ภาพรวมของสงครามกลางเมืองในซีเรีย

by | Jul 8, 2021 | Articles บทความ, Translation, ไทย

สงครามกลางเมืองซีเรียเป็นหนึ่งในกรณีพิพาทขัดแย้งที่ใหญ่และโหดร้ายที่สุดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา กรณีขัดแย้งครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่าครึ่งล้านคน อีกทั้งยังทำให้เกิดผู้ลี้ภัยที่ต้องหนีออกจากประเทศมากถึง 6 ล้านคน และมีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศอีก 6 ล้านคน สงครามครั้งนี้ทำให้โลกได้เห็นถึงการการสถาปนาขึ้นมามีอำนาจและการล่มสลายลงของรัฐอิสลาม ISIS ซึ่งก็ยังเป็นชื่อที่สามารถสร้างความหวาดกลัววิตกกังวลให้กับคนทั่วโลก ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ปัจจุบันในซีเรียจะสามารถเรียกได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมด้านมนุษยธรรม  แต่ในระดับสากลนั้น คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจหรือรับรู้เกี่ยวกับความขัดแย้งครั้งนี้

อันที่จริง เราเคยได้เกริ่นคร่าวๆ เกี่ยวกับความขัดแย้งในซีเรียไปแล้วในบทความของเราที่ได้พูดถึงดินแดนปกครองตนเองโรจาวา ดังนั้นวันนี้เราจะมาสำรวจสถานการณ์นี้ในวงกว้างมากขึ้น

ต้นฉบับภาษาอังกฤษโดย Anonymous
ผู้แปล Kong


ภาพรวมของสงครามกลางเมืองในซีเรีย

สงครามกลางเมืองในซีเรียนั้นเริ่มขึ้นในช่วงที่รุนแรงที่สุดของ “อาหรับสปริง” หรือการเคลื่อนไหวประท้วงต่อต้านรัฐบาลเผด็จการในประเทศอาหรับต่างๆ ในช่วงต้นปี 2011 โดยมีจุดเริ่มต้นที่ประเทศตูนีเซียและแพร่ไปยังประเทศซีเรีย ประชาชนที่โกรธแค้นประธานาธิบดี บัชชาร์ อัล-อัสซาด (Bashar al-Assad)  ผู้นำเผด็จการ ได้กล่าวหาว่าเขาทุจริตและไม่ดูแลประชาชนที่กำลังประสบกับปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงภัยแล้งอย่างหนักในชนบทที่ทำให้เกษตรกรต้องย้ายไปอยู่ในเขตเมือง ประชาชนจึงได้ลุกฮือขึ้นประท้วงโดยเริ่มจากการเลียนแบบการประท้วงในตูนีเซียและบาห์เรน

รัฐบาลอัสซาดตอบโต้ผู้ประท้วงอย่างรุนแรงและออกคำสั่งให้ยิงกระสุนใส่พวกเขา จึงทำให้ประชาชนโกรธแค้นและมาเข้าร่วมกับการประท้วงมากขึ้น ต่อมากลุ่มผู้ประท้วงได้เริ่มรวมตัวกันเป็นกลุ่มติดอาวุธและทหารกองทัพซีเรียบางส่วนก็ได้ผันตัวมาอยู่ฝ่ายผู้ประท้วง ภายในเดือนมิถุนายนของปีนั้นได้ตั้งตนเป็นกลุ่มกบฏใหม่ซึ่งเรียกตัวเองว่ากองทัพซีเรียเสรี (Free Syrian Army – FSA)

ในปีถัดมาสงครามได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เกือบทั้งประเทศตกอยู่ในความขัดแย้ง กองทัพของอัสซาดมีความพร้อมมากกว่าฝ่ายกบฏมาก เช่นอาวุธหนัก เฮลิคอปเตอร์โจมตี และเครื่องบินรบ ในขณะที่กลุ่มกบฏส่วนใหญ่มีอาวุธเพียงปืนไรเฟิลและวัตถุระเบิดขนาดเล็กที่ได้ฝังไว้ใต้เมืองต่างๆ เพื่อรอระเบิดใส่กองกำลังของอัสซาด

การต่อสู้ระหว่างสองฝ่ายนั้นได้นำไปสู่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมหลายครั้ง ที่พลเรือนในเมืองต่างๆ ได้รับความทุกข์ทรมานอย่างน่าสยดสยองจากการทิ้งระเบิดครั้งใหญ่โดยรัฐบาลอัสซาด ผู้ที่รอดชีวิตก็อพยพไปยังตุรกีและสู่ยุโรปในที่สุด

สงครามกลางเมืองในซีเรียได้รับการเรียกว่าเป็นสงครามตัวแทน หรือ proxy war นั่นคือสงครามที่มหาอำนาจจุดประกายให้เกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ตัวเองโดยจะไม่ทำสงครามกันโดยตรง แต่จะสนับสนุนให้ประเทศพันธมิตรของตนเข้าทำสงคราม อันที่จริงแล้วอัสซาดและรัฐบาลของเขาไม่ได้เป็นมุสลิมหัวรุนแรงโดยสิ้นเชิง แต่พวกเขาเป็นศัตรูกับรัฐบาลสหรัฐอย่างแน่นอนเนื่องจากจักรวรรดินิยมของสหรัฐ เข้ามาแทรกแซงการเมืองของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ รวมไปถึงการสนับสนุนอิสราเอล นี่จึงเป็นสาเหตุของความตึงเครียดอย่างมากในโลกอาหรับเนื่องจากความทุกข์ทรมานของชาวปาเลสไตน์ ประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลางนั้นมีการแบ่งแยกอย่างชัดเจนระหว่างผู้นำประเทศและกลุ่มต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสหรัฐอเมริกาและผู้ที่เป็นศัตรู

เป็นมิตรกับสหรัฐฯ เป็นศัตรูกับสหรัฐฯ
ซาอุดิอาระเบีย

อิสราเอล

อียิปต์

จอร์แดน

สาธารณรัฐตุรกี

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

อิหร่าน

ซีเรีย

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ 

กลุ่มฮูธิ 

ภราดรภาพมุสลิม หรือ มุสลิมบราเธอร์ฮูด 

 

ในช่วงต้นของความขัดแย้ง สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะปลดอัสซาดออกจากอำนาจ พวกเขาพร้อมกับพันธมิตรอาหรับโดยเฉพาะซาอุดิอาระเบียได้ทำการสนับสนุนกองทัพซีเรียเสรีด้วยอาวุธและความช่วยเหลือทางการเงิน รวมทั้งสนับสนุนการต่อต้านอัสซาดของกองทัพซีเรียอิสระในต่างประเทศ

ยิ่งไปกว่านั้น ฝ่ายพันธมิตรต่อต้านอัสซาดได้เริ่มนำกองกำลังต่างชาติเข้ามาในประเทศอย่างไม่เป็นทางการ ทหารเหล่านี้หลายคนเป็นกลุ่มหัวรุนแรงอิสลามและวะฮาบีย์ ที่เชื่อในการตีความศาสนาอิสลามแบบอนุรักษ์นิยมและเต็มใจที่จะตายเพื่ออุดมการณ์ การเกณฑ์นี้ได้รับการช่วยเหลืออย่างยิ่งโดยซาอุดิอาระเบียและตุรกี เนื่องจากพวกเขาเคยมีประวัติการใช้เทคนิคเดียวกันกับความขัดแย้งอื่น ๆ 

อันที่จริงกลุ่มหัวรุนแรงเหล่านี้เองก็เกลียดชังสหรัฐอเมริกาและอำนาจตะวันตกทั้งหมด แน่นอนว่าหนึ่งในกลุ่มหัวรุนแรงที่เกณฑ์มาคืออัลกออิดะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปฏิบัติการโจมตีในเหตุการณ์ 9/11 

แสดงให้เห็นว่าสงครามกลางเมืองนั้นสามารถสร้างพันธมิตรที่แปลกประหลาดได้ เนื่องจากทุกฝ่ายในแนวร่วมต่อต้านอัสซาดเห็นพ้องกันว่าจุดมุ่งหมายหลักของพวกเขาคือการกำจัดอัสซาดไม่ว่าอย่างไรก็ตาม และค่อยตามยุติปัญหาอื่นๆ ในภายหลัง

ปรากฎว่ากลุ่มหัวรุนแรงทางศาสนาเหล่านี้มีทหารที่มีประสิทธิภาพมากกว่ากองทัพซีเรียเสรีเสียอีก ด้วยเหตุนี้ผู้บัญชาการกองทัพซีเรียอิสระหลายคนจึงส่งมอบอาวุธให้กับกลุ่มหัวรุนแรงและหลบหนีออกนอกประเทศ โดยที่สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง กลุ่มหัวรุนแรงจึงใช้โอกาสนี้ในการสถาปนาการปกครองของตนเองในภูมิภาคที่อยู่ใต้การควบคุม และบังคับให้ชาวบ้านยอมรับศาสนาอิสลามอย่างรุนแรงและประหารชีวิตผู้ที่ปฏิเสธ

แต่ทว่ากลุ่มหัวรุนแรงทั้งหลายไม่ได้เป็นพันธมิตรกันเองเลย กลุ่มหัวรุนแรงต่างๆ ต่อสู้กันเองอยู่ตลอดเวลา สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรยังคงยืนยันว่ากลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้เป็นทหารของกองทัพซีเรียเสรีและยังคงสนับสนุนพวกเขาอยู่เรื่อยๆ ในการต่อสู้กับอัสซาด อันที่จริงสงครามนี้เป็นสถานการณ์ที่แปลกประหลาดเหลือเกิน เพราะมีกำลังทหารจากหลายฝ่าย กระทั่งเกิดกรณีที่กองกำลังหัวรุนแรงติดอาวุธกลุ่มนึงที่สนับสนุนโดยเพนตากอนและอีกกลุ่มที่สนับสนุนโดย CIA ต่อสู้กันเองในซีเรีย

ในช่วงเวลานี้เอง รัฐบาลอัสซาดถอนกำลังเกือบทั้งหมดออกจากพื้นที่ที่มีชาวเคิร์ดอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ จึงนำไปสู่การปฏิวัติโรจาวาในกลางปี ​​2012 โดยมีอุดมการณ์ใหม่ที่ถูกกลุ่มหัวรุนแรงต่อต้านเป็นอย่างมาก พวกเขาให้ความสำคัญกับสตรีนิยม พหุนิยมทางการเมือง สิทธิของประชาชนในการเลือกรูปแบบการปกครองและรัฐบาลของตน และความเท่าเทียม มากกว่านี้ชาวโรจาวายังได้สถาปนากองกำลังทหารป้องกันที่เรียกว่า หน่วยพิทักษ์ประชาชน (YPG / J)

ความคลั่งไคล้ทางศาสนาที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ส่วนที่เหลือของซีเรียนำไปสู่การก่อตั้งขึ้นอย่างรวดเร็วของกลุ่ม ISIS ในกลางปี ​​2013 ซึ่งได้บุกเข้ายึดครองพื้นที่ขนาดใหญ่ของประเทศซีเรียเอง รวมถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศเพื่อนบ้านอิรัก กลุ่ม ISIS เป็นกลุ่มกบฏที่รุนแรงที่สุดและเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักรบจีฮัดต่างชาติ

กลุ่ม ISIS ทำให้ชีวิตสำหรับคนในท้องถิ่นในพื้นที่ที่ถูกยึดนั้นลำบากจนเหลือทน โดยได้บัญญัติกฎหมายใหม่ที่โหดเหี้ยม พร้อมการลงโทษอย่างรุนแรงสำหรับใครก็ตามที่ฝ่าฝืนกฎ ซ้ำร้ายยังทำการก่อการร้ายหลายครั้งทั่วโลก ข่าวของการก่อตั้งขึ้นมาของกลุ่ม ISIS ทำให้คนทั้งโลกตกใจและนำไปสู่การแทรกแซงทางทหารโดยการโจมตีทางอากาศของสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และรัสเซียเพื่อต่อต้าน ISIS (แม้ว่าอเมริกาเองยังคงสนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรงอิสลามอื่นๆ ทั่วประเทศอยู่)

ในที่สุด หลังจากมีความทุกข์ทรมานและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก กลุ่ม ISIS ก็ถูกกำจัดไปเกือบทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการรุกรานของกองทัพ YPG จนภายในปี 2019 ก็ถูกขับใล่จนต้องหนีไปเป็นขบวนการใต้ดินอย่างสมบูรณ์

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสงครามที่เหลือก็ยังคงดำเนินต่อไป เมื่อถึงจุดหนึ่งดูเหมือนว่าความพ่ายแพ้ของอัสซาดกำลังจะใกล้เข้ามา แต่ด้วยความช่วยเหลือจากพันธมิตรของเขารวมถึงรัสเซีย (ผู้ให้การสนับสนุนทางเศรษฐกิจ การทหาร และทางอากาศ) อิหร่าน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกองกำลังอาสาสมัครเฮซบอลเลาะห์จากเลบานอนทำให้เขาสามารถยึดอำนาจเอาไว้กับตัวได้ต่อไป

ในช่วงต้นปี 2018 รัฐบาลตุรกียุยงให้มีการบุกรุกเข้าไปในดินแดนโรจาวา โดยมีทั้งกองกำลังของตุรกีเองและพันธมิตรหัวรุนแรง พวกเขาบุกเข้ายึดจังหวัดอัฟรินและสังหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก

ตั้งแต่นั้นมาสงครามก็เงียบลงในหลายๆ ประเทศ แต่อัสซาดก็ยังคงอยู่ในอำนาจ อย่างไรก็ตามยังคงมีกลุ่มกบฏจำนวนมากรอบๆ เมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือของอะเลปโป ที่สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรยังคงให้การสนับสนุนพวกเขา และจนถึงทุกวันนี้ก็ยังยืนยันว่ากลุ่มกบฏเหล่านี้เป็นกบฏฝ่ายผู้ประท้วงที่ยึดถนนในปี 2011

เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ก็จะยังคงไม่มีผู้ชนะที่แท้จริงในความขัดแย้งครั้งนี้ แต่ผู้แพ้และผู้ได้รับผลกระทบนั้นมีจำนวนมาก มีคนจำนวนมากที่สูญเสียทั้งที่อยู่ ชุมชน สมาชิกในครอบครัว รวมทั้งชีวิตของพวกเขาเอง

 

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การที่เรือรบ USS อับราฮัม ลินคอล์น (CVN-72) เดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อ “ท่องเที่ยวพักผ่อน” ก่อนจะกลับไปปฏิบัติภารกิจคร่าชีวิตประชาชนในเอเชียตะวันตกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคัดค้านโดยทันที สำหรับพวกเราชาวไทย และสำหรับผู้คนทั่วโลกที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกอเมริกาปล้นสะดม นี่นับเป็นการเขย่าโซ่ตรวนอาณานิคมของยุคสงครามเย็นของสหรัฐฯ ที่มีต่อสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดของตน

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The arrival of the USS Abraham Lincoln (CVN-72) for a “leisure trip” in Thailand before returning to its campaign of destruction against the people of West Asia demands immediate interrogation and opposition. For us Thai people, and those in sites of American plunder across the globe, this a rattling of the US’ cold war colonial chains on its most loyal lap dog, while conducting a war of aggression in Iran and the ongoing genocide in Palestine.

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

โครงสร้างด้านความมั่นคงที่แพร่หลายในยุคสงครามเย็นกำลังครอบงำประเทศไทยอย่างเต็มตัว เครือข่ายทางการเมืองเทาในพื้นที่ชายแดนรอบนอก ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในยุค 2490 เพื่อเป็นกองกำลังรักษาความมั่นคงต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และได้เข้าสู่การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาในยุค 2520 ภายหลังการล่มสลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้ครอบงำการปกครองของประเทศไทยอย่างถี่ถ้วน 

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and extra-parliamentary politics in the 1980s after the fall of the communist movement, since then they have come to dominate Thailand’s governance, today coalescing around the ultra-reactionary Bhumjaithai party

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?