เงินชดเชย – ความยุติธรรมที่ยังคงรอคอย

by | Mar 3, 2026 | Articles บทความ, Tricon Newsletter, ไทย

<มาเรีย อ็อกซีเลียดอรา ดา ซิลวา (บราซิล), Parque de diversões (สวนสนุก), ค.ศ. 1973.>

 

แด่สหาย

สวัสดีทักทายจากโต๊ะทำงานไตรทวีป สถาบันวิจัยสังคม

เราอาศัยอยู่ในโลกที่กลับตาลปัตร ผู้นำประเทศที่ร่ำรวย ประเทศเจ้าอาณานิคมในอดีต อยากจะรื้อฟื้นแนวความคิดจักรวรรดินิยม เชิดชูอาณาจักรในอดีต พร้อมทั้งอยากที่จะรื้อฟื้นในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ประชาชนในประเทศที่ยากจนกว่าต้องการสันติภาพและการพัฒนา รวมถึงคำขอโทษความเลวร้ายของการล่าอาณานิคม และเงินชดเชยค่าเสียหาย ทรัพย์สมบัติที่ถูกชาติตะวันตกขโมยไป ‘เราต้องได้รับความเป็นธรรม’ คือข้อเรียกร้องสั้น ๆ ของเรา ปัจจุบันเสียงเรียกร้องนี้อาจยังแผ่วเบานัก แต่นับวันเสียงนี้จะค่อย ๆ ดังขึ้น

<คริสโตเฟอร์ โคซิเยร์ (ตรินิแดดและโตเบโก), ค่ำคืนเขตร้อนชื้น, ค.ศ. 2006 – 2014.>

เมื่อนักการทูตสหรัฐฯ เยือนยุโรปเพื่อคุยเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ เจ้าหน้าที่อาวุโสฝั่งยุโรปนั่งฟังอย่างตั้งใจ เมื่อปีที่แล้วที่การประชุมความมั่นคงมิวนิก รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ปรามาสทัศนคติเจ้าหน้าที่ยุโรปต่อ ‘สถานการณ์วิกฤตที่พวกเราสร้างขึ้นเอง’ แวนซ์ถูกกล่าวหากลับว่าทำตัวโอหังต่อประชาธิปไตยแบบยุโรป ที่แวนซ์มองว่าไม่ใส่ใจ ‘ปัญหา’ ผู้อพยพอย่างเพียงพอ และมัวแต่กังวลกับกระแสฝ่ายขวาจัดจำพวกหนึ่ง

สื่อยุโรปจำนวนมาก ตั้งแต่ The Guardian จนถึง Le Monde ตำหนิพฤติกรรมของแวนซ์ แต่เหล่าเจ้าหน้าที่เสรีนิยมอาวุโสของยุโรป เช่น ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศ คายา คัลลัส และเลขาธิการนาโต้ (NATO) มาร์ค รัทเทอร์ กลับก้มหัวให้แวนซ์แต่โดยดี พร้อมสัญญาว่ายุโรปจะเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านการทหารตามที่สหรัฐฯ ตั้งเป้าหมายไว้ กระแสการทหารนี้สัมพันธ์กับการถดถอยให้กับฝ่ายขวาจัดอย่างต่อเนื่อง

ตัวแทนสหรัฐฯ ในการประชุมความมั่นคงมิวนิกปีนี้ คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ มาร์ค รูบิโอ ซึ่งมอบบทเรียนประวัติศาสตร์อย่างตรงไปตรงมาในสุนทรพจน์ของเขา: 

กว่าห้าศตวรรษก่อนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ชาติตะวันตกขยายอำนาจไปทั่วโลก – เหล่ามิชชันนารี นักผจญภัย ทหารกล้า และนักสำรวจของเรา ข้ามน้ำข้ามทะเล ตั้งถิ่นฐานในแดนเถื่อน และสร้างจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ขึ้นมา แต่เมื่อปี ค.ศ. 1945 อำนาจของเราถดถอยลงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยุคของโคลัมบัส ยุโรปเหลือแต่ซาก ครึ่งหนึ่งของยุโรปอยู่ภายใต้ม่านเหล็ก และครึ่งที่เหลือดูท่าจะตามไปติดติด อาณาจักรยุโรปที่เคยยิ่งใหญ่เสื่อมสลายลง ด้วยภัยคอมมิวนิสต์ไร้ศาสนา และการลุกฮือของประเทศใต้อาณานิคมของเรา ซึ่งพลิกผันชะตากรรมโลก แต่งแต้มหลายภาคพื้นทวีปด้วยธงแดง และสัญลักษณ์ค้อนกับเคียวเป็นเวลานาน

ในภาพรวมแล้ว รูบิโอ พูดไม่ผิด ลัทธิล่าอาณานิคมของยุโรปเริ่มขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1492 เมื่อยุโรป ‘ค้นพบ’ และเข้ายึดครองทวีปอเมริกา จนถึงราวกลางศตวรรศที่ยี่สิบ จากนั้น เมื่อพวกฟาสซิสต์พ่ายแพ้ในสงครามต่อต้านฟาสซิสต์ครั้งใหญ่ของโลก นำโดยกองทัพสหภาพโซเวียต และที่ซึงสร้างความเสียหายมหาศาลในประเทศจีน ลัทธิล่าอาณานิคมยุโรปพ่ายแพ้ให้กับกระแสคอมมิวนิสต์และการต่อสู้เพื่อเอกราชในประเทศโลกที่สาม เช่น เหล่าคอมมิวนิสต์ในเวียดนาม (ค.ศ. 1945) จีน (ค.ศ. 1949) และคิวบา (ค.ศ. 1959) ซึ่งมีชัยต่อศัตรูที่เหนือกว่า

<มาเรีย มักดาเลนา กัมโปส-พอนส์ (คิวบา), De las dos aguas (ว่าด้วยสองผืนน้ำ), ค.ศ. 2007.>

รูบิโอ เองเกิดที่ไมอามี ฟลอริดา พ่อแม่ของเขาย้ายมาจากคิวบา สามปีก่อนการปฏิวัติเมื่อ ค.ศ. 1956 ในสุนทรพจน์ของเขา รูบิโอกล่าวอย่างชัดเจนว่าเขามองตัวเองว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมยุโรป ไม่ใช่กับวัฒนธรรมอันหลากหลายของคิวบา ที่ผสมผสานมรดกแอฟริกา เอเชีย ชนพื้นเมืองทวีปอเมริกา และผู้อพยพจากแคว้น อัสตูเรียส กาลิเซีย กาตาลูญญา จากคาบสมุทรไอบีเรีย การปฏิวัติคิวบาค่อย ๆ ทำลายโครงสร้างเหยียดสีผิวของสังคมไร่สวนที่ใช้แรงงานทาส สู่สังคมที่ชาวคิวบาทุกคนเท่าเทียมกัน นี่คือวิถีสังคมที่ รูบิโอรังเกียจ

รูบิโอกล่าวอีกว่า ในยุคแห่งการประกาศเอกราชจากเจ้าอาณานิคมและสังคมนิยม ‘หลายคนเชื่อว่ายุครุ่งเรืองของชาติตะวันตกสิ้นสุดลงแล้ว และอนาคตของเรามองดูเหมือนเศษเสี้ยวของความยิ่งใหญ่ในอดีต’ แต่ว่าผู้นำของเราไม่ย่อท้อ ‘พวกเขาเห็นว่าความเสื่อมอำนาจเป็นเพียงหนทางหนึ่งเท่านั้น และพวกเขาไม่ยอมที่จะเดินทางนี้’

<ไอโฮสวานนี ซิสเนโรส (แองโกลา), การลุกฮือและความโกรธ, ค.ศ. 2011.>

ดังนั้น รูบิโอจึงเรียกร้องให้ผู้นำชาติตะวันตกยึดมั่นในอุดมการณ์ ไม่ยอมจำนนต่อชะตากรรมความเสื่อมสลาย ป้องกันค่านิยมตะวันตกจากภัยคอมมิวนิสต์ และลงมือล่าอาณานิคมในรูปแบบใหม่ ๆ เช่น ในฉนวนกาซา หรือในซีกโลกตะวันตก ยุโรปแบบไหนที่สหรัฐฯ ต้องการเป็นพันธมิตรด้วย? รูบิโอตอบว่า ‘ยุโรปที่มีจิตวิญญาณการผจญภัย ที่ส่งเรือข้ามทะเลที่เราไม่รู้จัก ที่บุกเบิกตั้งรกรากวัฒนธรรมของเราในแดนไกล’ ซึ่งก็คือ ยุโรปนักล่าอาณานิคม สำหรับอเมริกาจักรวรรดินิยม ผู้นำยุโรปในหอประชุมลุกขึ้นปรบมือให้รูบิโอ สงครามในประเทศโลกที่สามนิดหน่อยไม่สะทกสะท้านพวกเขา หากมีสหรัฐฯ คอยคุ้มครอง และสนับสนุนทางการทหาร ไม่มีใครรู้สึกโกรธเคืองสุนทรพจน์ของรูบิโอ หรือมองว่าเป็นความโอหังของชาติตะวันตกและลัทธิล่าอาณานิคม ดูเหมือนว่าสำหรับผู้นำยุโรป การติเตียนประชาธิปไตยแบบยุโรปเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ แต่การล่าอาณานิคมเป็นเรื่องปกติ

ในขณะที่ประเทศซีกโลกใต้อยากที่จะปกครองตนเอง สร้างชีวิตที่ดี มีศักดิ์ศรีให้กับประชาชนในทวีปแอฟริกา เอเชีย ลาตินอเมริกา ผู้นำซีกโลกเหนืออยากจะหวนคืนสู่ยุคโคลัมบัส พวกเขาอยากจะนำหมวก morriones (หมวกของกองกิสตาดอร์ที่ล่าอาณานิคมในอเมริกา) ในพิพิธภัณฑ์กลับมาสวมใหม่ ขึ้นเครื่องบินรบ เอฟ-35 แล้วไปทิ้งระเบิดใส่ผู้คนในซีกโลกใต้จนไม่เหลือซาก นี่คือสิ่งที่สหรัฐฯ ทำกับเวเนซุเอลาเมื่อ 3 มกราคม ค.ศ. 2026 ที่ผ่านมา คือสิ่งที่กำลังทำกับปาเลสไตน์ สิ่งที่อยากทำกับ คิวบา และเขตซาเฮล 

พวกเขาอาจมีพลังอำนาจทางทหารอย่างมหาศาล ที่สะสมมาด้วยเงินทองที่ปล้นชิงมา และอาจใช้อำนาจข่มเหงผู้คนจำนวนมากบนโลก แต่พวกเขาไม่มีวันที่จะได้รับความเคารพ หรือความจำนน นี่คือสิ่งที่ชัดเจน จากปฏิกิริยาทั่วโลกต่อการบุรุกอธิปไตยเวเนซุเอลา จากผู้คนที่ออกมาชุมนุมเพื่อช่วยเหลือคิวบาในยามที่สหรัฐฯ อยากจะบีบลมหายใจของการปฏิวัติ และจากความโกรธแค้นของผู้คนแทบทุกคนบนโลกต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์

<เคลลี่ ซินนาพาห์ แมรี่ (กวาเดอลูป), สมุดบันทึกแห่งการไม่หวนคืน, ค.ศ. 2017.>

เมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2025 สภาผู้แทนราษฎรแอลจีเรียเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์กฎหมายที่ระบุว่าการล่าอาณานิคมของฝรั่งเศสบนแผ่นดินแอลจีเรียระหว่าง ค.ศ. 1830 ถึงค.ศ.1962 เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ รัฐบาลแอลจีเรียผลักดันประเด็นนี้ในที่ประชุมสหภาพแอฟริกา ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 ได้ออกมติให้

  1. วันที่ 30 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันแห่งการรำลึกถึงผู้พลีชีพเพื่อแอฟริกา เหยื่อของการค้าทาสข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก การล่าอาณานิคม และระบอบการแบ่งแยกสีผิว 
  2. จัดการประชุมนานาชาติหัวข้ออาชญากรรมของลัทธิล่าอาณานิคม ที่ซึ่งมติระบุว่าเป็น ‘การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวแอฟริกา’ 
  3. เรียกร้องให้อาชญากรรมเหล่านี้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงค่าชดเชยอาชญากรรมเหล่านี้

ในวาระประชุมเดียวกัน ประธานาธิบดีกาน่า จอห์น ดรามานี มาฮาม่า กล่าวว่าประเทศของตนจะพยายามผลักดันมติในสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2026 ให้ยอมรับว่า การค้าทาสข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก เป็น ‘อาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่เลวร้ายที่สุด’ ‘ชาวแฟริกาทุกคนต่างรอคอยวันนี้’ มาฮาม่ากล่าว ‘ความจริงไม่อาจปิดบังไว้ได้ เรามีพื้นฐานกฎหมายรับรอง และในแง่ศีลธรรม เป็นเรื่องที่ไม่อาจปฏิเสธได้’

ฝั่งหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในซีกโลกเหนือ มองว่าการล่าอาณานิคมเป็นเรื่องดี และเรียกร้องให้มันกลับมา อีกฝั่งหนึ่งในซีกโลกใต้ กล่าวประนามการล่าอาณานิคมด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และเรียกร้องค่าชดเชย คำกล่าวของมาฮาม่า มาพร้อม ๆ กับหนังสือเล่มใหม่ของ คเวซี แพรตต์ จูเนียร์ ที่ซึ่งมาฮาม่าได้เขียนคำนิยมให้

 ชื่อ ค่าชดเชยการล่าอาณานิคม: ประวัติศาสตร์ การต่อสู้ การเมือง และกฎหมาย ซึ่งตีพิมพ์ในกรุงอัคครา ประเทศกาน่า และนำเสนอในที่ประชุมสหภาพแอฟริกา ณ กรุงมาลาโบ ประเทศอีเควทอเรียลกินี เมื่อเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2025 แพรตต์ จูเนียร์เขียนว่าประเทศซีกโลกเหนือเป็นหนี้ค่าแรงชาวแอฟริกาในอดีตประมาณ 2-3 ล้านล้านดอลลาร์ และหนี้ค่าทรัพย์สมบัติที่ถูกปล้นชิงไปช่วงล่าอาณานิคมอีก 4-6 ล้านล้านดอลลาร์ รวมหนี้ทั้งหมดแล้วประมาน 6-9 ล้านล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้เพียงแค่ราวหนึ่งในสิบของ GDP ประเทศซีกโลกเหนือ และยังสูงกว่าหนี้ต่างประเทศของทวีปแอฟริกาทั้งหมด 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ (ซึ่งอย่างน้อยที่สุดควรจะถูกปลดเพื่อแสดงความสำนึก)

<ควากู ยาโร (กาน่า), ยืนอยู่ข้างฉัน, ค.ศ. 2022.>

ขณะเดียวกันในแคริบเบียน นายกรัฐมนตรี แกสตัน บราวน์ แห่งแอนติกาและบาร์บิวดา ถอดเสื้อสูท มาโพกผ้าพันคอร่วมร้องเพลงกับดาวเร็กเก แกรมพส์ มอร์แกน ภายใต้สมญานาม ‘แก็ซซี่ เดรด’ ทั้งคู่ออกซิงเกิลใหม่ชื่อ ‘ค่าชดเชย’ เมื่อกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 ที่ผ่านมา เนื้อเพลงส่วนหนึ่งร้องไว้ว่า:

ค่าชดเชย และความยุติธรรม 

แอฟริกา แคริบเบียน สายเลือดเดียวกัน

ไม่ใช่การกุศล แต่เราอยากเปิดโปง

เงินค่าแรงที่ถูกขโมยขโจร

ข้ามทะเล ไปยังแดนไกล

โซ่ตรวนขา พาดบ่าพาดไหล่

มีเพียงแสงพระเจ้าจาห์ ที่คอยชี้ทาง (พระเจ้าจาห์ คือพระเจ้าในศาสนาราสตาฟารี)

จนชีวิตใหม่ของเราเริ่มเบิกบาน

มันปล้นข้าว ปล้นทรัพย์ ปล้นคน

ชนรุ่นใหม่ยังแบกรับทุกข์ระทม

แต่พวกเรายังคงสู้ต่อไป

ด้วยพลังร่างกายและจิตใจ

ถึงเวลาความชอบธรรมบังเกิด

เงินชดเชย เอามาเสียเถิด

นายกฯ บราวน์ควรส่งบทเพลงนี้ให้ มาร์โค รูบิโอและเหล่าผู้นำยุโรปฟัง รูบิโอหวนคนึงถึง ‘จิตวิญญาณ’ การล่าอาณานิคมที่ส่งเรือไปทะเลไกล แต่ประชาชนในซีกโลกใต้ไม่หลงลืมว่าเรือเหล่านั้นพาอะไรมา และนำอะไรไป ถ้าชาติตะวันตกอยากพูดถึงความศิวิไลซ์ พวกเขาควรจะเริ่มที่ชดเชยค่าเสียหาย ผ่านการปลดหนี้ที่ไม่ชอบธรรม คืนทรัพย์สินที่ขโมยไป และจ่ายเงินค่าชดเชยการปล้นชิงทรัพยากรคนและธรรมชาติตลอดหลายร้อยปีผ่านมา ยุคที่การล่าอาณานิคมอย่างลอยนวลจบสิ้นแล้ว เราต้องได้รับความยุติธรรม

ด้วยความเคารพ

วิเจย์

Nangbaek – The New Ultras

Nangbaek – The New Ultras

The rise of the Nangbaek (นางแบก) movement perhaps marks an entirely new political ideology and approach to Left politics. Domestically, it is the end of political innocence and the key to unlocking a materialist understanding of 21st century politics in the global south.

นางแบกและจุดจบของความบริสุทธิ์ผุดผ่องทางการเมือง

นางแบกและจุดจบของความบริสุทธิ์ผุดผ่องทางการเมือง

การเกิดขึ้นของขบวนการนางแบกอาจเป็นจุดบ่งชี้ถึงอุดมการณ์ทางการเมืองและแนวทางการเมืองฝ่ายซ้ายแบบใหม่ทั้งหมด ในระดับประเทศ อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดสิ้นสุดของความไร้เดียงสาทางการเมือง และเป็นกุญแจสำคัญในการไขความเข้าใจเชิงวัตถุนิยมเกี่ยวกับการเมืองในศตวรรษที่ 21 ในซีกโลกใต้

คู่มือเบื้องต้นเกี่ยวกับปิโตรดอลลาร์และสงครามกับอิหร่าน

คู่มือเบื้องต้นเกี่ยวกับปิโตรดอลลาร์และสงครามกับอิหร่าน

ในขณะที่คุณและผมกังวลว่าสงครามและภาวะเงินเฟ้อจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวและประเทศชาติของเราอย่างไร นักลงทุนในตลาดพันธบัตรกลับจ้องมองตัวเลขบนหน้าจออย่างตั้งอกตั้งใจ และคำนวณสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องมือทางการเงินที่ดูซับซ้อนเหล่านั้น หน้าที่ของพวกเขาคือการปกป้องสมบัติของคนร่ำรวย ตลอดห้าสิบปีที่ผ่านมา ความมั่นคงของดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปของพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรียกว่าระบบ ‘ปิโตรดอลลาร์’

ช่องแคบฮอร์มุซ ประตูสู่ทะเลใหญ่

ช่องแคบฮอร์มุซ ประตูสู่ทะเลใหญ่

สำหรับหลายประเทศยากจน สงครามครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากหลายทศวรรษของการปรับโครงสร้างแบบเสรีนิยมใหม่และวงจรการรัดเข็มขัดหนี้สิน ในขณะที่สงครามคุกคามที่จะทำให้หลายประเทศเหล่านี้ล่มสลาย จึงจำเป็นต้องมีการตอบสนองระหว่างประเทศที่ประสานงานกัน

ต่อต้านสงครามอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

ต่อต้านสงครามอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

จิตวิญญาณของมนุษย์นั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะถูกทำลายโดยผู้ทรมาน และจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อต่อต้านโลกที่ประวัติศาสตร์แห่งสงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของเรา

เซเนกัลอยู่บนขอบเหวแห่งการล่มสลาย

เซเนกัลอยู่บนขอบเหวแห่งการล่มสลาย

เซเนกัลซึ่งแบกรับภาระจากลัทธิล่าอาณานิคมใหม่และการทุจริตมานานหลายทศวรรษ กำลังเผชิญกับภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกซึ่งประเทศต่างๆ ในซีกโลกใต้ต้องเผชิญอยู่บ่อยครั้ง นั่นคือ จะพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนได้อย่างไรภายใต้ภาระหนี้สินมหาศาล

คิวบาไม่หวาดกลัว

คิวบาไม่หวาดกลัว

มีคนที่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ แต่มีพวกเราอีกมากมายที่สนับสนุนการปฏิวัติ และเราไม่หวาดกลัว

ฝ่ายขวาจัดประกาศสงครามกับผู้หญิง

ฝ่ายขวาจัดประกาศสงครามกับผู้หญิง

แทนที่จะให้ความสำคัญกับปัญหาความรุนแรงและความเหลื่อมล้ำที่กระทบต่อผู้หญิงในสังคมปิตาธิปไตย ฝ่ายขวาจัดกลับมองขบวนการสตรีนิยมและความหลากหลายทางเพศว่าเป็นศัตรูหลักที่ต้องกำจัด

หมู่บ้านละเอปสตีน

หมู่บ้านละเอปสตีน

คุณปู่ของคุณอายุเท่าไหร่ตอนที่แต่งงานกับคุณย่าของคุณ? การแต่งงานครั้งนั้นเป็นการจัดขึ้นอย่างไร? คุณย่ารู้สึกอย่างไรในคืนนั้น? แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้หมายถึงคุณย่าทุกคน บางทีคุณปู่ของคุณอาจจะเป็นส่วนที่ “โอเค” คนหนึ่ง แต่เมื่อคุณอ่านเรื่องราวที่น่าสยดสยองเกี่ยวกับ...

ชาวส้ม

ชาวส้ม

นับตั้งแต่ปี 2562 รูปแบบทางการเมืองใหม่ได้ปรากฏขึ้น ซึ่งเลียนแบบการต่อสู้ของสีเดิม จากเดิมที่เป็นการต่อสู้ระหว่างแดงกับเหลือง ได้เปลี่ยนไปเป็นแดงกับส้ม อย่างไรก็ตาม ในแง่มุมที่แปลกประหลาด การเปลี่ยนแปลงนี้กลับถูกตีความโดยคนภายนอกและผู้ที่เพิ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองไทยว่าเป็นความพลิกผันทางการเมืองนับตั้งแต่พรรคแดงได้กลับมาครองรัฐสภาอีกครั้งหลังการเลือกตั้งปี 2566

อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาไม่สามารถชนะสงครามอิหร่าน

อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาไม่สามารถชนะสงครามอิหร่าน

สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลละเมิดอธิปไตยโจมตีอิหร่านอีกครั้ง สังหารพลเรือนอิหร่านจำนวนมาก สหรัฐฯ กล่าวอ้างว่าอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่ไม่มีอยู่จริง จนกลายเป็นความโหดร้ายซ้ำรอยประธานาธิบดี บุช บุกอิรัก ค.ศ. 2003

Each Village Its Own Epstein

Each Village Its Own Epstein

The revelations of the Epstein Network has provided an insight into how these elite networks of sexual abusers function. While this may come as a shock to the respectable journalist/ commentariat class, the existence and prevalence of such networks have been long known by generations of poor women of Southeast Asia, a people who have been fetishised, captured, trafficked and commodified for centuries. In this sense, The Epstein revelations reveal nothing new to us. These networks are not unique to the international elite, the crimes of class society are synchronous, there is an Epstein in Singapore, there is an Epstein in Bangkok, an Epstein in Kalasin, an Epstein in Surat Thani and they are persistent and entrenched at the hyper local level