นิเวศวิทยาสังคม กับเมอร์เรย์ บุคชิน

by | Sep 16, 2020 | Articles บทความ, Featured ไทย, ทฤษฎี Theory, ไทย

Gabriel Ernst & Pathompong Kwangtong

เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจนิเวศวิทยาสังคม ซึ่งเป็นระบบที่มุ่งเปลี่ยนมุมมองของเราอย่างถึงรากถึงโคน เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเรากับธรรมชาติ ลำดับชั้น (hierarchy) และการครอบงำ (dominance) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการล่มสลายของระบบนิเวศน์

เรากำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางนิเวศวิทยาระดับโลก  มหาสมุทร ผืนป่า ไร่นา แม้กระทั่งเมืองของเรากำลังถูกล้างบาง และทรัพยากรทางธรรมชาติของเราก็ใกล้หมดลงเต็มที  ป่าถูกแทนที่ด้วยเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวขนาดใหญ่ ผืนดินถูกฉาบทับด้วยคอนกรีต  นี่คือโลกที่เราสร้างขึ้น  แทนที่จะเป็นโลกแห่งการแบ่งปันร่วมกัน ด้วยสมองและสองมือเพื่อการพัฒนาและอนุรักษ์ ความคิดชาตินิยมกลับแยกเราออกเป็นชาติต่างๆ ทำให้เราเย็นชาและเฉยเมยต่อความทุกข์ของผู้อื่น กระทั่งลงเอยไปสู่การทำลายโลกของเราเอง

สังคมนิเวศวิทยาคือเครื่องมือที่จะทำให้เราเข้าใจ และแก้ปัญหาที่ท้าทายอย่างการล่มสลายของระบบนิเวศน์ อันใกล้จะมาถึงเราในไม่ช้านี้  เมอร์เรย์ บุคชิน ผู้ก่อตั้งแนวคิดนิเวศวิทยาสังคมเคยกล่าวไว้ครั้งหนึ่งว่า “การครอบงำของมนุษย์ต่อธรรมชาติ มีที่มาจากการครอบงำของมนุษย์ต่อมนุษย์ด้วยกันเอง” ดังนั้นแล้ว ความป่วยไข้ของระบบนิเวศน์และสังคม มีรากฐานมาจากความเคยชินต่อระบบลำดับชั้นและการครอบงำของเราเอง  นี่คือสิ่งที่สังคมนิเวศวิทยาพูดถึง ในทำนองเดียวกับที่มาร์กซ์ใช้วัตถุนิยมวิภาษวิธีเพื่อทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ สังคมนิเวศวิทยาใช้ลัทธิมาร์กซ์มาต่อยอดความคิดที่กล่าวไปข้างต้น เพียงแต่มุ่งอธิบายประเด็นทางนิเวศวิทยาแทน  นี่คือเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ว่ามนุษยชาติได้มาถึงวิกฤติการณ์ทางระบบนิเวศน์ในปัจจุบันได้อย่างไร ผ่านการทำความเข้าใจทั้งวิวัฒนาการทางสิ่งแวดล้อม วัตถุ และสังคม โดยเฉพาะการแทรกแซงธรรมชาติของมนุษย์

เมอร์เรย์ บุคชิน นักทฤษฎีสังคมนิเวศวิทยาคนสำคัญ เกิดในนิวยอร์กเมื่อปี 1921  ครอบครัวเขาเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ และเขาเองได้ใช้เวลาวัยเด็กในการเป็นอาสาสมัครให้กับพรรคมากมาย  เขาทำกิจกรรมใช้แรงงานขณะที่เขาโตขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็เขียนงาน จัดตั้ง และสร้างกรอบทฤษฎี  หลังจากนั้นเขาก็ออกจากพรรคคอมมิวนิสต์ และใช้เวลาไปกับการเขียนงานเกี่ยวกับลัทธิอนาธิปัตย์ ลัทธิทร็อสต์กี้ และลัทธิสหการอนาธิปัตย์ (anarcho-syndicalism) ก่อนที่เขาจะก่อตั้งขบวนการเคลื่อนไหวสังคมนิเวศวิทยา ซึ่งเขาผลักดันแนวคิดนี้จนกระทั่งวาระสุดท้ายในชีวิตเมื่อปี 2006  งานของเขามีอิทธิพลต่อการปฏิวัติโรจาวา ในเคอร์ดิสถานเป็นอย่างมาก

บุคชินอธิบายว่า วิกฤตการณ์ทางนิเวศวิทยามีรากฐานมาจากความสัมพันธ์ทางสังคม การที่จะปกป้องไม่ให้สิ่งแวดล้อมพังทลายลงไปนั้น เราจำเป็นต้องก่อร่างโครงสร้างสังคมที่เท่าเทียม มีเหตุผล และมีเสรีภาพ โดยชุมชนประชาธิปไตยทางตรงแบบไร้ศูนย์กลาง  ดังนั้นบุคชินเรียกร้องให้ทำลายระบอบแนวคิดที่มีลำดับชั้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทุนนิยม การเหยียดผิว การเหยียดเพศ และอื่นๆ  เขายังเรียกร้องโครงการพัฒนาเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างสร้างสรรค์ ให้พ้นจากลำดับชั้นทั้งหลาย และมุ่งเป้าไปที่การทวงคืนความยุติธรรม  งานของบุคชินได้นำเสนอปัญหาและพยายามหาทางแก้ ไม่ต่างจากมาร์กซ์เลย

ระบุปัญหา

เรื่องเล่าหลักของสังคมส่วนใหญ่กล่าวไว้ว่า “การแข่งขันคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติมนุษย์ และการแข่งขันนั้นเอง ที่นำพานวัตกรรมและความสำเร็จมาให้”  เรื่องเล่านี้ทึกทักเอาเองว่า มนุษย์ทุกคนคือปัจเจกที่เห็นแก่ตัว และทุนนิยมนี่แหละคือระบบที่สมบูรณ์แบบในการปูทางให้มนุษยชาติไปสู่ความสำเร็จ  อย่างไรก็ตาม บุคชินแย้งว่าสิ่งที่กล่าวมานั้นไม่จริงเลย  เขากล่าวว่า การจะเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ เราต้องพิเคราะห์การก่อร่างและพัฒนาการของสังคมผ่านธรรมชาตินิยมวิภาษวิธี (dialetical naturalism)  นี่คือหนทางการทำความเข้าใจกระบวนการที่มนุษยชาติวิวัฒนาการออกจากธรรมชาติ สร้างสองระบบ ด้านหนึ่งคือสังคม ในขณะที่อีกด้านคือโลกธรรมชาติ และพิจารณาการปฏิสัมพันธ์และภาวะพึ่งพากันและกันของสองระบบนั้น  ภาวะพึ่งพากันและกัน คือปัจจัยสำคัญในการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และโลกธรรมชาติ เช่นเดียวกับการทำความเข้าใจการคลี่คลายตัวทางประวัติศาสตร์ และกระบวนการก่อตัวของระบบครอบงำและลำดับชั้น ที่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์

นิเวศวิทยาสังคมถือว่ามนุษย์มีความพิเศษและแตกต่างจากธรรมชาติทั้งหลาย เนื่องจากเรามีความสามารถเปลี่ยนแปลงโลกในระดับใหญ่ และก่อร่างชุมชนให้เป็นไปตามใจนึกของเราได้  ตัวอย่างที่ชัดเจนเห็นได้จากการพิจารณาดูความแตกต่างระหว่างชุมชนมนุษย์และมด ในขณะที่มดก่อร่างสังคมขึ้นมาจากสัญชาติญาณและธรรมชาติ โดยมีตัวเลือกจำกัดอยู่เพียงรูปแบบเดียว มนุษย์นั้นสร้างสถาบันขึ้นมา นั่นหมายความว่ามนุษย์ตั้งใจก่อร่างสร้างองค์กรโดยมีทางเลือกที่หลากหลาย  หากเป็นไปตามตรรกะที่กล่าวไปนั้น เราก็จะสามารถเข้าใจได้ว่า ความสัมพันธ์แบบผู้ล่าและผู้ถูกล่าในอาณาจักรสัตว์นั้น ไม่ใช่เรื่องของลำดับชั้นใดๆ แต่เป็นเรื่องของสัญชาติญาณหรือธรรมชาติ เพราะว่าในสรรพสัตว์นั้นไม่มีโครงสร้างใด ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจเลย

เราต้องเน้นย้ำว่า การแบ่งแยกเช่นนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเรามักใช้ภาพที่เราเห็นจากโลกธรรมชาติ มาตัดสินว่าความสัมพันธ์แบบลำดับชั้นของมนุษย์เป็นธรรมชาติ และนำมาซึ่งความอยุติธรรมของการแข่งขันจอมปลอม ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างจงใจโดยมนุษย์ เพื่อสถาปนาสังคมแบบลำดับชั้นขึ้นมา  เหล่าชนชั้นปกครอง ได้ใช้มุมมองเหล่านี้เป็นเครื่องมือ เพื่อตบตาและรักษาอำนาจมาโดยตลอด

ทว่าธรรมชาติของมนุษย์ไม่ใช่สิ่งหยุดนิ่งตายตัว  เรามีความสามารถในการปรับตัวสูงมาก  หากเรามองย้อนกลับไป ทุกท่านคงเห็นด้วยว่า ธรรมชาติของสังคมมนุษย์นั้น ต้องการความร่วมมือร่วมใจ ช่วยเหลือแบ่งปัน มากกว่าการสะสมทรัพยากรและความร่ำรวยไว้เพียงผู้เดียว

บุคชินกล่าวว่า การตีความธรรมชาติของเรา ถูกบิดเบื้อนอย่างสิ้นเชิง อันเป็นผลมาจากมุมมองต่อสังคมของเรานั่นเอง  “ไม่ว่าเมื่อใดที่เรามีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติ เรากำลังมีปฏิสัมพันธ์ ไม่ใช่จากประสบการณ์ของเราต่อโลกธรรมชาติ แต่เป็นประสบการณ์จากความสัมพันธ์ระหว่างเราด้วยกันเอง  และเมื่อเราอยู่ในโลกของการครอบงำ เราจึงตีความธรรมชาติว่าเป็นเช่นนั้น”  ประเด็นนี้ยิ่งชัดมากขึ้น เมื่อเรามองการตีความโลกธรรมชาติ ของมนุษย์จากต่างวัฒนธรรม อาทิ ชาวกรีกโบราณมองว่าธรรมชาติคือการต่อสู้ของกลุ่มพลังต่างๆ ซึ่งสะท้อนออกมาจากสภาพสังคมของพวกเขา ในขณะที่สังคมศักดินายุโรป มองธรรมชาติว่าเป็นสังคมลำดับชั้นอันแข็งทื่อ โดยมียอดเป็นผู้ล่าในป่าเปรียบเสมือนราชา ซึ่งเราก็จะเห็นได้ว่า สิ่งนี้สะท้อนภาพสังคมในยุคสมัยนั้นเช่นกัน  จากที่กล่าวมา เราจึงไม่แปลกใจหากพบว่า ทุกวันนี้เรามองเห็นธรรมชาติว่าเป็นการแข่งขัน ระหว่างสิ่งมีชิวิตหลายล้านสายพันธุ์ นั่นก็ย่อมเกิดจากภาพสะท้อนของมุมมองเราต่อสังคมทุนนิยมเอง  ในความเป็นจริงแล้ว นักนิเวศน์วิทยาจะบอกเราว่า ธรรมชาติคือเครือข่ายที่ละเอียดอ่อน ของปฏิสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชิวิตหลากหลายสายพันธ์ุ ซึ่งพึ่งพากันและกันเพื่อการอยู่รอด แม้แต่ในความสัมพันธ์แบบผู้ล่าก็ตามที

ในท้ายสุดแล้ว กรอบคิดที่บุคชินเสนอขึ้นมาก็คือว่า ด้วยมุมมองที่สะท้อนออกมาจากสังคมลำดับชั้นที่มีการครอบงำเป็นใหญ่นั้น ทำให้เรามองธรรมชาติเป็นสิ่งอื่นใดไปไม่ได้ นอกเสียจากสิ่งที่เราต้องไปครอบงำ  บุคชินเสนอว่า หากไม่มีการสถาปนาสังคมลำดับชั้นขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์แล้วไซร้ เราคงไม่มีความคิดที่จะครอบงำธรรมชาติแต่อย่างใด  จะไม่มีเหตุผลที่ต้องล้อมรั้วที่ดิน สร้างกรรมสิทธิ์เอกชนและสะสมทรัพยากร เพื่อความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ได้ถูกสถาปนาขึ้นแล้วอีกต่อไป  ทุกวันนี้เราจึงกำลังเดินทางเข้าสู่ความฉิบหายวายป่วง อันเกิดจากระบอบการครอบงำของเรานั่นเอง

วิธีการแก้ปัญหา

บุคชินอธิบายเรื่อง ธรรมชาติเสรี  ใจความสำคัญก็คือ ความกลมกลืนสอดคล้องระหว่างโลกของมนุษย์และธรรมชาติ  หมายความว่ามนุษย์ใช้สติปัญญาและเทคโนโลยีของเรา ไปเพื่อสิ่งที่ดีแทนที่จะเป็นไปในทางเลวร้าย  เช่นว่า แทนที่จะทำการเกษตรเชิงเดี่ยว อันก่อนให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อสิ่งแวดล้อม เราสามารถใช้ความสามารถทางวิทยาศาสตร์การเกษตรของเรา เพื่อนำความหลากหลายกลับมาสู่เกษตรกรรม และคืนสภาพผืนดิน  หรือแทนที่จะป้อนอาหารกว่า 40% ของผลผลิตการเกษตรของเราให้กับปศุสัตว์ ซึ่งมีแต่คนรวยเท่านั้นที่จะบริโภคมันได้  เราสามารถเลี้ยงคนกว่า 800 ล้านคนได้โดยตรง โดยไม่ต้องฆ่าสัตว์แม้แต่ตัวเดียว

ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่มนุษย์หรือธรรมชาติของมนุษย์แต่อย่างใด  ประเด็นที่สังคมนิเวศวิทยาบอกเราก็คือ ปัญหานั้นอยู่ที่องค์กรในสังคมปัจจุบันของเรา ที่เชิดชูการครอบงำ ยึดครองทรัพยากร ทุน การเติบโตอย่างไม่รู้จักจบสิ้น และความสัมพันธ์แบบมีลำดับชั้น มากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมด  ระบอบทุนนิยมบั้นปลายนี้นี่เอง ที่บิดผันมุมมองของเราต่อธรรมชาติ ให้เป็นเพียงสินค้าชิ้นหนึ่ง มันใช้เทคโนโลยี เพื่อทำลายธรรมชาติ พร้อมกับตั้งเป้าทำให้ผู้ใช้แรงงานไร้ค่าและล้นเกิน ผ่านระบบอัตโนมัติ จนไปถึงจุดที่พวกเขาสามารถเขี่ยทิ้งได้อย่างง่ายดาย เพราะในระบบปัจจุบันของเรา มนุษย์นั้นคู่ควรจะมีชีวิตก็ต่อเมื่อพวกเขามีประโยชน์ต่อการใช้งานเพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจและกำไรเท่านั้น

อย่างไรก็ดี ด้วยอำนาจและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอันมหาศาลของเรา มนุษย์อย่างเราสามารถสถาปนาโครงสร้างแห่งการปลดปล่อยอย่างสมบูรณ์ ให้แก่ทั้งโลกของเราและธรรมชาติได้  เราสามารถพัฒนาไปสู่สังคมหลังทุนนิยม โดยการใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพื่อปลดปล่อยผู้คนจากภาระงาน ด้วยการลดชั่วโมงการทำงานลง ให้เสรีภาพการแสวงหาสิ่งที่ต้องการแก่เรา ให้เราได้ใช้เวลาไปกับคนที่เรารัก หรือแม้กระทั่งมีเวลาในการต่อสู้เรียกร้องทางการเมืองมากขึ้น  แทนที่จะไปใช้ความก้าวหน้าของจักรกล เพื่อค้นหารีดเค้นกำไรให้แก่เจ้าของเครื่องจักรนั้น เราสามารถนำมันมาใช้เพื่อปลดปล่อยเราจากการทำงาน และมีชีวิตอย่างสอดคล้องกลมกลืนไปกับธรรมชาติ สร้างสังคมหลังความขาดแคลน ที่สอดประสานไปกับโลกธรรมชาติได้  บุคชินกล่าวว่า เรามีศักยภาพที่จะสร้างโลกยูโทเปียเช่นนั้นให้เกิดขึ้นจริงได้แล้ว จนนำมาสู่คำขวัญของนิเวศวิทยาสังคมที่ว่า “เราต้องเรียกร้องยูโทเปีย”

 

ผู้สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องสังคมนิเวศวิทยา และโอกาศการศึกษาต่อในแขนงนี้ สามารถศึกษาได้จากสถาบันเพื่อสังคมนิเวศน์วิทยา: http://social-ecology.org/wp/

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การที่เรือรบ USS อับราฮัม ลินคอล์น (CVN-72) เดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อ “ท่องเที่ยวพักผ่อน” ก่อนจะกลับไปปฏิบัติภารกิจคร่าชีวิตประชาชนในเอเชียตะวันตกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคัดค้านโดยทันที สำหรับพวกเราชาวไทย และสำหรับผู้คนทั่วโลกที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกอเมริกาปล้นสะดม นี่นับเป็นการเขย่าโซ่ตรวนอาณานิคมของยุคสงครามเย็นของสหรัฐฯ ที่มีต่อสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดของตน

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The arrival of the USS Abraham Lincoln (CVN-72) for a “leisure trip” in Thailand before returning to its campaign of destruction against the people of West Asia demands immediate interrogation and opposition. For us Thai people, and those in sites of American plunder across the globe, this a rattling of the US’ cold war colonial chains on its most loyal lap dog, while conducting a war of aggression in Iran and the ongoing genocide in Palestine.

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

โครงสร้างด้านความมั่นคงที่แพร่หลายในยุคสงครามเย็นกำลังครอบงำประเทศไทยอย่างเต็มตัว เครือข่ายทางการเมืองเทาในพื้นที่ชายแดนรอบนอก ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในยุค 2490 เพื่อเป็นกองกำลังรักษาความมั่นคงต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และได้เข้าสู่การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาในยุค 2520 ภายหลังการล่มสลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้ครอบงำการปกครองของประเทศไทยอย่างถี่ถ้วน 

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and extra-parliamentary politics in the 1980s after the fall of the communist movement, since then they have come to dominate Thailand’s governance, today coalescing around the ultra-reactionary Bhumjaithai party

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?