การทำความเข้าใจแนวคิดของ “กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล” (Private Property) มีความสำคัญอย่างมากในการทำความเข้าใจเพื่อก้าวข้าม “ทุนนิยม” เนื่องจากแก่นสารของทุนนิยมนั้นผูกติดอยู่กับแนวคิดของกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล จะเห็นได้ว่า “ชนชั้นผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์” (นายทุน) ล้วนใช้ชีวิตอยู่ได้โดยรายได้จากการทำงานของชนชั้นแรงงาน เพียงเพราะนายทุนเหล่านี้มี “ความเป็นเจ้าของในกรรมสิทธิ์”

ในการทำความเข้าใจแนวคิดกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล เราต้องทำความเข้าใจกรรมสิทธิ์ในรูปแบบอื่นๆด้วยเช่นกัน

กรรมสิทธิ์ส่วนตัว (Personal Property)– ของใช้ส่วนตัวที่ไม่ได้ใช้เพื่อแสวงหากำไร เช่น สบู่,แก้วกาแฟ,ร้องเท้า 

กรรมสิทธิ์สาธารณะ (Public Property) – โดยส่วนมากมีรัฐเป็นเจ้าของ เช่น ถนน,สวนสาธารณะ,อาคารทางราชการ,จัตุรัสสาธารณะ ฯลฯ

กรรมสิทธิ์ส่วนรวม (Common Property) – สรรพสิ่งที่ในทางทฤษฎีแล้วไม่ได้เป็นของใครทั้งสิ้น เช่น ท้องทะเล,ออกซิเจนในอากาศ ฯลฯ 

กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล (Private Property) – กรรมสิทธิ์ที่สร้างผลกำไร เช่น โรงงาน,ที่ดิน,บ้าน หรือแม้แต่ เพลง กับ รายการทีวี 

หากเราเข้าใจตามนี้จะเห็นได้ว่า “กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล”(Private property) เป็นคนละอย่างกับ  “กรรมสิทธิ์ส่วนตัว” (Personal property) ของสามัญชนทั่วไป เช่น บ้านของคุณ,เฟอร์นิเจอร์,เสื้อผ้า หรือ แปรงสีฟันของคุณ ซึ่งไม่ได้นับเป็น “ปัจจัยการผลิต” (Means of production) – เนื่องจากสิ่งของดังกล่าวไม่ได้นำไปใช้ในการสร้างผลกำไร ในทางกลับกัน กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ต่างหากที่พวกเราต้องเพ่งเล็ง เพราะมัน คือ ปัจจัยการผลิตที่ถูกใช้ในสถานที่ทำงานต่างๆ โดยมีนายทุนเจ้าของกรรมสิทธิ์เหล่านี้ เป็นผู้ควบคุม และ ใช้งานมัน

ไม่ว่าจะเป็นการขูดรีดเหล่าแรงงานหรือการแสวงหาผลกำไร เหล่านายทุนจำเป็นต้องใช้ “กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล” ในการสร้างกำไร พวกเราจะยกตัวอย่างของกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลในตัวพิมพ์หนา ดังนี้ :

นายทุนเป็นเจ้าของโรงงานผลิตรถยนต์ นายทุนเป็นเจ้าของเครื่องจักรที่ใช้ในโรงงานผลิตรถยนต์ เหล่าแรงงานเข้ามาและทำการผลิตรถยนต์ โดยแลกกับค่าจ้าง นายทุนเป็นเจ้าของ รถยนต์เหล่านั้น ในนามของกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล โดยแรงงานไม่ได้เป็นเจ้าของ แม้ว่าเหล่าแรงงานเป็นผู้ลงมือทำการผลิตรถยนต์ 

ต่อมานายทุนก็ได้ขายรถยนต์ไปเพื่อแปรเปลี่ยนมาเป็นผลกำไร 

ในทุกๆขั้นตอนดังกล่าว นายทุนสามารถจ่ายงานไปให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนทำ โดยที่จริงๆแล้วนายทุนไม่ได้ “ทำงาน” อะไรเองเลย นี่แหละ คือ การสร้างกำไรผ่านกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลของพวกเขา

กรรมสิทธิ์เชิงรับ/รายได้เชิงรับ (Passive Property/Passive Income) 

เมื่อเราพูดถึง กรรมสิทธิ์เชิงรับ กับ รายได้เชิงรับ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็ คือ เจ้าที่ดิน นั่นเพราะเจ้าที่ดินครอบครองกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลในรูปแบบของที่ดิน หรือ สิ่งปลูกสร้าง เช่น ถ้าเจ้าที่ดินให้เช่าบ้าน โดยคิดค่าเช่าจากผู้มาพักอาศัย จากนั้นก็จ้างคนมาดูแลบริหารบ้านและการเก็บค่าเช่า จะเห็นได้ว่าเจ้าของที่ดิน (บ้าน) สามารถจะนอนเกาพุงโดยไม่ต้องทำอะไรเลย ในขณะที่มีเงิน(ค่าเช่า)ไหลเข้าบัญชีธนาคารไปเรื่อยๆ

พวกเราควรตระหนักว่าการกระทำเช่นนี้ คือ พฤติกรรมของปรสิต พวกเขาดึงเงินของผู้คนไร้กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล นำไปให้ผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ เรียกได้ว่าเป็นปลิงดูดเลือดของสังคมมนุษย์อย่างแท้จริง

ในตัวอย่างที่เรายกมาเราเรียก “บ้าน” ว่าเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่ว่าถ้าบ้านดังกล่าวไม่ได้ถูกให้เช่า แต่เป็นบ้านที่เจ้าของพักอาศัยเอง เช่นนั้นแล้วบ้านก็จะถูกจัดอยู่ในประเภทกรรมสิทธิ์ส่วนตัว (เพราะไม่ได้เป็นไปเพื่อแสวงผลกำไร)

เจ้าที่ดิน อาจจะเป็นตัวอย่างที่ดูชั่วร้ายเป็นพิเศษ แต่การวิเคราะห์รายได้เชิงรับผ่านเลนส์กรรมสิทธิ์เชิงรับสามารถขยายไปได้ครอบคลุมทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ตัวอย่าง เช่น แม้ว่าเจ้าของกิจการจะทำงานในร้านรวงของตัวเอง แต่เขาก็ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล และ ปัจจัยการผลิต หมายความว่าเขาก็ยังสามารถสกัดเอาผลกำไรจากแรงงานที่ตัวเองจ้าง และ กิจการนั้นๆ ด้วยความที่เขาเป็นเจ้าของกิจการดังกล่าว 

รัฐ และ กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล

หนังสือคอมมิวนิสต์ มานิเฟสโต้ ได้ชี้ให้เห็นว่าเหล่าแรงงานต้อง “ยึดปัจจัยการผลิต” (Seize the means of production) หมายความว่าพวกเราต้องยึดปัจจัยการผลิตคืนจากชนชั้นนายทุน เพื่อให้กลับมาอยู่ใต้การบริหารจัดการของชนชั้นแรงงานเอง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ทำงาน,บ้านเช่า หรืออื่นๆ 

ซึ่งถ้าพวกเราจะกระทำการพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินนี้ จะเห็นได้อย่างชัดเจนถึงบทบาทของรัฐ ที่มีไว้เพื่อปกป้อง 

“กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล” 

ใครกันล่ะ ที่เหล่านายจ้างจะโทรไปฟ้องถ้าหากเหล่าคนงานล็อคอาคารไว้ ไม่ให้นายจ้างเข้าไป ?

ใครกันล่ะ ที่เหล่าเจ้าที่ดินจะแจ้ง หากผู้เช่าอาศัยไม่ยอมจ่ายค่าเช่า แต่ก็ไม่ยอมย้ายออก ?

ใครกันล่ะ ที่เป็นผู้บังคับใช้กฏหมายอันเกี่ยวเนื่องกับกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลเหล่านี้ ? 

คำตอบก็ คือ ตำรวจ ผู้ซึ่งได้รับ “ความชอบธรรม” มาจากรัฐ นั่นเอง 

รัฐภายใต้ทุนนิยมเป็นเพียงเครื่องมือในการค้ำยันระบบทุนนิยม ผ่านการปกป้องกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ตำรวจบังคับใช้กฏหมายที่เขียนโดยศาล กฏหมายเหล่านี้มีไว้เพื่อปกป้องกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล แน่นอนว่าเงินภาษีที่คุณสียไปนั้น ได้กลายเป็นค่าพิทักษ์รักษากรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลของชนชั้นนายทุน และในเวลาต่อมาก็เป็นเครื่องผลิตความร่ำรวยให้แก่พวกมัน 

ทรัพย์สินทางปัญญา / สิทธิบัตร / ลิขสิทธิ์ (Intellectual Property / Patents / Copyrights)

ตอนนี้เราก็เข้าใจกันแล้วว่ากรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลนั้นมีไว้เพื่อการแสวงหาผลกำไร ซึ่งถ้าเราพิจารณาให้กว้างขึ้นมาอีก เราจะเห็นได้ว่ากรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโลกกายภาพที่เราจับต้องได้เท่านั้น หากแต่ครอบคลุมไปถึงทรัพย์สินทางปัญญา ทรัพย์สินทางปัญญา คือ ประเภทย่อยของกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลที่รวมเอาผลผลิตของมนุษย์ที่ไม่สามารถจับต้องได้ในทางกายภาพเข้าไปด้วย มันอาจจะเป็นรายการทีวี,เพลง,หนังสือ,แอพบนโทรศัพท์ของคุณ หรือแม้แต่ยารักษาโรคที่สามารถช่วยชีวิตผู้คน แน่นอนล่ะว่าคุณสามารถสัมผัสเม็ดยา หรือ หนังสือได้ แต่ไอเดียเบื้องหลังการสร้างสิ่งเหล่านี้ นับว่าเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้

กรรมสิทธิ์ของผองเรา 

จริงๆแล้ว ไม่มีบริษัทใด หรือ แม้แต่ใครสักคน สามารถจะเคลมความเป็น “ทรัพย์สินทางปัญญา” ของตนได้อย่างสนิทใจ เนื่องจากทุกสรรพสิ่งที่ถูกสร้างด้วยน้ำมือมนุษย์ ล้วนเป็นผลจากการพยายามส่วนรวมของมนุษยชาติ หาใช่ความพยายามของใครคนหนึ่งคนใดไม่

จอห์น เลนนอน และ พอล แม็กคาร์ตนีย์ เป็นคนแต่งเพลง “Hey jude” จริงๆรึเปล่า ?

พวกเขาเป็นคนประดิษฐ์คอร์ด G หรือ คอร์ด D ขึ้นมาเองยังงั้นหรือ ? 

พวกเขาคิดค้นกีต้าร์แล้วสอนตัวเองให้เล่นเป็นยังงั้นหรือ ?

พวกเขาคิดค้นกลไลทางเทคนิคในการสร้างสายกีต้าร์ขึ้นมารึเปล่า ?

พวกเขาสกัดแร่เหล็กขึ้นจากผืนแผ่นดินแล้วตีเส้นมันขึ้นเป็นสายกีต้าร์เองยังงั้นหรือ ?

แน่นอนว่าไม่.

ถึงกระนั้นพวกเขาก็เคลมว่าเพลงนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลของพวกเขา แม้ว่าจะมีผู้คนหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา (ร่วมกันสกัดเหล็กจากดิน,คิดค้นสเกลทางดนตรี,คิดค้นภาษา,คิดค้นกีต้าร์ ฯลฯ-ผู้แปล) ได้พยายามร่วมกัน จนทุกวันนี้จอห์น และ พอล สามารถเขียนเพลง “นา..นา..น๊า นา น๊า นาาา” ขึ้นมาได้ 

พวกเราถูกสอนกันมาว่า โทมัส เอดิสัน เป็นผู้คิดค้นหลอดไฟขึ้นมา แล้วใครเป็นคนสอนวิชาการใช้ไฟฟ้าให้เขา ? 

ใคร คือ ผู้คนนับล้านที่เรามองไม่เห็น ผู้คนที่ทำวิจัย ผู้คนที่ร่วมพัฒนาแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ ให้ โทมัส เอดิสัน ได้เอามาต่อยอดปรับใช้ ? 

ใครเป็นผู้ผลิตอาหารให้พวกเขาทาน ?

ใครเป็นผู้ถักทอเครื่องนุ่งห่มให้พวกเขา ?

ใครเป็นผู้หักร้างถางพงเพื่อให้พวกเขาได้ก่อสร้างที่อยู่อาศัย ? 

เมื่อเราประจักษ์แจ้งตามนี้แล้ว จะเห็นได้ว่าความเป็นมนุษย์,ผลผลิต อันก่อเกิดจากภูมิปัญญาสะสมของมนุษยชาติทั้งปวง ย่อมไม่สมควรจะถูกเคลมว่าเป็นของมนุษย์คนใดคนหนึ่ง,มนุษย์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการอ้างความเป็นเจ้าของบนฐานของสิ่งจับต้องได้ หรือ บนฐานของทรัพย์สินทางปัญญา

พวกเรา และ บรรพชนของผองเรา ต่างร่วมมือกันสร้างโลกใบนี้ขึ้นมาด้วยกัน

และ มันจะต้องเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันของมนุษยชาติ 

หาใช่เพียงกรรมสิทธิ์ของกลุ่มทุนใด ๆ

 

 

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การที่เรือรบ USS อับราฮัม ลินคอล์น (CVN-72) เดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อ “ท่องเที่ยวพักผ่อน” ก่อนจะกลับไปปฏิบัติภารกิจคร่าชีวิตประชาชนในเอเชียตะวันตกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคัดค้านโดยทันที สำหรับพวกเราชาวไทย และสำหรับผู้คนทั่วโลกที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกอเมริกาปล้นสะดม นี่นับเป็นการเขย่าโซ่ตรวนอาณานิคมของยุคสงครามเย็นของสหรัฐฯ ที่มีต่อสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดของตน

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The arrival of the USS Abraham Lincoln (CVN-72) for a “leisure trip” in Thailand before returning to its campaign of destruction against the people of West Asia demands immediate interrogation and opposition. For us Thai people, and those in sites of American plunder across the globe, this a rattling of the US’ cold war colonial chains on its most loyal lap dog, while conducting a war of aggression in Iran and the ongoing genocide in Palestine.

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

โครงสร้างด้านความมั่นคงที่แพร่หลายในยุคสงครามเย็นกำลังครอบงำประเทศไทยอย่างเต็มตัว เครือข่ายทางการเมืองเทาในพื้นที่ชายแดนรอบนอก ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในยุค 2490 เพื่อเป็นกองกำลังรักษาความมั่นคงต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และได้เข้าสู่การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาในยุค 2520 ภายหลังการล่มสลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้ครอบงำการปกครองของประเทศไทยอย่างถี่ถ้วน 

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and extra-parliamentary politics in the 1980s after the fall of the communist movement, since then they have come to dominate Thailand’s governance, today coalescing around the ultra-reactionary Bhumjaithai party

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?