ราคาของความรู้

by | Apr 10, 2021 | Articles บทความ, Translation, ทฤษฎี Theory, ไทย

เรื่อง The Cost of Knowledge
ผู้แปล Rawipon Leemingsawat
บรรณาธิการ Sarutanon Prabute

นี่คือความพยายามในการอธิบายเบื้องหลังบางส่วนที่นำไปสู่การคว่ำบาตรต่อ Elsevier จากนักคณิตศาสตร์จำนวนมาก (และนักวิชาการสาขาอื่น ๆ) ที่ปรากฏใน http://thecostofknowledge.com และเสนอประเด็นบางประเด็นที่ขบวนการคว่ำบาตรดังกล่าวเผชิญหน้าอยู่ พวกเราเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เราชี้ในที่นี้จะสะท้อนสิ่งที่บรรดาผู้ลงชื่อในขบวนการนี้คำนึงถึง

บทบาทของวารสาร (1): เผยแพร่การวิจัย

บทบาทของวารสารในแวดวงคณิตศาสตร์ได้ถูกถกเถียงกันมาระยะเวลาหนึ่งแล้วและล่วงเลยจนถึงปัจจุบัน

ตามแบบแผนโดยทั่วไปแล้ว ในขณะที่วารสารมีหลายเป้าหมาย แต่เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของวารสารคือการเผยแพร่บทความวิจัย สำนักพิมพ์ผู้จัดพิมพ์วารสารได้เรียกเก็บเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการเรียงพิมพ์ (ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่โตมากก่อนการมาถึงของความก้าวหน้าในการเรียงพิมพ์แบบอิเล็กทรอนิกส์) ค่าใช้จ่ายสำหรับการตีพิมพ์วารสารฉบับเล่มจริง และค่าใช้จ่ายในการกระจายวารสารให้กับบรรดาผู้ที่สมัครรับวารสาร (โดยหลัก ๆ แล้วก็คือหอสมุดในสถาบันการศึกษา)

บอร์ดบรรณาธิการของวารสารหนึ่ง ๆ คือกลุ่มของนักคณิตศาสตร์มืออาชีพที่มารวมตัวกัน หน้าที่ในงานบรรณาธิการถูกนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ทางวิชาการที่พวกเขาต้องทำและถูกจ่ายค่าตอบแทนโดยนายจ้างของพวกเขาซึ่งโดยพื้นฐานแล้วก็คือมหาวิทยาลัย ดังนั้น จากมุมมองของสำนักพิมพ์ บรรณาธิการจึงเป็นงานของอาสาสมัคร เมื่อบทความถูกส่งเข้าสู่วารสารโดยผู้เขียนซึ่งปกติจะเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ถูกจ้างงานโดยมหาวิทยาลัย บรรณาธิการจะเลือกผู้ตัดสินหรือคณะผู้ตัดสินขึ้นมาสำหรับบทความดังกล่าว ประเมินรายงานของผู้ตัดสิน ตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับบทความที่ถูกส่งมา และจัดการบทความต่าง ๆ เข้าด้วยกันเป็นเล่ม สิ่งเหล่านี้จะถูกส่งให้กับสำนักพิมพ์ผู้ที่จะรับหน้าที่ในการพิมพ์สิ่งเหล่านี้ออกมาจริง ๆ สำนักพิมพ์จะช่วยเหลือในการจัดการกับบทความและการปรับแก้ต้นฉบับซึ่งบางครั้งก็มากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป จากมุมของสำนักพิมพ์ ผู้ตัดสินก็เป็นอาสาสมัครอีกเช่นกัน เช่นเดียวกับงานบรรณาธิการ การตัดสินถูกพิจารณาว่าเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ในงานทางวิชาการของนักคณิตศาสตร์ ผู้เขียนไม่ได้รับเงินตอบแทนจากสำนักพิมพ์สำหรับบทความของพวกเขา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะถูกขอให้เซ็นชื่อมอบลิขสิทธิ์ให้กับสำนักพิมพ์ก็ตาม

ระบบดังกล่าวดูมีเหตุผลเมื่อการตีพิมพ์และการเผยแพร่บทความเป็นสิ่งที่ยากลำบากและมีความใช้จ่ายสูง สำนักพิมพ์จัดหาบริการที่มีคุณค่าในแง่นี้ พวกเขาได้รับการจ่ายค่าตอบแทนโดยผู้สมัครรับวารสารซึ่งโดยมากก็เป็นหอสมุด หากพูดกันอย่างกว้าง ๆ แล้ว บรรดาสถาบันทางวิชาการที่หอสมุดของพวกเขาสมัครรับวารสารทางคณิตศาสตร์ก็เป็นสถาบันเดียวกับที่จ้างนักคณิตศาสตร์ผู้ที่กำลังเขียน ตัดสิน บรรณาธิการให้กับวารสาร ดังนั้น ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกระบวนการผลิตบทความวิจัยจึงถูกแบกรับโดยสถาบันเหล่านี้ (และบรรดาแหล่งเงินทุนที่ให้ทุนส่วนหนึ่งแก่สถาบันดังกล่าว เช่น มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติในประเทศสหรัฐอเมริกา) พวกเขาจ่ายเพื่อให้ลูกจ้างนักคณิตศาสตร์ทำวิจัยและบริหารจัดการการตีพิมพ์ผลงานจากงานวิจัยในวารสาร และหลังจากนั้น (ผ่านหอสมุดของพวกเขา) พวกเขาก็จ่ายเงินให้กับสำนักพิมพ์เพื่อเผยแพร่ผลลัพธ์ดังกล่าวไปในโลกของนักคณิตศาสตร์ นับแต่สถาบันดังกล่าวจ้างงานบุคลากรเพื่อการวิจัยด้วยหวังให้พัฒนาการวิจัย มันก็ดูจะสมเหตุสมผลที่พวกเขาจะต้องจ่ายเงินเพื่อเผยแพร่งานวิจัยเช่นกัน ถึงที่สุดแล้ว การแบ่งปันความคิดเชิงวิทยาศาสตร์และผลงานวิจัยก็เป็นส่วนประกอบสำคัญต่อความจำเริญของศาสตร์อย่างไม่ต้องสงสัย

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ โลกได้เปลี่ยนไปในทิศทางที่มีนัยอันสำคัญยิ่ง ผู้เขียนต้องเรียงพิมพ์บทความของตัวเองโดยใช้การเรียงพิมพ์แบบอิเล็กทรอนิกส์ ค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์และการเผยแพร่ไม่ใช่สิ่งที่หนักหนาเท่ากับที่เคยเป็น และที่สำคัญที่สุด การเผยแพร่ความคิดเชิงวิทยาศาสตร์ก็ไม่จำเป็นต้องทำในรูปแบบของการกระจายวารสารฉบับจริงอีกต่อไป กลับกัน มันอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ในขณะที่วิถีการเผยแพร่ไม่ใช่เรื่องที่ปราศจากค่าใช้จ่าย แต่มันก็ถูกลงมหาศาล และเกิดขึ้นโดยแทบจะไม่ต้องพึ่งวารสารอีกต่อไป

กล่าวโดยสรุป ค่าใช้จ่ายสำหรับการตีพิมพ์วารสารได้ลดลงเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเรียงพิมพ์ได้ถูกย้ายจากสำนักพิมพ์ไปสู่ผู้เขียน และค่าใช้จ่ายสำหรับการตีพิมพ์รวมทั้งการกระจายต่างลดลงอย่างสำคัญเมื่อเทียบกับที่มันเคยเป็น กลับกัน จำนวนเงินที่ถูกใช้ไปโดยหอสมุดของมหาวิทยาลัยเพื่อซื้อนิตยสารดูเหมือนจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เหตุใดบรรดานักคณิตศาสตร์ผู้มีส่วนร่วมในการใช้แรงงานโดยสมัครใจและนายจ้างของพวกเขาจึงยังต้องจ่ายเงินเพื่อการบริหารที่มูลค่าของมันไม่ทัดเทียมกับราคาที่ต้องจ่ายไป ?

บทบาทของวารสาร (2): กระบวนการ peer review และการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ

มีเหตุผลสำคัญบางประการที่ทำให้นักคณิตศาสตร์ไม่ละทิ้งการตีพิมพ์ผลงานในวารสาร peer review มีบทบาทสำคัญในการประกันให้แน่ใจถึงความถูกต้องและความสามารถในการที่จะเข้าใจบทความเชิงคณิตศาสตร์และการตีพิมพ์บทความในวารสารวิจัยก็ยังเป็นหนทางหลักต่อการได้รับการยอมรับถึงความเชี่ยวชาญ มากไปกว่านั้น ไม่ใช่ว่าทุกวารสารจะถูกนับว่าเหมือนกันในแง่ดังกล่าว วารสารถูกจัดกลุ่ม (อย่างหยาบๆ) ดังนั้น การตีพิมพ์ในวารสารระดับสูงบ่อยครั้งจึงได้รับการยอมรับมากกว่าการตีพิมพ์บทความในวารสารระดับต่ำ บรรดานักคณิตศาสตร์มืออาชีพมักจะรู้สึกได้ถึงเกียรติของวารสารที่แตกต่างกันในขอบเขตการศึกษาของพวกเขา และพวกเขาก็มักจะส่งบทความไปยังวารสารระดับสูงที่สุดที่พวกเขาประเมินว่าน่าจะรับและตีพิมพ์มัน

เนื่องด้วยแง่มุมของการประเมินการตีพิมพ์ในวารสารดังกล่าวนี้ ปัญหาของการเปลี่ยนไปสู่รูปแบบที่ต่างออกไปเป็นสิ่งที่ยากมากกว่าที่คิดในตอนแรก ยกตัวอย่างเช่น มันไม่ใช่สิ่งที่ง่ายเลยหากจะเริ่มต้นวารสารใหม่ (แม่ว่าจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์ที่ซึ่งหลีกเลี่ยงความยากลำบากของการตีพิมพ์และการเผยแพร่ก็ตาม) เนื่องจากนักคณิตศาสตร์ก็คงไม่ต้องการที่จะตีพิมพ์กับวารสารดังกล่าว การตัดสินใจที่จะส่งบทความขึ้นอยู่กับความมีชื่อเสียงอันเป็นที่รับรู้ ข้อสอง แม้ว่าชื่อเสียงของวารสารหลากหลายฉบับถูกสร้างผ่านความพยายามของผู้เขียน ผู้ตัดสิน และบรรณาธิการผู้ที่ทำงานให้วารสารมานานปี ในหลาย ๆ กรณีชื่อของสาร สารถูกถือครองโดยสำนักพิมพ์ สร้างความยากลำบากสำหรับชุมชนนักคณิตศาสตร์ในการแยกสิ่งอันทรงคุณค่าเหล่านี้ที่พวกเขาสร้างขึ้นมาออกจากสำนักพิมพ์

บทบาทของ Elsevier

Elsevier, Springer, และสำนักพิมพ์เชิงพาณิชย์อื่นจำนวนหนึ่ง (ส่วนมากเป็นบริษัทขนาดใหญ่แต่กลับมีความสำคัญต่อการตีพิมพ์ของพวกเรามาก เช่น Willey) พวกเขากำลังขูดรีดแรงงานสมัครใจของพวกเราเพื่อสกัดเอาผลกำไรขนาดใหญ่จากชุมชนทางวิชาการ พวกเขาจัดหามูลค่าบางประการให้แก่กระบวนการเหล่านี้ แต่ไม่มีสิ่งใดที่มากพอจะทำให้ราคาที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล

ท่ามกลางบรรดาสำนักพิมพ์เหล่านี้ Elsevier อาจจะไม่ใช่ส่วนที่แพงที่สุด แต่ด้วยปัจจัยอื่น ๆ เช่น เรื่องอื้อฉาว การฟ้องร้อง การวิ่งเต้น ฯลฯ (ซึ่งจะถูกถกเถียงต่อไปด้านล่าง) พวกเราพิจารณาว่า Elsevier เป็นจุดเน้นตั้งต้นที่ดีสำหรับความไม่พอใจของพวกเรา การคว่ำบาตรควรดำเนินเป็นไปอย่างหนักแน่นและมีเป้าหมายซึ่งก่อให้เกิดความหมาย แต่ก็ไม่ควรกระจายไปในวงกว้างจนทำให้เป้าหมายกลายเป็นสิ่งที่ต้องถกเถียงและทำให้การคว่ำบาตรกลายเป็นภาระที่ไม่อาจจัดการได้ การปฏิเสธการส่งบทความไปยังสำนักพิมพ์ที่มีราคาแพงเป็นขั้นตอนต่อไปอันสมเหตุสมผลซึ่งบางคนในกลุ่มของพวกเราก็ได้กระทำไปแล้ว แต่เป้าหมายในการคว่ำบาตรครั้งนี้คือ Elsevier เนื่องจากความรู้สึกอันกระจายอยู่โดยทั่วไปท่ามกลางเหล่านักคณิตศาสตร์ว่าพวกเขาคือผู้กระทำความคิดที่เลวร้ายที่สุด

เริ่มต้นที่ประเด็นว่าด้วยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับวารสาร โชคร้ายอย่างยิ่งที่มันเป็นการยากลำบากที่จะจัดเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย วารสารหัวต่าง ๆ มีความแตกต่างกันในเรื่องคุณภาพ ปริมาณหน้าที่พิมพ์ และแม้แต่จำนวนตัวอักษรที่ปรากฎในแต่ละหน้ากระดาษ เมื่อวัดจากราคาแล้ว วารสารทางด้านคณิตศาสตร์ของ Elsevier เป็นหัวที่มีราคาสูงที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ในการสำรวจราคาวารสารของ AMS 7 หัววารสารจากรายการวารสารที่แพงที่สุด 10 อันดับมาจากสนักพิมพ์ Elsevier อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญคือ Elsevier เป็นผู้ตีพิมพ์วารสารจำนวนมากที่สุด ราคาต่อจำนวนหน้าเป็นเครื่องวัดที่มีความหมายมากกว่าซึ่งมันสามารถถูกคำนวณออกมาได้ง่าย แต่ด้วยมาตรฐานดังกล่าว Elsevier ไม่ใช่สำนักพิมพ์ที่แย่ที่สุด แต่ราคาของมันก็ดูสูงมากอยู่ดี Annals of Mathematics ซึ่งถูกตีพิมพ์โดย Princeton University Press คือหนึ่งในวารสารชั้นนำและมีราคาที่ค่อนข้างแพง $0.3 ต่อหนึ่งหน้าในปีค.. 2007 ในทางตรงกันข้าม วารสารของ Elsevier มีราคาอยู่ที่ $1.30 ต่อหน้า หรือมากกว่านั้น พวกมันมีราคาต่อหน้าแพงกว่าวารสารที่ถูกจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ของมหาวิทยาลัยหรือสมาคมใด ๆ เพื่อการเปรียบเทียบ Acta Mathematica ตีพิมพ์โดย the Institut Mittag Leffler $0.65 ต่อหนึ่งหน้า Journal of the American Mathematical Society ตีพิมพ์โดย the American Mathematical Society $0.24 ต่อหน้า และ Inventiones Mathematicae พิมพ์โดย Springer มีราคา $1.21 ต่อหน้า ควรกล่าวไว้ด้วยว่า โดยทั่วไปแล้วไม่มีสารสารของ Elsevier หัวใดที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพทัดเทียมกับบรรดาวารดังที่กล่าวมา

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีแง่มุมเพิ่มเติมอีกบางประการที่ทำให้เป็นเรื่องยากต่อการคำนวณถึงค่าใช้จ่ายที่แท้จริงของวารสารทางคณิตศาสตร์ นั่นคือการปฏิบัติอันแพร่หลายเป็นการทั่วไปท่ามกลางสำนักพิมพ์เชิงพาณิชย์ที่จะ “มัดรวม” หัววารสารหัวต่าง ๆ เข้าด้วยกันซึ่งทำให้หอสมุดสามารถสมัครรับวารสารหลายฉบับได้โดยไม่ต้องจ่ายในราคาอันสูงลิบในหัววารสารที่พวกเขาต้องการ แม้ว่านี่จะหมายความว่าค่าเฉลี่ยราคาที่หอสมุดต้องจ่ายต่อวารสารจะต่ำกว่าที่มันควรเป็น แต่สิ่งที่สำคัญคือราคาเฉลี่ยที่พวกเขาจ่ายต่อวารสาร (หรือจำนวนหน้าของวารสาร) ที่พวกเขาต้องการจริง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะเข้าถึงนั้นย่อมเป็นที่แน่ชัดว่าสูงมากขึ้น พวกเรามีความปรารถนาอย่างมากที่จะนำเสนอข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายจริง ๆ สำหรับหอสมุดที่ใช้ไปกับวารสารของ Elsevier โดยเปรียบเทียบกับของสำนักพิมพ์อื่น น่าเศร้า มันเป็นเรื่องยากลำบากเนื่องจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ มักทำสัญญามิให้ลูกค้าของพวกเขาเปิดเผยรายระเอียดทางการเงินในข้อสัญญา ยกตัวอย่างเช่น Elsevier ได้ฟ้องร้อง Washington State University เพื่อมิให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว หนึ่งในผลที่ตามมาจากสิ่งเหล่านี้คือในหลาย ๆ กรณี หอสมุดมิอาจประหยัดเงินด้วยการยกเลิกหัววารสารบางหัวของสำนักพิมพ์ได้ อย่างดีที่สุดคือบางครั้งเงินที่จ่ายไปอาจถูกโยกไปเพื่อสมัครรับหัววารสารอื่นของสำนักพิมพ์ได้

หนึ่งในเหตุผลที่พวกเรามุ่งเป้าไปที่ Elsevier มากกว่า Springer คือ Springer มีประวัติร่วมต่อชุมชนทางคณิตศาสตร์มาอย่างยาวนาน มากเท่า ๆ กับวารสาร พวกเขาตีพิมพ์ชุดตำรา เอกสาร และบันทึกคำบรรยาย ในทางหนึ่งอาจพิจารณาว่าราคาของวารสารที่สูงของ Springer คือการอุดหนุนรูปแบบการตีพิมพ์แบบอื่นที่ทำกำไรน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม รูปแบบการตีพิมพ์เหล่านี้ก็มีความสำคัญน้อยลงเมื่อเผชิญกับการเข้ามาของอินเทอร์เน็ตและการเผยแพร่ตัวอักษรทางอิเล็กทรอนิกส์ การปรากฏตัวของ Springer อย่างยาวนานและต่อเนื่องในโลกของคณิตศาสตร์ได้ก่อให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นในชุมชนคณิตศาสตร์ สิ่งเหล่านี้แม้ว่าจะถูกลดทอนลงไปอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังไม่สิ้นสูญ

Elsevier ไม่เคยมีส่วนร่วมในลักษณะเช่นที่กล่าวมานี้เลย วารสารหัวต่าง ๆ ที่พวกเขาตีพิมพ์ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาเพิ่งซื้อต่อมาจากบรรดาสำนักพิมพ์เล็ก ๆ มากไปกว่านั้น ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ พวกเขายังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวแสนอื้อฉาวเกี่ยวกับเนื้อหาในวารสารที่พวกเขาเป็นเจ้าของ หนึ่งในนั้นคือเรื่องของวารสาร Chaos, Solitons & Fractal ในช่วงปี 2008-2009 หนึ่งในวารสารที่ Elsevier เป็นผู้พิมพ์ ตัวชี้วัดความสำคัญของวารสารดังกล่าวถูกปั่นขึ้นโดยการอ้างอิงกันไปมาระหว่างบทความต่าง ๆ นอกจากนี้ วารสารหัวดังกล่าวยังตีพิมพ์บทความจำนวนมากที่มีความบกพร่องเชิงความแม่นยำและไม่สมควรถูกตีพิมพ์ลงวารสารที่มีมาตรฐานใด ๆ

ในวงการทางการแพทย์ เป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปีที่ Elsevier ตีพิมพ์ชุดของบทความที่ได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าในวงการเภสัชกรรมโดยไม่เปิดเผยถึงการสนับสนุนดังกล่าวอย่างเหมาะสม

ล่าสุด Elsevier ยังวิ่งเต้นเพื่อให้เกิด the Research Works Act กฎหมายที่ถูกเสนอในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อยกเลิกนโยบายที่ให้สาธารณะชนเข้าถึงงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ซึ่งได้เงินสนับสนุนจาก National Institutes of Health ภายในสิบสองเดือนให้หลังการตีพิมพ์ (เพื่อให้สำนักพิมพ์พอมีเวลาในการหากำไร) แม้ว่าการวิ่งเต้นจะเกิดขึ้นหลังม่าน แต่เสียงสนับสนุนของ Elsevier ก็แสดงให้เห็นถึงการที่พวกเขาอยู่คนละข้างกับแนวนโยบายมุ่งเปิดให้มีการเข้าถึง

ทั้งเรื่องอื้อฉาว การปฏิบัติที่มัดรวมวารสาร ราคาที่สูงลิบ และการวิ่งเต้น ทั้งหมดชี้ว่า สำนักพิมพ์ดังกล่าวขับเคลื่อนด้วยผลกำไรเพียงประการเดียว พวกเขามิได้มีความสนใจหรือสิ่งใด ๆ ต่อความรู้ทางคณิตศาสตร์และชุมชนของนักวิชาการคณิตศาสตร์ที่สร้างมันอยู่เลย แน่นอน ลูกจ้างจำนวนมากของ Elsevier เป็นคนที่มีเหตุผลซึ่งมีความพยายามอย่างมากในการมีส่วนต่อการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการ พวกเรามิได้มีความปรารถนาจะมุ่งร้ายต่อความมุ่งมั่นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตัวองค์กรในฐานะองค์ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจชุมชนทางคณิตศาสตร์ใด ๆ เลย

การคว่ำบาตร

ไม่เป็นที่น่าแปลกใจที่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ นักคณิตศาสตร์จำนวนมากหมดความอดทนต่อการต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับระบบดังกล่าวที่สำนักพิมพ์เชิงพาณิชย์แสวงหาผลกำไรบนบ่าไหล่ของแรงงานฟรีจากนักคณิตศาสตร์และค่าธรรมเนียมการสมัครรับจากหอสมุดของสถาบันที่พวกเขาสังกัดอยู่ หมดความอดทนต่อบริการที่ได้กลายเป็นส่วนที่ไม่จำเป็นอันโตนี้แล้ว ท่ามกลางสำนักพิมพ์เชิงพาณิชย์ทั้งหมด พฤติกรรมของ Elsevier ดูจะเป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายอย่างถึงที่สุด และนักคณิตศาสตร์จำนวนหนึ่งก็ได้ประกาศไม่ยุ่งเกี่ยวกับวารสารพวกนี้แล้วเป็นการส่วนตัว

หนึ่งในพวกเรา (Timothy Gowers) ตัดสินใจว่า มันจะเป็นประโยชน์ที่จะเผยแพร่การตัดสินใจคว่ำบาตรต่อ Elsevier เป็นการส่วนตัวออกไป เนื่องจากมันจะช่วยเป็นแรงหนุนให้คนอื่นทำตาม สิ่งนี้นำไปสู่ขบวนการคว่ำบาตรที่เกิดขึ้นใน http://thecostofknowledge.com ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมากกว่าที่เขาคาดการณ์ในตอนแรกมาก

ผู้เข้าร่วมในการคว่ำบาตรครั้งนี้สามารถเลือกกิจกรรมที่พวกเขาต้องการจะเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งบทความ การตัดสิน หรือการเป็นคณะบรรณาธิการ แน่นอน การส่งบทความและการเป็นบรรณาธิการวารสารเป็นกิจกรรมอาสา แต่การเป็นผู้ตัดสินมีแง่มุมที่มากกว่านั้น ระบบ peer review ทั้งระบบวางอยู่บนการดำรงอยู่ของกระบวนการตัดสินที่เหมาะสมและความสำเร็จของทันคือหนึ่งในแบบแผนที่สำคัญของศาสตร์ การตัดสินเป็นทั้งภาระและเกียรติ และทุก ๆ คนในชุมชนก็เป็นส่วนหนึ่งของมัน อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เราเคารพและให้คุณค่ากับแบบแผนที่ว่า พวกเราจำนวนมากก็ไม่ต้องการจะเห็นหยาดเหงื่อแรงงานของพวกเราไปสนับสนุนรูปแบบทางธุรกิจของ Elsevier

ทำสิ่งใดต่อไป ?

ดังที่ได้ชี้ไปในตอนเริ่มแรก ผู้เข้าร่วมการคว่ำบาตรครั้งนี้มีเป้าหมายแตกต่างกันออกไปทั้งในระยะสั้นและระยะยาว บางคนต้องการที่จะเห็นระบบวารสารถูกกำจัดลงอย่างสมบูรณ์และถูกแทนที่ด้วยบางสิ่งที่ดูเหมาะสมกับอินเทอร์เน็ตและความเป็นไปได้ในการเผยแพร่ทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนคนอื่นยังมองว่าวารสารยังคงต้องทำหน้าที่ต่อไป แต่การตีพิมพ์เชิงพาณิชย์ต้องถูกแทนที่ด้วยรูปแบบ open access ในขณะที่คนอื่นจินตนาการถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่รุนแรงมากที่ซึ่งสำนักพิมพ์เชิงพาณิชย์ถูกแทนที่ด้วยองค์กรไม่แสวงหากำไร เช่น ชุมชนทางวิชาการหรือสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย ในแง่นี้มูลค่าที่ถูกสร้างขึ้นจากงานของผู้เขียน การตัดสิน งานบรรณาธิการก็จะสามารถหวนคืนกลับสู่นักวิชาการและชุมชนทางวิทยาศาสตร์ เป้าหมายเหล่านี้ไม่ได้ขัดกันเอง โลกของวารสารเชิงคณิตศาสตร์ เช่นเดียวกับตัวคณิตศาสตร์เอง เป็นสิ่งที่ใหญ่โต และวารสารแบบ open access ก็สามารถดำรงอยู่คู่กับวารสารที่ดำเนินตามแบบแผนเดิมได้ เท่า ๆ กับที่วิถีทางในการเผยแพร่และประเมินแบบใหม่ ๆ ก็สามารถปรากฎขึ้นมาได้

สิ่งที่บรรดาผู้ลงลายเซ็นไว้ต่างเห็นร่วมกันคือ Elsevier คือตัวอย่างที่ดีที่สุดของทุกสิ่งที่ผิดพลาดในระบบการตีพิมพ์วารสารคณิตศาสตร์เชิงพาณิชย์ในปัจจุบัน และพวกเราจะไม่อดทนกับการเก็บเกี่ยวดอกผลที่เกิดจากงานของพวกเราอีกต่อไป

พวกเราคาดการณ์ถึงอนาคตสำหรับบทความทั้งหมดที่จะถูกตีพิมพ์ในวารสารของ Elsevier อย่างไร มันยังมีวารสารอีกจำนวนมากที่ถูกตีพิมพ์ บางทีพวกเขาอาจจะหยิบเอาบางส่วนไปตีพิมพ์ วารสารเกิดใหม่ที่ประสบความสำเร็จในช่วงหลายปีมานี้ รวมทั้งที่เป็นอิเล็กทรอนิค (ซึ่งขจัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตีพิมพ์และการกระจายตัวเล่มไปได้) และไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะมีมากขึ้นอีก ในท้ายที่สุด พวกเราหวังว่าชุมชนทางคณิตศาสตร์จะสามารถกู้คืนคุณค่าบางอย่างที่เคยมอบให้กับวารสารของ Elsevier คืนมาได้ด้วยการย้ายบางส่วนของวารสารเหล่านี้จาก Elsevier ไปยังสำนักพิมพ์อื่น

ไม่มีความเปลี่ยนแปลงแบบใดเลยที่ง่ายดาย งานบรรณาธิการเป็นงานหนัก และการจัดตั้งวารสารใหม่หรือย้ายและเปิดตัววารสารก็ย่อมเป็นงานที่หนักยิ่งกว่า แต่ทางเลือกคือการจมอยู่กับสภาวะที่เป็นอยู่ที่ซึ่ง Elsevier เก็บเกี่ยวผลกำไรมหาศาลจากงานที่พวกเราและเพื่อนรวมงานพวกเราทำซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถยอมรับได้อีกต่อไปแล้ว

ภาคผนวก: คำแนะนำสำหรับนักคณิตศาสตร์

นักคณิตศาสตร์ทุกคนต้องตัดสินใจด้วยตัวของพวกเขาเองว่าพวกเขาต้องการจะมีส่วนร่วม (และในขอบเขตเช่นใด) ต่อการคว่ำบาตรในครั้งนี้หรือไม่ นักคณิตศาสตร์อาวุโสผู้ที่ลงชื่อในการคว่ำบาตรครั้งนี้ต้องแบกรับความรับผิดชอบต่อนักคณิตศาสตร์รุ่นน้องผู้ร่วมกันซึ่งกำลังละทิ้งตัวเลือกในการตีพิมพ์งานในวารสารของ Elsevier และควรคำนึงถึงรวมทั้งช่วยเหลือผลกระทบทางลบต่อหน้าที่การงานที่ตามมาเท่าที่ความสามารถจะอำนวย

ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจเข้าร่วมการคว่ำบาตรครั้งนี้หรือไม่ มีการกระทำง่าย ๆ จำนวนหนึ่งที่ทุก ๆ คนสามารถทำได้ซึ่งสำหรับพวกเราแล้วมันเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องโต้เถียงกันอีก

1) ทำให้แน่ใจว่าบทความฉบับสมบูรณ์ทั้งหมดของคุณและโดยเฉพาะอย่างยิ่งชิ้นที่ใหม่ที่สุดสามารถถูกเข้าถึงโดยปราศจากค่าใช้จ่ายได้แบบออนไลน์ และจะดีมากหากปรากฏทั้งบน the arXiv และโฮมเพจของตัวคุณเอง

2) หากคุณกำลังส่งบทความและมีตัวเลือกระหว่างวารสารที่แพงแสนแพงกับที่ถูก (หรือฟรี) ซึ่งอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน โปรดเลือกส่งไปยังวารสารที่ถูก


การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การที่เรือรบ USS อับราฮัม ลินคอล์น (CVN-72) เดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อ “ท่องเที่ยวพักผ่อน” ก่อนจะกลับไปปฏิบัติภารกิจคร่าชีวิตประชาชนในเอเชียตะวันตกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคัดค้านโดยทันที สำหรับพวกเราชาวไทย และสำหรับผู้คนทั่วโลกที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกอเมริกาปล้นสะดม นี่นับเป็นการเขย่าโซ่ตรวนอาณานิคมของยุคสงครามเย็นของสหรัฐฯ ที่มีต่อสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดของตน

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The arrival of the USS Abraham Lincoln (CVN-72) for a “leisure trip” in Thailand before returning to its campaign of destruction against the people of West Asia demands immediate interrogation and opposition. For us Thai people, and those in sites of American plunder across the globe, this a rattling of the US’ cold war colonial chains on its most loyal lap dog, while conducting a war of aggression in Iran and the ongoing genocide in Palestine.

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

โครงสร้างด้านความมั่นคงที่แพร่หลายในยุคสงครามเย็นกำลังครอบงำประเทศไทยอย่างเต็มตัว เครือข่ายทางการเมืองเทาในพื้นที่ชายแดนรอบนอก ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในยุค 2490 เพื่อเป็นกองกำลังรักษาความมั่นคงต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และได้เข้าสู่การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาในยุค 2520 ภายหลังการล่มสลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้ครอบงำการปกครองของประเทศไทยอย่างถี่ถ้วน 

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and extra-parliamentary politics in the 1980s after the fall of the communist movement, since then they have come to dominate Thailand’s governance, today coalescing around the ultra-reactionary Bhumjaithai party

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?