ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับรัฐนิยมและชาตินิยม

by | Aug 31, 2022 | Articles บทความ, ทฤษฎี Theory, ประวัติศาสตร์ History, แนะนำ Introducing, ไทย

เราอยู่ภายใต้ร่มเงาของรัฐ ในขณะที่ทุนนิยมเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่ปกครองชีวิตเราอยู่ ทุนนิยมก็ได้รับการอำนวยความสะดวกและไกล่เกลี่ยโดยรัฐ ทุกวันนี้ระบบทั้งสองต่างพึ่งพาอาศัยกันและกัน ลัทธิชาตินิยม (nationalism) ทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงให้กับรัฐซึ่งเป็นชุมชนจินตภาพ (imagined community) ที่ซึ่งเราเชื่อมโยงถึงกันผ่านสายใยผูกพันธ์ภายในเส้นเขตพรมแดนที่แน่นอนของรัฐ ในหลาย ๆ ทาง เราทุกคนต่างถูกผูกมัดด้วยการคิดแบบรัฐนิยม (statist) ซึ่งทำให้เรามองไม่เห็นความลึกตื้นหนาบางของความเป็นจริง มองข้ามความเป็นจริง ความแตกต่าง และความสลับซับซ้อนของความสัมพันธ์ทางสังคมและทางเศรษฐกิจของพวกเราเอง

ทุกวันนี้ รัฐคือจุดรวมศูนย์ของพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ทั่วโลก กล่าวคือ ทุกที่ในโลกที่มีคนอาศัยอยู่ ถูกแบ่งออกและถูกจัดให้เป็นพื้นที่ของการบริหารจัดการโดยสิ่งที่เราเรียกว่ารัฐ รัฐออกกฎหมายและสร้างเขตแดนที่กฎหมายเหล่านั้นมีผลบังคับใช้ ทุกรัฐทั่วโลกเดินตามโครงสร้างนี้โดยมีระบบทุนนิยมกุมบังเหียนอยู่ด้านบน รัฐคือความสัมพันธ์ทางสังคม เช่นเดียวกับเงิน ถ้าไม่มีใครยอมรับ สิ่งเหล่านี้ก็จะไร้อำนาจ หรือก็คือ มันเป็นสิ่งที่ถูกจินตนาการขึ้นมาเอง

ทุกรัฐทั่วโลกมีลักษณะคล้ายกันอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่อิตาลีไปจนถึงเกาหลีเหนือ รัฐเหล่านี้มีผู้นำ เขตแดน ศาล ตำรวจ ฯลฯ ทุกคนในโลกใบนี้ล้วนอยู่ภายใต้อำนาจทางกฎหมายของรัฐไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม อำนาจนำดังกล่าวยิ่งใหญ่เสียจนการจินตนาการหรือการสร้างทางเลือกอื่นที่นอกเหนือไปจากรัฐทุนนิยมเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก ประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยตัวอย่างที่ล้มเหลวของการทำลายรัฐนิยม อย่างไรก็ดี การจะทำลายแนวคิดนี้ได้เราจะต้องเข้าใจมันก่อน

ชาตินิยม

ลัทธิชาตินิยมคือนิยามของรัฐสมัยใหม่ ลัทธิชาตินิยมคือความเชื่อที่ว่า รัฐของคุณรักษาผลประโยชน์ของคุณในฐานะกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งภายในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์นั้น ๆ ส่วนรัฐกับขบวนการชาตินิยมจะนิยามคำว่า ‘ประชาชน’ อย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับอุดมการณ์ของชนชั้นนำและผลประโยชน์ของพวกเขา ซึ่งมักจะกีดกันชนกลุ่มน้อยและชนชั้นแรงงานออกไป รัฐสร้างลัทธิชาตินิยมขึ้นมาและรักษาเอาไว้อย่างมั่นคงและเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่การผลิตแบบทุนนิยม ด้วยเหตุนี้ ผลประโยชน์แบบชาตินิยมก็มักจะเข้ามาแทรกแซงและบดบังผลประโยชน์ทางชนชั้น กล่าวคือ แค่เพราะคุณเกิดในพื้นที่เดียวกันกับคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าคุณปรารถนาหรือต้องการในสิ่งเดียวกันกับคนอื่น

จิตสำนึกชาตินิยม

ฉันเป็นคนไทย ฉันมาจากประเทศไทย ฉันเลยมีผลประโยชน์ร่วมกันกับคนไทยคนอื่น ๆ โดยไม่เกี่ยวว่าคนอื่นจะอยู่ในชนชั้นไหน แนวคิดแบบนี้ถูกค้ำจุนไว้โดยสถาบันของรัฐ ระบบการศึกษา เพลงชาติและสัญลักษณ์เกี่ยวกับชาติ และสิ่งอื่น ๆ อีกมากมาย

จิตสำนึกทางชนชั้น

ฉันเป็นชนชั้นแรงงาน ฉันเลยมีผลประโยชน์ร่วมกันกับชนชั้นแรงงานคนอื่น ๆ โดยไม่เกี่ยวว่าคนอื่นจะมีสัญชาติอะไร สิ่งนี้เห็นได้จากการที่ชนชั้นแรงงานเผชิญกับการขูดรีดร่วมกันและสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อรับมือกับการขูดรีดนั้น

ลัทธิชาตินิยมปลดแอก

แม้ว่าลัทธิชาตินิยมจะบดบังผลประโยชน์ทางชนชั้นได้ แต่บางครั้งลัทธิชาตินิยมก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปลดปล่อยของขบวนการสังคมนิยมมากมายในซีกโลกใต้ เช่น ในเวียดนาม ลาว และคิวบา สิ่งเหล่านี้วางอยู่บนสิทธิของบรรดาคนที่ถูกกดขี่ในการกำหนดชะตากรรมและกำหนดเส้นทางการพัฒนาของตนเอง เพื่อให้กลายมาเป็นผู้กำหนดชะตาประเทศของตนเองสู้กับเจ้าอาณานิคม แนวคิดนี้สามารถอ้างอิงจากทฤษฎีต่อต้านอาณานิคมได้ ซึ่งก็คือ ชาติทั้งชาติอาจถูกกดขี่อยู่ ทำนองเดียวกันกับชนชั้นแรงงานที่ถูกกดขี่

ตัวอย่างเช่น เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสเพื่อที่ฝรั่งเศสจะขูดรีดกำไรจากเวียดนามได้ ความสัมพันธ์นี้อาจตีความได้ว่าเป็นขั้วตรงข้ามระหว่างกระฎุมพีกับกรรมาชีพ ประชาชนคนเวียดนามเป็นชาติกรรมาชีพ ฝรั่งเศสเป็นชาติเจ้าอาณานิคมกระฎุมพี เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ การปลดปล่อยในแบบชาตินิยมของเวียดนามจากฝรั่งเศสจึงถูกมองว่าเป็นการต่อสู้ทางชนชั้นและการต่อสู้แบบชาตินิยมในเวลาเดียวกัน เป็นการเปลี่ยนเจ้าของรัฐ (ownership of the state) จากที่อยู่ในมือของเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศสไปสู่มือของชาตินิยมเวียดนาม

บทบาทของรัฐทุนนิยม

ตั้งแต่โบราณกาล รัฐเป็นแนวทางของเหล่าอภิสิทธิ์ชนไม่ว่าจะในสังคมใดในการรีดเค้นส่วนเกินจากประชากรที่เป็นผู้ผลิต โดยทั่วไปแล้วหมายถึงระบบศักดินาและสังคมทาส ในขณะที่ระบบทุนนิยมพัฒนาขึ้นในยุโรป รัฐก็ปรับตัวรับใช้ระบบทุนนิยมเพื่อรักษาความสัมพันธ์ของตัวมันเอง สิ่งนี่ลุล่วงไปได้ก็ด้วยการเก็บภาษีเพื่อนำมาผลิตซ้ำคนงานซึ่งต่อมาก็สร้างมูลค่าส่วนเกินต่อไปอีกเรื่อย ๆ

กลไกของรัฐ

เด็กทารกชนชั้นแรงงานเกิดมา→

รัฐอำนวยความสะดวกแก่พัฒนาการของเด็กทารกคนนั้น ให้กลายมาเป็นคนงาน โดยจัดสรรการศึกษา การดูแลสุขภาพ และความปลอดภัย →

เด็กทารกเติบโตมาเป็นคนงานคนใหม่ เริ่มทำงานสร้างมูลค่าส่วนเกิน (กำไร) ให้กับชนชั้นนายทุน →

กำไรของนายทุนถูกรัฐหักภาษีไปบางส่วน →

รัฐสามารถอำนวยการพัฒนาเด็กทารกคนใหม่ ๆ ให้กลายมาเป็นคนงานต่อไปได้

การจำกัดควบคุม

รัฐแต่ละรัฐใช้แนวทางที่ต่างกันในการอำนวยความสะดวกให้กับระบบทุนนิยมอย่างดีที่สุด รัฐบางรัฐตัดสินใจที่จะจัดสรรการรักษาพยาบาล การศึกษา และที่อยู่อาศัยฟรีให้คนงาน เพื่อให้พวกเขาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อรีดเค้นผลกำไรให้กับชนชั้นนายทุนให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกัน รัฐอื่น ๆ ไม่ได้จัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ให้คนงาน ทำให้ชนชั้นแรงงานต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล การศึกษา หรือที่อยู่อาศัยเอง ทำให้เกิดช่องทางอื่น ๆ เอาไว้รีดเค้นความมั่งคั่งให้กับชนชั้นนายทุน รัฐทำหน้าที่อำนวยสิ่งพื้นฐานอื่น ๆ เช่น ทำถนนที่ใช้งานได้ ตรวจสอบว่าอาหารสะอาดปราศจากสารพิษและกฎหมายถูกนำไปปฏิบัติใช้อย่างเคร่งครัด

หน้าที่หลักของรัฐภายใต้ระบบทุนนิยมคือการการันตีว่า การรีดเค้นความมั่งคั่งจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น แม้ในขณะที่รัฐดูเหมือนจะช่วยเหลือชนชั้นแรงงานก็ตาม เราต้องวิพากษ์แรงจูงใจในระดับโครงสร้างของรัฐอย่างรอบคอบว่าจริง ๆ แล้วรัฐรับใช้ผลประโยชน์ของใครอยู่ จริง ๆ แล้วรัฐรับใช้ผลประโยชน์ของชนชั้นแรงงานหรือชนชั้นนายทุน?

เราจะต่อสู้กับรัฐทุนนิยมอย่างไร

มีสังคมนิยมอยู่หลายสำนัก แต่ละสำนักต่างก็มีวิธีการมุ่งสู่รัฐที่ไม่เหมือนกัน ทั้งโดยผ่านการปฏิรูป การปฏิวัติ หรือการทำลายรัฐไปเลย นักสังคมนิยมบางคนเชื่อว่า พวกเขาสามารถเปลี่ยนแปลงรัฐผ่านการเลือกตั้งได้ เปลี่ยนแปลงลักษณะของรัฐโดยวิถีประชาธิปไตยและโดยสันติ เปลี่ยนเป็นรัฐสังคมนิยมอย่างค่อยเป็นค่อยไป นักสังคมนิยมคนอื่น ๆ มองเห็นข้อจำกัดของแนวทางดังกล่าวและสนับสนุนให้มีการทำลายหรือรื้อถอนรัฐทุนนิยมทิ้งเสีย และแทนที่ด้วยรัฐในรูปแบบที่บริหารโดยคนงาน และยังมีผู้ที่ต่อต้านรัฐอย่างสิ้นเชิงและเรียกร้องให้มีสังคมนิยมที่ปราศจากรัฐอย่างสิ้นเชิง โดยใช้โครงสร้างและสถาบันทางสังคมแบบอื่นปกครองแทน

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงหรือโค่นล้มรัฐทุนนิยมมักจะหนีไม่พ้นโครงสร้างที่กดขี่แบบอื่น ๆ รัฐที่มีคนงานเป็นเจ้าของ (Worker-owned state) ได้ผลิตซ้ำสภาพการทำงานประจำวันของกรรมาชีพที่ไม่ได้ต่างจากเดิมเท่าไรนัก นอกจากนั้น ยังมีการให้ความชอบธรรมแก่การจำกัดเสรีภาพในการพูดและการปราบปรามการคบค้าสมาคมอย่างเสรีในนามของการปกป้องการปฏิวัติ

เช่นเดียวกับระบบทุนนิยม เรากำลังถูกผูกมัดด้วยการคิดแบบทุนนิยม-รัฐนิยม (capitalist-statist thinking) การจินตนาการและการใช้ทางเลือกแบบอื่นนอกจากจะเป็นการหลบเลี่ยงทางเดินเก่า ๆ แล้ว ยังต้องพึ่งพาการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในจิตสำนึกของผู้คนอีกด้วย การปฏิวัติที่มากกว่าการปกครอง โดยเป็นการปฏิวัติในจิตสำนึกด้วยนั้น อย่างที่มันแนบเกี่ยวสัมพันธ์กับรัฐ จะเป็นโครงการที่กินเวลาชั่วอายุคนโดยเราอาจจะไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในชั่วชีวิตของเรา เช่นเดียวกับคอมมิวนิสต์ในคริสต์ศตวรรษที่ 20 การโค่นล้มรัฐทุนนิยมนั้นเป็นเส้นขอบฟ้าที่ดำรงอยู่เรื่อยไป เอื้อมถึงมันได้ตลอด แต่อาจไม่มีวันคว้ามาได้

ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าความเป็นอิสระและเสรีภาพ

ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าความเป็นอิสระและเสรีภาพ

ปัญญาชนและนักกิจกรรมหญิงจากทั่วเอเชียรวมตัวกันเพื่อเปิดเผยความจริงเพียงหนึ่งเดียว: ฐานทัพทหารสหรัฐฯ ที่กระจายอยู่ทั่วทวีปไม่ได้ปกป้องคนของพื้นที่ แต่เป็นการนำสงครามมาสู่แผ่นดิน ทำลายล้างดินแดน และคร่าชีวิตผู้คนไปมากมายเพื่อราคา

ประเทศไทยยุคปลาย 

ประเทศไทยยุคปลาย 

ในปี 2474 ผู้คนได้พูดถึง “สยามยุคปลาย” บ้างไหม? จากการค้นหาอย่างคร่าวๆ ใน Google ดูเหมือนว่าผู้คนจะพูดถึง “ทุนนิยมยุคปลาย” มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่นานมานี้ ขณะวางแผนกับเพื่อนๆ ในกรุงเทพฯ เราต้องคำนึงถึงเรื่องสะพานถล่มในแผนอาหารค่ำของเราด้วย ไม่ใช่แค่สะพานเท่านั้นที่ถล่ม เครนล้มทับรถไฟ รถบัสระเบิด อาคารพังทลาย โกดังระเบิด นี่กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

Late Stage Thailand

Late Stage Thailand

In 1931 did people talk about Late-stage Siam? Given a cursory Google search people seem to be increasingly talking about Late-stage Capitalism (ทุนนิยมขั้นปลาย). Recently, when making plans with friends in Bangkok, we had to factor bridge collapses into our dinner plans. It’s not just bridges that collapse, cranes fall on trains, buses explode, buildings crumble into the ground, warehouses explode. This has become quite routine. 

Nangbaek – The New Ultras

Nangbaek – The New Ultras

The rise of the Nangbaek (นางแบก) movement perhaps marks an entirely new political ideology and approach to Left politics. Domestically, it is the end of political innocence and the key to unlocking a materialist understanding of 21st century politics in the global south.

นางแบกและจุดจบของความบริสุทธิ์ผุดผ่องทางการเมือง

นางแบกและจุดจบของความบริสุทธิ์ผุดผ่องทางการเมือง

การเกิดขึ้นของขบวนการนางแบกอาจเป็นจุดบ่งชี้ถึงอุดมการณ์ทางการเมืองและแนวทางการเมืองฝ่ายซ้ายแบบใหม่ทั้งหมด ในระดับประเทศ อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดสิ้นสุดของความไร้เดียงสาทางการเมือง และเป็นกุญแจสำคัญในการไขความเข้าใจเชิงวัตถุนิยมเกี่ยวกับการเมืองในศตวรรษที่ 21 ในซีกโลกใต้

คู่มือเบื้องต้นเกี่ยวกับปิโตรดอลลาร์และสงครามกับอิหร่าน

คู่มือเบื้องต้นเกี่ยวกับปิโตรดอลลาร์และสงครามกับอิหร่าน

ในขณะที่คุณและผมกังวลว่าสงครามและภาวะเงินเฟ้อจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวและประเทศชาติของเราอย่างไร นักลงทุนในตลาดพันธบัตรกลับจ้องมองตัวเลขบนหน้าจออย่างตั้งอกตั้งใจ และคำนวณสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องมือทางการเงินที่ดูซับซ้อนเหล่านั้น หน้าที่ของพวกเขาคือการปกป้องสมบัติของคนร่ำรวย ตลอดห้าสิบปีที่ผ่านมา ความมั่นคงของดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปของพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรียกว่าระบบ ‘ปิโตรดอลลาร์’

ช่องแคบฮอร์มุซ ประตูสู่ทะเลใหญ่

ช่องแคบฮอร์มุซ ประตูสู่ทะเลใหญ่

สำหรับหลายประเทศยากจน สงครามครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากหลายทศวรรษของการปรับโครงสร้างแบบเสรีนิยมใหม่และวงจรการรัดเข็มขัดหนี้สิน ในขณะที่สงครามคุกคามที่จะทำให้หลายประเทศเหล่านี้ล่มสลาย จึงจำเป็นต้องมีการตอบสนองระหว่างประเทศที่ประสานงานกัน

ต่อต้านสงครามอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

ต่อต้านสงครามอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

จิตวิญญาณของมนุษย์นั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะถูกทำลายโดยผู้ทรมาน และจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อต่อต้านโลกที่ประวัติศาสตร์แห่งสงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของเรา

เซเนกัลอยู่บนขอบเหวแห่งการล่มสลาย

เซเนกัลอยู่บนขอบเหวแห่งการล่มสลาย

เซเนกัลซึ่งแบกรับภาระจากลัทธิล่าอาณานิคมใหม่และการทุจริตมานานหลายทศวรรษ กำลังเผชิญกับภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกซึ่งประเทศต่างๆ ในซีกโลกใต้ต้องเผชิญอยู่บ่อยครั้ง นั่นคือ จะพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนได้อย่างไรภายใต้ภาระหนี้สินมหาศาล

คิวบาไม่หวาดกลัว

คิวบาไม่หวาดกลัว

มีคนที่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ แต่มีพวกเราอีกมากมายที่สนับสนุนการปฏิวัติ และเราไม่หวาดกลัว

ฝ่ายขวาจัดประกาศสงครามกับผู้หญิง

ฝ่ายขวาจัดประกาศสงครามกับผู้หญิง

แทนที่จะให้ความสำคัญกับปัญหาความรุนแรงและความเหลื่อมล้ำที่กระทบต่อผู้หญิงในสังคมปิตาธิปไตย ฝ่ายขวาจัดกลับมองขบวนการสตรีนิยมและความหลากหลายทางเพศว่าเป็นศัตรูหลักที่ต้องกำจัด

หมู่บ้านละเอปสตีน

หมู่บ้านละเอปสตีน

คุณปู่ของคุณอายุเท่าไหร่ตอนที่แต่งงานกับคุณย่าของคุณ? การแต่งงานครั้งนั้นเป็นการจัดขึ้นอย่างไร? คุณย่ารู้สึกอย่างไรในคืนนั้น? แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้หมายถึงคุณย่าทุกคน บางทีคุณปู่ของคุณอาจจะเป็นส่วนที่ “โอเค” คนหนึ่ง แต่เมื่อคุณอ่านเรื่องราวที่น่าสยดสยองเกี่ยวกับ...