การผนวกศาสนาเข้ากับสังคมนิยมในการปฏิวัติแอฟริกา – อาเม็ด ตูเร่

by | Mar 21, 2022 | Articles บทความ, Translation, ทฤษฎี Theory, ประวัติศาสตร์ History, ไทย

เรื่อง Djibo Sobukwe

คุณูปการอันโดดเด่นและสร้างสรรค์ของอาเม็ด ตูเร่ ต่อปรัชญาการต่อสู้ทางชนชั้น

อุดมการณ์แบบตูเร่ (Touréism) คือการผสมผสานหลาย ๆ แง่มุมของระเบียบวิธีแบบมาร์กซิสต์-เลนินนิสต์ ให้เข้ากับค่านิยมและศาสนาตามธรรมเนียมของแอฟริกา

“ไม่มีส่วนใดในชีวิตทางสังคมและวัฒนธรรมของผู้คน ที่ทุนนิยมและลัทธิจักรวรรดินิยมไม่พยายามเข้าไปครอบงำ ทำให้กลายเป็นสินค้า และฉ้อฉล”

อาเม็ด เซคู ตูเร่ (Ahmed Sékou Touré) เป็นนักสังคมนิยม นักต่อต้านลัทธิจักรวรรดินิยม และผู้นำนักปฏิวัติในประเทศกินี การจัดการอย่างมีระบบแบบแผนและการเคลื่อนไหวของเขาเป็นปัจจัยชี้ขาดของการปฏิวัติสังคมนิยมในประเทศดังกล่าว และเขาได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของกินีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1958 ถึง ค.ศ. 1984 ตอนที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ชาร์ล เดอ โกล (Charles de Gaulle) เสนอให้กินีเข้าร่วมกับพันธมิตรฝรั่งเศส-แอฟริกา ตูเร่ก็บอกเขาว่า กินีอยากรักษาศักดิ์ศรีของตนให้อยู่ในอิสรภาพมากกว่าการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรจักรวรรดินิยมใหม่ เขากล่าวว่า “ในส่วนของเรานั้น มีความจำเป็นอย่างแรกที่จะขาดไปไม่ได้เลย นั่นก็คือ ความจำเป็นในศักดิ์ศรีของเรา ในตอนนี้ ไม่มีศักดิ์ศรีใดที่ปราศจากเสรีภาพ… เราต้องการเสรีภาพในความยากจนมากกว่าความร่ำรวยในความเป็นทาส”

มีตัวอย่างงานของตูเร่อีกมากมายในการเคลื่อนไหวทางการเมืองแนวฏิวัติแอฟริกาอื่น ๆ เช่น ในกานาและคองโก อย่างไรก็ดี จุดประสงค์ของบทความชิ้นนี้คือการเน้นความสำคัญของงานอันไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของเขา นั่นก็คือ งานเชิงทฤษฎี ในฐานะนักคิดสังคมนิยมแนวปฏิวัติที่โดดเด่นของแอฟริกาและซีกโลกใต้ เขาได้วางอุดมการณ์แห่งการปฏิวัติไว้ในบริบทของวัฒนธรรมและศาสนาอย่างลงตัว การผนวกรวมจินตภาพทางศาสนาเข้ากับหลักการสังคมนิยมอย่างมีเอกลักษณ์และแหลมคมของตูเร่ ซึ่งรวมไปถึงวัตถุนิยมประวัติศาสตร์วิภาษวิธีกับการต่อสู้ทางชนชั้น เป็นตัวอย่างหนึ่งจากหลาย ๆ ตัวอย่าง การผสานรวมแนวคิดดังกล่าวไม่เพียงทำให้เขาเป็นนักสังคมนิยมปฏิวัติเท่านั้น แต่ยังเป็นนักทฤษฎีและนักปฏิบัติของเทววิทยาแห่งการปลดปล่อยอีกด้วย

ธรรมชาติสองอย่างของมนุษย์: ประชาชน (The People) และผู้ต่อต้านประชาชน (the Anti-People)

สำหรับตูเร่ การต่อสู้ทางชนชั้นมีรากฐานมาจากแนวคิด ประชาชน (the People) ปะทะ ผู้ต่อต้านประชาชน (the Anti-People) ซึ่งเขากล่าวว่าเป็นธรรมชาติสองแบบของมนุษย์

เขาอธิบายแนวคิดดังกล่าวออกมาได้อย่างเห็นภาพดังนี้:

“สังคมคือการดำรงอยู่ของธรรมชาติสองแบบในชีวิต ธรรมชาติสองแบบที่เคลื่อนย้ายไปมาในความคิด การกระทำ พฤติกรรม และในทางเลือกของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม หรือวัฒนธรรม กล่าวอีกอย่างก็คือ มีธรรมชาติมนุษย์อยู่สองแบบในบรรดามวลมนุษย์และในคนแต่ละกลุ่ม เรามีประชาชนและผู้ต่อต้านประชาชน ซึ่งเป็นการต่อสู้ขับเคี่ยวกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุดระหว่างคนทั้งสองกลุ่ม นั่นคือการต่อสู้ทางชนชั้น”

กล่าวอย่างง่าย ๆ ก็คือ ประชาชนกำลังต่อสู้ทางชนชั้นอยู่เสมอไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ควาเม ตูเร่ (Kwame Toure) ผู้เป็นลูกบุญธรรมของตูเร่ เคยกล่าวว่า ลัทธิจักรวรรดินิยมพยายามทำให้เราคิดอย่างผิดศีลธรรมด้วยตรรกะที่แข็งทื่อ ดังนั้นการต่อสู้ทางศีลธรรมเพื่อนำทางการสร้างแอฟริกาขึ้นมาใหม่จึงมีความสำคัญ การต่อสู้ทางศีลธรรม การต่อสู้ระหว่างค่านิยมต่าง ๆ เป็นแนวแรกของการต่อสู้ เพราะมันเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของการต่อสู้ทางอุดมการณ์ในทุก ๆ สังคม ไม่มีส่วนใดในชีวิตทางสังคมและวัฒนธรรมของผู้คน ที่ระบบทุนนิยมและจักรวรรดินิยมไม่พยายามเข้าไปครอบงำ ทำให้กลายเป็นสินค้า และฉ้อฉล การครอบงำดังกล่าวทำให้การขูดรีดทางเศรษฐกิจดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง และสถาบันทางศาสนาหรือจิตวิญญาณของพวกเราเองก็ไม่รอดพ้นจากการครอบงำดังกล่าวเช่นกัน

เมื่อเข้าใจธรรมชาติทางจิตวิญญาณของผู้คน ทุนนิยมก็ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการทำลายธรรมชาติทางจิตวิญญาณโดยอัดฉีดเงื่อนไขทางจิตวิทยาเพื่อทำให้เกิดอาการอัมพาตทางวัฒนธรรม ดังนั้นศาสนาก็ไม่ต่างแง่มุมอื่น ๆ ของวัฒนธรรม นั่นคือนำมาใช้ในการปฏิวัติหรือการโต้กลับการปฏิวัติได้พร้อม ๆ กัน มวลชนมักเรียกหาศาสนาในฐานะแนวทางทางศีลธรรมเพื่อต่อสู้กับความชั่วร้ายในทางจิตวิญญาณ อย่างไรก็ดี เพื่อที่จะชนะการต่อสู้ทางศีลธรรมกับชนชั้นกระฎุมพีและไม่เป็นเพียงวัตถุเชื่อง ๆ ของประวัติศาสตร์ การต่อสู้ทางชนชั้นนี้จะต้องดำเนินต่อไปในระดับที่สูงขึ้นและมีความตระหนักรู้ตัวมากขึ้น ซึ่งผสานรวมปริมณฑลทางจิตวิญญาณเข้ากับกับปริมณฑลทางการเมือง ทางวัฒนธรรม และทางเศรษฐกิจของชีวิต ตามอุดมการณ์แล้ว ตูเร่และ PDG (พรรคประชาธิปไตยแห่งกิวนี-แอฟริกา / Parti démocratique de Guinée – ผู้แปล) เสนออย่างชัดเจนว่า “การต่อสู้ทางชนชั้นมีหลายแง่มุม เกิดขึ้นทั่วโลก และทุกครั้งทุกคราว ผลประโยชน์ทางชนชั้นเป็นสิ่งที่มาก่อนและสำคัญที่สุด”

ลักษณะเชิงศิลป์ของทฤษฎีดังกล่าวคือการที่มันผสมผสานทฤษฎีการเมือง จริยธรรม และศาสนาที่ปฏิวัติเข้าด้วยกัน และด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ผู้คนมีความตระหนักรู้มากขึ้นถึงการต่อสู้ทางชนชั้นอันถาวรที่อยู่ภายในตัวของพวกเราทุกคน จึงเป็นการกล่าวถึงศัตรูที่อยู่ภายในด้วย ดังที่ตูเร่น่าจะกล่าวไว้ การต่อสู้นี้ไม่ได้ปรากฏออกมาแค่ในระดับคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมเท่านั้น แต่จะต้องรวมถึงการต่อสู้ในระดับจิตวิญญาณ นั่นคือ การต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่วด้วย ความเข้าใจในการต่อสู้ทางชนชั้นอย่างถ่องแท้นี้หมายความว่า การต่อสู้ดังกล่าวปรากฏออกมาในการกดขี่ทุกรูปแบบ จึงมีพื้นที่ให้กับการวิเคราะห์แบบตัดข้าม (intersectional analysis) ที่รวมถึงเชื้อชาติ เพศสภาพ และการกดขี่รูปแบบอื่น ๆ เนื่องจากทั้งหมดมีตัวส่วนของการต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว

การต่อสู้ทางชนชั้นอันแรงกล้า

คนแอฟริกันเป็นคนที่มีจิตวิญญาณ ด้วยเหตุนี้ ศาสนาและความเป็นจิตวิญญาณจึงมีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิต กินีซึ่งประกอบไปด้วยมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ (มุสลิม 85%, คริสเตียน 8%, ความเชื่อแบบดั้งเดิม 7%) ก็เป็นประเทศหนึ่งที่เป็นเช่นนั้น ภูมิหลังนี้มีความสำคัญเนื่องจากมันเป็นภววิทยาแง่มุมหนึ่งของตูเร่และเป็นการเคลื่อนไหวของเขาซึ่งมีรากฐานมาจากความเชื่อที่ว่า พระเจ้าดำรงอยู่ และจักรวาลเป็นผลงานของพระเจ้าผู้รู้แจ้ง ผู้สถิตอยู่ทุกหนทุกแห่ง ผู้ไม่ปรากฏกายให้เห็น และผู้เป็นอมตะนิรันดร์

ในหนังสือ Revolution and Religion เล่มที่ 26 ตูเร่อธิบายว่า แม้ว่าการปฏิวัติกินีจะปฏิเสธแนวคิดวัตถุนิยมปรัชญา ซึ่งเป็นแนวคิดที่ปฏิเสธการมีอยู่ของพระเจ้าและบทบาทสำคัญของความคิดจิตใจ แต่การปฏิวัติดังกล่าวก็น้อมนำแนวคิดวัตถุนิยมประวัติศาสตร์วิภาษวิธีมาเป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานในการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์และโลก นักมาร์กซิสต์ผู้ยึดติดคัมภีร์บางคนอาจมองว่า นี่คือความขัดแย้งที่ไม่อาจยอมรับได้ในทฤษฎีการปฏิวัติ แต่สำหรับตัวตูเร่เองแล้ว มันก็สมเหตุสมผลทั้งหมด และตามที่ผู้ยึดถือทุก ๆ คนเข้าใจ การต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่ว คือการแสดงออกทางจิตวิญญาณของการต่อสู้ทางชนชั้น

ตูเร่กล่าวว่า การต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่วเป็นการต่อสู้อันถาวรท่ามกลางมนุษย์ฉันใด การต่อสู้ทางชนชั้นก็ย่อมเป็นการต่อสู้อันถาวรระหว่างมนุษย์ฉันนั้น โดยเป็นการต่อสู้ที่มีหลายรูปแบบและแตกต่างกันไปในเรื่องของความเข้มข้นและการแสดงออก เราอาจพึงระลึกไว้ว่า อัลมามี ตูเร่ (Almamy Touré) ปู่ทวดของตูเร่ เป็นวีรบุรุษผู้น่าจดจำ ผู้ต่อต้านลัทธิล่าอาณานิคมของฝรั่งเศสในปลายศตวรรษที่สิบเก้า เขาใช้ศาสนาอิสลามเป็นผนึกกำลังในการต่อสู้กับฝรั่งเศส ในขณะเดียวกัน การตระหนักว่า กินีเป็นรัฐโลกวิสัย (secular state) ก็เป็นสิ่งสำคัญดังที่ตูเร่ได้อธิบายไว้ว่า การกระทำของประชากรทั้งหมดที่นำไปสู่การก่อตั้งรัฐเป็นผลมาจากการรับรู้ทางการเมืองของเขา ไม่ได้เป็นผลมาจากหลักคำสอนทางศาสนา และเพราะพวกเขา… “ต้องการให้โลกวิสัยเป็นหลักประกันอิสรภาพในการรู้ผิดชอบชั่วดีของพลเมืองกินีหรือชาวต่างชาติทุกคน”

เผยแผ่การปฏิวัติไปรอบ ๆ ตัวคุณ ฝึกฝนตัวเอง และถ้าคุณเป็นคาทอลิกและยังคงเป็นต่อไป คุณก็จะเป็นคาทอลิกของการปฏิวัติที่ดีที่สุด ถ้าคุณเป็นมุสลิม และยังคงเป็นต่อไป คุณจะเป็นมุสลิมผู้เป็นต้นแบบของการปฏิวัติ หากคุณเป็นแอนิมิสต์ (ผู้ที่นับถือลัทธิผี-ผู้แปล) คุณจะเป็นแอนิมิสต์ผู้ซื่อตรงที่สุดในการปฏิวัติ ไม่ว่าคุณจะเลือกเส้นทางทางจิตวิญญาณแบบไหน ตราบใดที่มันไม่ใช่ปัญหาของโลกข้างหน้าหน้าอีกต่อไป แต่เป็นโลกที่จับต้องได้ของการต่อสู้อันถาวรนี้ คุณต้องรู้ว่า ความประพฤติและพฤติกรรมของคุณจะต้องถูกจัดระเบียบโดยการปฏิวัติ

ศักยภาพในการปรับตัว

การผนวกปรัชญาศาสนาเข้ากับหลักการสังคมนิยมของตูเร่ สามารถปรับให้เข้ากับความเชื่อทางศาสนาอื่น ๆ ได้ โดยผสานเข้ากับหลักการสังคมนิยมในแบบที่คล้าย ๆ กัน คำจำกัดความของการต่อสู้ทางชนชั้นซึ่งมีความเฉพาะตัวของเขาแสดงให้เห็นว่า การต่อสู้ทางชนเป็นสิ่งที่ดำรงอยู่ท่ามกลางมนุษย์ตลอดเวลา และเป็นสิ่งที่เริ่มขึ้นในฐานะการต่อสู้ทางจิตวิญญาณภายในระหว่างความดีกับความชั่ว เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในกระทั่งสังคมไร้ชนชั้น แนวคิดนี้ควรถูกขยับขยายให้ครอบคลุมถึงการวิเคราะห์แบบตัดข้าม ซึ่งไม่ได้นับรวมแค่การกดขี่ทางชนชั้น เชื้อชาติ และเพศสภาพเท่านั้น แต่รวมไปถึงการกดขี่กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ระบบชนชั้นวรรณะ และการกดขี่แบบอื่น ๆ ด้วย เช่น การกดขี่คนผิวเผือกที่ยังคงมีอยู่ในแอฟริกา อาวุธทางอุดมการณ์เหล่านี้สามารถปรับใช้กับทุกวัฒนธรรมได้ไม่ว่าในสังคมใด

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การที่เรือรบ USS อับราฮัม ลินคอล์น (CVN-72) เดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อ “ท่องเที่ยวพักผ่อน” ก่อนจะกลับไปปฏิบัติภารกิจคร่าชีวิตประชาชนในเอเชียตะวันตกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคัดค้านโดยทันที สำหรับพวกเราชาวไทย และสำหรับผู้คนทั่วโลกที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกอเมริกาปล้นสะดม นี่นับเป็นการเขย่าโซ่ตรวนอาณานิคมของยุคสงครามเย็นของสหรัฐฯ ที่มีต่อสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดของตน

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The arrival of the USS Abraham Lincoln (CVN-72) for a “leisure trip” in Thailand before returning to its campaign of destruction against the people of West Asia demands immediate interrogation and opposition. For us Thai people, and those in sites of American plunder across the globe, this a rattling of the US’ cold war colonial chains on its most loyal lap dog, while conducting a war of aggression in Iran and the ongoing genocide in Palestine.

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

โครงสร้างด้านความมั่นคงที่แพร่หลายในยุคสงครามเย็นกำลังครอบงำประเทศไทยอย่างเต็มตัว เครือข่ายทางการเมืองเทาในพื้นที่ชายแดนรอบนอก ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในยุค 2490 เพื่อเป็นกองกำลังรักษาความมั่นคงต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และได้เข้าสู่การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาในยุค 2520 ภายหลังการล่มสลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้ครอบงำการปกครองของประเทศไทยอย่างถี่ถ้วน 

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and extra-parliamentary politics in the 1980s after the fall of the communist movement, since then they have come to dominate Thailand’s governance, today coalescing around the ultra-reactionary Bhumjaithai party

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?