คอกกั้นในตึกระฟ้าย่านสาทร และดอกทานตะวันของกินส์เบิร์ก

by | Jun 30, 2020 | Articles บทความ, ความคิดเห็น Opinion, ไทย

Ow Lalapine

An interpretation of  “Sunflower Sutra” by Allen Ginsberg in the context of Sathorn, Bangkok

ในช่วงปีที่ผ่านมาผู้เขียนได้ไปเยี่ยมเพื่อนที่คอนโด ดิเอ็มไพร์ เพลส (The Empire Place) อยู่บ่อยครั้ง สถานที่นี้ตั้งอยู่บนถนนสาธรใต้ที่เป็นย่านธุรกิจที่สำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยความที่ถนนเส้นนี้มีอาคารสำนักงานมากมายซึ่งให้ทัศนียภาพอันสวยงามแก่ผู้ที่มองจากมุมสูง จึงมีบาร์ที่อยู่บนตึกสูงหลายแห่งอยู่ใกล้ๆ เพื่อขายบรรยากาศให้ผู้คนได้มาดื่มสังสรรค์และชมความสวยงามของทิวทัศน์เมือง เช่น Sirocco skybar และ The club by Koi ส่วนคอนโดของเพื่อนผู้เขียนอยู่ชั้น 41 ผู้เขียนจึงได้ชื่นชมความสวยงามของทัศนียภาพจากระเบียงห้อง บรรยากาศช่วงเย็นนั้นดีมาก ทุก ๆ วันจะมีลมเย็นเอื่อย ๆ พร้อมแสงอาทิตย์ยามเย็นและนกไม่ทราบสายพันธ์ุบินกลับรัง พอเริ่มค่ำตึกรอบ ๆ ก็จะเปิดไฟประดับที่ส่องแสงระยิบระยับยิ่งกว่าดาวบนท้องฟ้า

ผู้เขียนชื่นชอบบรรยากาศเช่นนี้เป็นอย่างมากและชื่นชมมันได้อย่างไม่เหนื่อยหน่าย แต่สิ่งแปลกประหลาดสิ่งหนึ่งจากมุมมองของระเบียงห้องนี้ก็คือภาพอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่โดดเด่นเคียงกับคอนโดดิเอ็มไพร์ เพลส ดังนั้นนอกจากวิวตึกรอบๆ ผู้เขียนยังได้ชมพนักงานออฟฟิศทำงานตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย ซึ่งก็เป็นเรื่องน่าขันเมื่อผู้เขียนรู้ว่าอาคารยักษ์ใหญ่ซึ่งเป็นสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแห่งนี้ชื่อว่า เอ็มไพร์ ทาวเวอร์ (Empire Tower) (www.empiretower.co.th) ราวกับว่าตั้งชื่อล้อกันกับดิเอ็มไพร์ เพลสว่าที่หนึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่านายทุนและชนชั้นบนและอีกที่หนึ่งเป็นแหล่งทำเงินของพวกเขาอย่างไรอย่างนั้น

ผู้เขียนมองภาพพนักงานออฟฟิศวิ่งกรูกันออกจากห้องประชุมไปยังคอกทำงานของตัวเอง และภาพบริษัทต่างๆ ที่มีพนักงานมาทำงานทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงวันแล้ววันเล่า อีกทั้งผู้เขียนสังเกตว่าอาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์เองตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับคอนโดดิเอ็มไพร์ เพลสและ ซิร็อคโค่ สกายบาร์ ทั้งยังมีความสูงไม่ต่างกันนัก แต่พนักงานในตึกกลับต้องก้มหน้าทำงานในคอกเล็กๆ ไม่ได้ชื่นชมทัศนียภาพรอบๆ สักเท่าไหร่ ซึ่งหากพวกเขาต้องการจะชมวิวแทบจะแบบเดียวกันกับตึกที่ตนทำงานก็อาจจะต้องจ่ายเงินเพื่อขึ้นไปชมที่สกายบาร์แทน

ในช่วงแรก ๆ ผู้เขียนอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมพนักงานถึงต้องเร่งรีบและทำงานหนักขนาดนั้น ทำไมพนักงานถึงไม่มีจุดพักผ่อนชมวิวทั้ง ๆ ที่อยู่บนตึกที่มีตำแหน่งดีมาก แต่สุดท้ายจากความสงสัยและความสนใจก็กลายเป็นความเคยชิน ภาพพนักงานทำงานในเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ไม่ใช่ภาพที่น่าสนใจอีกต่อไปผู้เขียนจึงเลือกที่จะชมภาพทิวทัศน์ด้านอื่น ๆ และผ่อนคลายกับลมพัดเอื่อยๆ ปนเสียงนกร้องแทน

(left: The Empire Place/ right: Empire Tower)

จนกระทั่งวันหนึ่งผู้เขียนได้อ่านบทกวีของอลัน กินส์เบิร์ก (Allen Ginsberg) ที่ชื่อว่า “Sunflower Sutra” ในบทกวีนี้กินส์เบิร์กเล่าถึงสภาพสังคมอุตสหกรรมที่กลืนกินความเป็นมนุษย์และกระทำต่อมนุษย์ดั่งเป็นเครื่องจักร แต่ภายใต้ความผุพังก็ยังมีความหวัง กินส์เบริ์กเปรียบผู้คนเป็นเหมือนกับดอกทานตะวันที่ถูกระบบอุตสาหกรรมย่ำยีให้ที่เปรอะเปื้อนไม่สมประกอบ แต่เนื้อแท้นั้นก็ยังเป็นดอกทานตะวันอยู่นั่นเอง ดั่งเช่นมนุษย์ที่ก็ยังคงเป็นมนุษย์ที่อาจหลงลืมตนแต่ไม่ได้สูญสิ้นความเป็นคน ผู้เขียนประทับใจกลอนบทนี้เป็นอย่างมาก จึงได้นำตัวบทมาตีความในบริบทสังคมทุนนิยมสมัยใหม่โดยเลือกมุมมองจากระเบียงห้องคอนโดเอ็มไพร์ เพลส ใช้ฉาก (setting) เป็นอาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ที่ให้ภาพแทนระบบทุนนิยม และ ใช้ดอกทานตะวันเป็นสัญลักษณ์แทนมนุษย์ที่มีฐานะต่างกันได้แก่นายทุน ชนชั้นกลางค่อนบน และมนุษย์เงินเดือน โดยผู้เขียนไม่ได้รวมชนชั้นล่างเข้าไปในงานชิ้นนี้เนื่องจากต้องการกำหนดขอบเขตตั้งแต่กลุ่มพนักงานออฟฟิศในบริษัทชั้นนำขึ้นไป

ผู้เขียนสังเกตว่าในสังคมเมืองที่มีประชากรแออัด ฐานะส่งผลกับขนาดและสภาพแวดล้อมของสถานที่อยู่อาศัย ยิ่งบุคคลมีฐานะดี ก็มักจะเลือกสถานที่อยู่อาศัยที่กว้างขวางและมีสภาพแวดล้อมที่ดี เช่นเดียวกับในระบบทุนนิยม บริษัทที่ต้องการภาพลักษณ์ที่ดีหรือเป็นบริษัทแถวหน้าก็มักจะเลือกตั้งบริษัทอยู่ในย่านธุรกิจที่โดดเด่น หรือในบริษัทเองพนักงานที่มีตำแหน่งดีก็มักจะได้ตำแหน่งห้องที่ดีกว่าได้เห็นวิวมากกว่า มีพื้นที่ห้องทำงานกว้างกว่าในขณะที่พนักงานที่ตำแหน่งต่ำกว่าหลายคนไม่แม้แต่จะมีห้องทำงานเป็นของตัวเอง หากแต่ต้องทำงานในคอกติด ๆ กัน มีพื้นที่ส่วนตัวแค่เพียงพอให้นั่งทำงานได้เท่านั้น

อาจกล่าวได้ว่าการมีพื้นที่ที่เพียงพอและได้เห็นทัศนียภาพที่ดีเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เรารู้สึกถึงความเป็นมนุษย์มากขึ้น คนที่มีฐานะหรือตำแหน่งการงานดีจึงได้อยู่ในพื้นที่ที่ดีเยี่ยงที่มนุษย์ควรจะได้อยู่ ในขณะที่คนตำแหน่งไม่สูงที่ถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ได้รับพื้นที่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผู้เขียนจึงได้กำหนดให้มีดอกทานตะวันทั้งหมดสามแบบคือ ดอกทานตะวันดอกใหญ่ที่เป็นตัวแทนของนายทุนซึ่งมีอิสระที่จะได้สัมผัสลมและแสงแดด เติบโตแข็งแกร่งอย่างไม่มีขีดจำกัด โดยผู้เขียนได้ออกแบบให้ดอกทานตะวันนี้มีพื้นผิวและเงาใกล้เคียงกับโลหะเพื่อแสดงถึงความแข็งแกร่งและมั่นคงของนายทุน ต่อมาเป็นดอกทานตะวันที่อยู่ในตำแหน่งห้องในตึกที่ค่อนข้างกว้างและไม่แออัด ถึงแม้ดอกทานตะวันประเภทนี้จะไม่ใหญ่โตเท่านายทุนแต่ก็เติบโตแข็งแรงดี เนื่องจากอยู่ในมุมที่ได้รับแสงแดดดี มีพื้นที่และอากาศเพียงพอ อีกทั้งยังมีโอกาสได้ชมทัศนียภาพรอบ ๆ ดอกทานตะวันประเภทนี้เป็นภาพแทนของชนชั้นกลางค่อนบนและคนที่มีตำแหน่งการงานสูง สุดท้ายเป็นดอกทานตะวันที่ดูเหี่ยวเฉา อยู่ในพื้นที่แออัด อยู่ในมุมอับแสงและไม่ได้รับอากาศเพียงพอ ไม่มีพื้นที่ที่จะเติบโต ไม่มีโอกาสได้ชื่นชมทัศนียภาพใด ๆ นัก ดอกทานตะวันประเภทนี้เป็นภาพแทนของชนชั้นกลางค่อนล่างที่ไม่มีกำลังทรัพย์มากพอที่จะซื้อที่อยู่อาศัยที่ดีหรือเป็นผู้ที่ยังไม่ก้าวหน้าในเรื่องงานมากนัก ส่วนตัวแล้วผู้เขียนไม่เชื่อในแนวคิดของชนชั้นกลาง-กลาง จึงไม่ได้รวมไว้ในที่นี้

ใน “Sunflower Sutra” กินส์เบิร์กจบบทกวีด้วยความหวังว่าเราทุกคนต่างยังคงเป็นดอกทานตะวันถึงแม้จะเคยบอบช้ำจากระบบอุตสาหกรรมจนเกือบหลงลืมว่าเราเป็นใคร แต่ตัวผู้เขียนเองเชื่อว่าในบริบททุนนิยมสมัยปัจจุบันหากอยากรู้สึกถึงความเป็นมนุษย์ในสังคมเมืองที่แออัดอย่างสาทรใต้ บุคคลต้องต่อสู้และเติบโตในระบบทุนนิยมให้ได้ถึงแม้ว่าจะถูกระบบดังกล่าวลดทอนความเป็นมนุษย์ระหว่างทาง เพราะหากขยับฐานะของตนขึ้นไปได้ ดอกทานตะวันที่อับเฉาซึ่งเป็นภาพแทนของความเป็นมนุษย์ที่ถูกลดทอนก็จะเติบโตแข็งแกร่งขึ้น ถึงแม้จะยากที่จะเติบใหญ่เทียบเท่านายทุนแต่อย่างน้อยก็พอจะกลายเป็นดอกทานตะวันที่สมบูรณ์ขึ้นได้

Cited Work

“About us | Empire tower | Office for rent.” http://www.empiretower.co.th/about_us.html. Accessed 16 Dec. 2019.
“Sunflower Sutra by Allen Ginsberg | Poetry Foundation.” https://www.poetryfoundation.org/poems/49304/sunflower-sutra. Accessed 16 Dec. 2019.

 

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การที่เรือรบ USS อับราฮัม ลินคอล์น (CVN-72) เดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อ “ท่องเที่ยวพักผ่อน” ก่อนจะกลับไปปฏิบัติภารกิจคร่าชีวิตประชาชนในเอเชียตะวันตกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคัดค้านโดยทันที สำหรับพวกเราชาวไทย และสำหรับผู้คนทั่วโลกที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกอเมริกาปล้นสะดม นี่นับเป็นการเขย่าโซ่ตรวนอาณานิคมของยุคสงครามเย็นของสหรัฐฯ ที่มีต่อสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดของตน

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The arrival of the USS Abraham Lincoln (CVN-72) for a “leisure trip” in Thailand before returning to its campaign of destruction against the people of West Asia demands immediate interrogation and opposition. For us Thai people, and those in sites of American plunder across the globe, this a rattling of the US’ cold war colonial chains on its most loyal lap dog, while conducting a war of aggression in Iran and the ongoing genocide in Palestine.

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

โครงสร้างด้านความมั่นคงที่แพร่หลายในยุคสงครามเย็นกำลังครอบงำประเทศไทยอย่างเต็มตัว เครือข่ายทางการเมืองเทาในพื้นที่ชายแดนรอบนอก ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในยุค 2490 เพื่อเป็นกองกำลังรักษาความมั่นคงต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และได้เข้าสู่การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาในยุค 2520 ภายหลังการล่มสลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้ครอบงำการปกครองของประเทศไทยอย่างถี่ถ้วน 

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and extra-parliamentary politics in the 1980s after the fall of the communist movement, since then they have come to dominate Thailand’s governance, today coalescing around the ultra-reactionary Bhumjaithai party

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?