหร่านถูกผลักเข้าสู่ภัยสงครามมาตลอด ตั้งแต่สงครามอังกฤษ – เปอร์เซีย (ค.ศ. 1856 – 1857) จนถึง สงครามอิรัก – อิหร่าน (ค.ศ. 1980) และสงครามไฮบริดในปัจจุบัน

ในบทกลอน ‘โรงศพไร้ฝา ไร้ร่างฝัง’ เบห์ซาด ซารินพูวร์ (เกิด ค.ศ. 1968) กวีชาวอิหร่าน เขียนถึงความโหดร้ายของสงคราม ความโหดร้ายที่เกิดจาก ‘ความผิดพลาดครั้งใหญ่’ ของบุช ผมอยากแบ่งปันบทหนึ่งของกลอนอันไพเราะและทรงพลังให้ทุกท่านอ่าน

 

พระพายพัดกลิ่นหายนะ

สู่จมูกเมือง

ไม่มีใครหนีแดดจัด

เข้าหาความอ่อนโยนของกำแพงที่เอนอ่อน

ผ้าปูโต๊ะ แผ่กว้างอย่างทุรกันดาร

คำสัญญาเปล่า ๆ

ท้องหิวที่ทาน

กระสุนปืนแทนขนมปัง

เหล่าพ่อค้าที่หมดตัว

หอบกระสอบเกลืออันว่างเปล่า

สู่แนวหน้า เพื่อแปลงเป็นกระสอบทราย

คุณยายอกสั่นขวัญหาย

จนลืมบทสวดของแก

 

ด้วยความเคารพ

 

วิเจย์