เสรีภาพที่ลิเบอร์รัลไทยต้องการ

by | Aug 8, 2019 | Articles บทความ, ความคิดเห็น Opinion, ไทย

Gabriel Ernst & Foxmean

คุณรู้สึกและใช้เสรีภาพในการพูดอย่างไรบ้าง?

เดือนพฤษภาคมปี้นี้ (2562) ธนาธรเขียนสเตตัสบนเพจเฟสบุ๊คว่า

“[…]ผมขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกคน อย่ายอมแพ้ต่อความอยุติธรรม และขอให้ร่วมมือต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เพื่ออิสรภาพของพวกเขา(นักกิจกรรม)และประชาชนไปด้วยกัน[…]”

เสรีภาพของประชาชนเป็นคำที่น่าสนใจ

คุณมีเสรีภาพแค่ไหนกัน? คุณมีเสรีภาพที่จะเดินทางไปกาญจนบุรีพรุ่งนี้ได้เลยไหม? แล้วคุณสามารถเดินทางออกนอกประเทศหรือซื้อรถคันใหม่ได้เลยหรือเปล่า? พูดในเชิงนามธรรมแล้ว ใช่ คุณมีเสรีภาพที่จะทำเช่นนั้น มันไม่มีกฏหมายใดมาห้ามไม่ให้คุณทำ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้ในทางเทคนิก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณสามารถทำมันได้?
 
คุณมีเงินมากพอที่จะซื้อรถคันใหม่หรือเปล่า? คุณสามารถหยุดงานเพื่อไปเที่ยวหรือเดินทางไปกาญจนบุรีไหม? โดยที่ไม่ทำให้คุณต้องตกงาน หรือถังแตกจนไม่สามารถจ่ายค่าเช่าและหาเลี้ยงชีพได้ อาจจะไม่ ผมรู้ว่าผมไม่สามารถทำได้ สิ่งเหล่านั้นมันอาจพอเป็นไปได้ แต่มันไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง

เสรีภาพมีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน กล่าวคือ เสรีภาพเชิงนามธรรม และ เสรีภาพในความเป็นจริง หากเราถือซะว่าเป้าหมายของนักการเมืองลิเบอรัลต้องการคือการเพิ่มเสรีภาพให้แก่คนทั่วไป ฉะนั้นแล้ว พวกเขาควรพุ่งเป้าไปที่การเพิ่มขึ้นของเสรีภาพในความเป็นจริงให้คนเหล่านั้นอย่างแน่นอน
 
ข้อโต้แย้งอาจดำเนินไปถึงการที่ปัจเจกชนต้องทำงานหนักเพื่อเพิ่มเสรีภาพในความเป็นจริงของพวกเขา พูดง่ายๆ เมื่อมีเงินมากก็หมายถึงเสรีภาพที่มากขึ้น และคุณควรทำงานหนักเพื่อให้ได้มันมา อย่างไรก็ตาม ข้อโต้แย้งนี้ดูจะไปไม่ได้กับประเทศไทย

จงสะสมเงินเพื่อเสรีภาพของคุณเถิด…

เรามาดูกันว่า หากคนงานในโรงงานต้องการเพิ่มเสรีภาพของพวกเขา สิ่งที่แน่นอนอันดับแรกก็คือพวกเขาต้องรวมตัวเป็นสหภาพกับเพื่อนร่วมงาน เพื่อสร้างระบบการช่วยเหลือพนักงาน และคนงานก็จะสามารถรวมตัวนัดหยุดงานเพื่อเรียกร้องค่าแรงและวันหยุดเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งจะนำไปสู่เสรีภาพในความเป็นจริงที่มากขึ้น สิ่งนี้เกือบจะแน่นอนแล้วว่าผิดกฏหมายในประเทศไทย การนัดหยุดงานเป็นสิ่งทีในทางปฏิบัติแล้วแทบจะไม่ถูกกฏหมายของไทยเลย
 
นอกจากนั้นแล้ว ธนาธรเองก็ปิดกั้นการร่วมตัวเป็นสหภาพทุกวิถีทางในครั้งที่เขาปิดโรงงานตัวเองในระยอง (ปลายปี พ.ศ. 2549) เมื่อคนงานของเขาพยายามจะรวมตัวกันเรียกร้องเงินโบนัสให้มากขึ้น และพรรคอนาคตใหม่เองก็ไปเน้นการสร้างรัฐสวัสดิการแบบตะวันตก แทนที่จะสนับสนุนเสรีภาพในการรวมตัวกันของคนงาน กระทั่งอดีตผู้นำสหภาพและสส.ของพรรคอนาคตใหม่ – วรรณวิภา ไม้สน หรือ มด – ก็ยังนิ่งเฉยกับประเด็นการรวมตัวของแรงงานนี้ หันไปพูดถึงเรื่องรัฐสวัสดิการแทน


วรรณวิภา ไม้สน

ประเด็นปัญหาสำหรับรัฐสวัสดิการแบบตะวันตกคือ ในอดีตที่ผ่านมา สวัสดิการที่ได้ไม่มีความแน่นอนและมุ่งเน้นการตรวจสอบปัจเจกบุคคล มากกว่าที่จะเป็นสวัสดิการถ้วนหน้า นี่คือผลลัพธ์ของรัฐสวัสดิการในสหราชอาณาจักร ที่ที่ผู้ได้รับสวัสดิการเมื่อตกงานจะถูกบังคับโดยรัฐบาลให้ทำงานกับธุรกิจเอกชนเพื่อที่จะได้รัฐสวัสดิการนั้น ทำให้ธุรกิจเอกชนได้แรงงานฟรีๆ ระบบนี้ทำประโยชน์ให้ธุรกิจเอกชนเท่านั้น และให้เสรีภาพแก่คนทั่วไปเพียงน้อยนิด

สิ่งใดเล่า ที่พวกเขากำลังให้

มโนทัศน์เรื่องเสรีภาพของลิเบอร์รัลไม่อาจมองข้ามเรื่องเชิงนามธรรมไปได้ พวกเขามักพูดถึงเสรีภาพในการพูดและแสดงออก สิ่งเหล่านี้แน่นอนว่าเป็นสิทธิที่สำคัญ หากแต่สิทธิเหล่านี้ไม่อาจใช้เพื่อเพิ่มเสรีภาพในความเป็นจริงได้แล้วไซร้ สิทธิเหล่านี้ก็ไม่มีประโยชน์ในการช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและอิสรภาพแก่ผู้คนได้เลย
 
สิ่งที่ขาดหายไป ณ ที่นี้ ก็คือเสรีภาพในการรวมตัวกันเป็นองค์กร ความสามารถที่ได้พูดถึงไปก่อนหน้านี้แล้ว นั่นก็คือความสามารถที่คนงานจะรวมตัวกันเป็นสหภาพ เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในกลุ่ม นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด ความจงใจที่จะละเลยสิทธิเหล่านี้สามารถเห็นได้ทั่วไป ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั่วโลก ขณะที่รัฐบาลเสรีนิยมจงใจที่จะทำให้ประชาชนพอใจด้วยการให้เสรีภาพเชิงนามธรรมแก่พวกเขา ทำให้พวกเขาได้รู้สึกถึงเสรีภาพ โดยไม่ได้ประโยชน์ทางวัตถุที่เป็นจริงใดๆ

ความแปลกแยกและการเสียสติ

ในความเป็นจริงแล้ว รัฐบาลเสรีนิยมแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสนใจที่จะให้เสรีภาพที่แท้จริงเพียงเล็กน้อย สิ่งที่พวกเขาเสนอให้ก็แค่ภาพฝันของมัน ลูกเล่นนี้ใช้การได้เพียงชัวครู่ แต่สุดท้ายมันก็เลือนหายไป ทิ้งให้ผู้คนรู้สึกเสียสติและแปลกแยกอยู่ภายใน ขณะที่ผู้นำของเขาเสนอความเป็นไปได้อันไม่มีที่สิ้นสุดนั้น มันกลับดูกลวงเปล่ามากขึ้น

กรณีที่ดีที่สุดของชาวลิเบอรัลไทย อนาคตเหล่านี้ยังคงอยู่ไกลออกไปสุดสายตา เว้นเสียแต่จะมีข้อเสนอที่จริงจังและถึงราก (radical) มากกว่านี้เข้ามาในการเมืองไทย ดังที่ธนาธรได้กล่าวไว้ว่า “[…]ผมขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกคน อย่ายอมแพ้ต่อความอยุติธรรม และขอให้ร่วมมือต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เพื่ออิสรภาพของพวกเขา(นักกิจกรรม)และประชาชนไปด้วยกัน[…]” คำพูดของธนาธรนั้นกลวงเปล่า ไม่จำเพาะเจาะจง รวมถึงยังเป็นรวมถึงยังเป็นนามธรรมพอๆ กันกับความตั้งใจของเขานั่นแหละ
 
ผมอยากใช้โอกาสนี้ในการเรียกร้องธนาธรและผู้คนที่อยู่ในฝ่ายประชาธิปไตย ให้ต่อสู้เพื่อเสรีภาพที่แท้จริง (ไม่ใช่นามธรรม) สำหรับประชาชนทุกคน ไม่ใช่เพียงแค่คนที่สามารถซื้อมันได้

ต้นฉบับนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่: Prachatai

เผยแพร่ซ้ำโดยคำอนุญาตจากผู้เขียน

Nangbaek – The New Ultras

Nangbaek – The New Ultras

The rise of the Nangbaek (นางแบก) movement perhaps marks an entirely new political ideology and approach to Left politics. Domestically, it is the end of political innocence and the key to unlocking a materialist understanding of 21st century politics in the global south.

นางแบกและจุดจบของความบริสุทธิ์ผุดผ่องทางการเมือง

นางแบกและจุดจบของความบริสุทธิ์ผุดผ่องทางการเมือง

การเกิดขึ้นของขบวนการนางแบกอาจเป็นจุดบ่งชี้ถึงอุดมการณ์ทางการเมืองและแนวทางการเมืองฝ่ายซ้ายแบบใหม่ทั้งหมด ในระดับประเทศ อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดสิ้นสุดของความไร้เดียงสาทางการเมือง และเป็นกุญแจสำคัญในการไขความเข้าใจเชิงวัตถุนิยมเกี่ยวกับการเมืองในศตวรรษที่ 21 ในซีกโลกใต้

คู่มือเบื้องต้นเกี่ยวกับปิโตรดอลลาร์และสงครามกับอิหร่าน

คู่มือเบื้องต้นเกี่ยวกับปิโตรดอลลาร์และสงครามกับอิหร่าน

ในขณะที่คุณและผมกังวลว่าสงครามและภาวะเงินเฟ้อจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวและประเทศชาติของเราอย่างไร นักลงทุนในตลาดพันธบัตรกลับจ้องมองตัวเลขบนหน้าจออย่างตั้งอกตั้งใจ และคำนวณสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องมือทางการเงินที่ดูซับซ้อนเหล่านั้น หน้าที่ของพวกเขาคือการปกป้องสมบัติของคนร่ำรวย ตลอดห้าสิบปีที่ผ่านมา ความมั่นคงของดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปของพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรียกว่าระบบ ‘ปิโตรดอลลาร์’

ช่องแคบฮอร์มุซ ประตูสู่ทะเลใหญ่

ช่องแคบฮอร์มุซ ประตูสู่ทะเลใหญ่

สำหรับหลายประเทศยากจน สงครามครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากหลายทศวรรษของการปรับโครงสร้างแบบเสรีนิยมใหม่และวงจรการรัดเข็มขัดหนี้สิน ในขณะที่สงครามคุกคามที่จะทำให้หลายประเทศเหล่านี้ล่มสลาย จึงจำเป็นต้องมีการตอบสนองระหว่างประเทศที่ประสานงานกัน

ต่อต้านสงครามอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

ต่อต้านสงครามอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

จิตวิญญาณของมนุษย์นั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะถูกทำลายโดยผู้ทรมาน และจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อต่อต้านโลกที่ประวัติศาสตร์แห่งสงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของเรา

เซเนกัลอยู่บนขอบเหวแห่งการล่มสลาย

เซเนกัลอยู่บนขอบเหวแห่งการล่มสลาย

เซเนกัลซึ่งแบกรับภาระจากลัทธิล่าอาณานิคมใหม่และการทุจริตมานานหลายทศวรรษ กำลังเผชิญกับภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกซึ่งประเทศต่างๆ ในซีกโลกใต้ต้องเผชิญอยู่บ่อยครั้ง นั่นคือ จะพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนได้อย่างไรภายใต้ภาระหนี้สินมหาศาล

คิวบาไม่หวาดกลัว

คิวบาไม่หวาดกลัว

มีคนที่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ แต่มีพวกเราอีกมากมายที่สนับสนุนการปฏิวัติ และเราไม่หวาดกลัว

ฝ่ายขวาจัดประกาศสงครามกับผู้หญิง

ฝ่ายขวาจัดประกาศสงครามกับผู้หญิง

แทนที่จะให้ความสำคัญกับปัญหาความรุนแรงและความเหลื่อมล้ำที่กระทบต่อผู้หญิงในสังคมปิตาธิปไตย ฝ่ายขวาจัดกลับมองขบวนการสตรีนิยมและความหลากหลายทางเพศว่าเป็นศัตรูหลักที่ต้องกำจัด

หมู่บ้านละเอปสตีน

หมู่บ้านละเอปสตีน

คุณปู่ของคุณอายุเท่าไหร่ตอนที่แต่งงานกับคุณย่าของคุณ? การแต่งงานครั้งนั้นเป็นการจัดขึ้นอย่างไร? คุณย่ารู้สึกอย่างไรในคืนนั้น? แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้หมายถึงคุณย่าทุกคน บางทีคุณปู่ของคุณอาจจะเป็นส่วนที่ “โอเค” คนหนึ่ง แต่เมื่อคุณอ่านเรื่องราวที่น่าสยดสยองเกี่ยวกับ...

ชาวส้ม

ชาวส้ม

นับตั้งแต่ปี 2562 รูปแบบทางการเมืองใหม่ได้ปรากฏขึ้น ซึ่งเลียนแบบการต่อสู้ของสีเดิม จากเดิมที่เป็นการต่อสู้ระหว่างแดงกับเหลือง ได้เปลี่ยนไปเป็นแดงกับส้ม อย่างไรก็ตาม ในแง่มุมที่แปลกประหลาด การเปลี่ยนแปลงนี้กลับถูกตีความโดยคนภายนอกและผู้ที่เพิ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองไทยว่าเป็นความพลิกผันทางการเมืองนับตั้งแต่พรรคแดงได้กลับมาครองรัฐสภาอีกครั้งหลังการเลือกตั้งปี 2566

อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาไม่สามารถชนะสงครามอิหร่าน

อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาไม่สามารถชนะสงครามอิหร่าน

สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลละเมิดอธิปไตยโจมตีอิหร่านอีกครั้ง สังหารพลเรือนอิหร่านจำนวนมาก สหรัฐฯ กล่าวอ้างว่าอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่ไม่มีอยู่จริง จนกลายเป็นความโหดร้ายซ้ำรอยประธานาธิบดี บุช บุกอิรัก ค.ศ. 2003

Each Village Its Own Epstein

Each Village Its Own Epstein

The revelations of the Epstein Network has provided an insight into how these elite networks of sexual abusers function. While this may come as a shock to the respectable journalist/ commentariat class, the existence and prevalence of such networks have been long known by generations of poor women of Southeast Asia, a people who have been fetishised, captured, trafficked and commodified for centuries. In this sense, The Epstein revelations reveal nothing new to us. These networks are not unique to the international elite, the crimes of class society are synchronous, there is an Epstein in Singapore, there is an Epstein in Bangkok, an Epstein in Kalasin, an Epstein in Surat Thani and they are persistent and entrenched at the hyper local level