การยึดครั้งนี้เป็นไปเพื่อการปลดปล่อย: ว่าด้วยการกระทำอันหาญกล้าของกองหน้าศิลปินมช.

by | Oct 17, 2021 | Articles บทความ, การประท้วง Protest, ความคิดเห็น Opinion, ไทย

เรื่อง & ภาพ สินละปะ

กลางเดือนตุลาคมอันมืดมิดที่หวนกลับมาอีกครั้ง นักศึกษาและศิลปินผู้ทำการผลิตงานสร้างสรรค์ได้ทำลายโซ่ตรวนของอำมาตย์ศักดินาหน้าประตูหอศิลป์มช.ลงเสียสิ้น ผู้ก่อการกว่าร้อยชีวิตบุกเข้ายึดอาคารที่อ้างว่าเป็นของมช. แต่น่าเสียดาย มันไม่เคยเป็นของประชาคมชาวมช.เลยสักเสี้ยววินาที มันเป็นเพียงสถานที่ว่างเปล่าที่เอาไว้ปล่อยเช่า มันดูดเอากำลังแรงงานของนักศึกษาที่ออกมาในรูปของงานศิลป์ซึ่งจำต้องจัดแสดงเพื่อผ่านเกณฑ์การประเมินก็เท่านั้น แต่บัดนี้มันกำลังเปลี่ยนเป็นสิ่งใหม่ เปลี่ยนเป็นของส่วนรวม ของประชาคมชาวมช. ผ่านปฏิบัติการยึดเพื่อจัดแจงการแสดงงานอย่างเป็นประชาธิปไตย!

นานมากแล้ว ที่กลุ่มบุคคลส่วนน้อยผู้กุมอำนาจเถื่อนอยู่ในมือภายใต้หัวโขนของอำมาตย์รูปแบบใหม่ อำมาตย์เหล่านี้ถือตนว่าบงการภายใต้กฎแห่งการแข่งขันในตลาดที่มีประสิทธิภาพล้นเปี่ยม แต่ขณะเดียวกันกลับติดหน่วงพ่วงระบบเอกสารไม่ต่างจากสมัยระบบอำมาตย์ราชการล้าหลังอยู่เช่นเคย กล่าวคือ การบริหารจัดการพื้นที่ของหอศิลป์มช. และมหาวิทยาลัยโดยทั่วไปอยู่ในรูปแบบการผสมกันอย่างน่าอดสู ระหว่างระบบรัฐราชการเทอะทะ และปีศาจที่มองไม่เห็นอย่างตลาดเสรี กลายเป็นระบบตัวเงิน-ตัวทอง เอาข้อเสียของทั้งสองอย่างมายำเข้าไว้ด้วยกัน นักศึกษา อาจารย์ ผู้ชมงาน ต่างก็ต้องปฏิบัติตนอยู่ในกรอบพิธีการตามจารีตอันนอบน้อมสยบยอมราวกับว่าเราอยู่ในระบอบเก่าเสียอย่างนั้น อีกทั้งความโหดร้ายป่าเถื่อนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมของผีห่าซาตานที่มีชื่อว่าตลาดเสรีก็ขูดรีดเลือดเนื้อกำลังทรัพย์จากนักศึกษาและผู้ปกครองอย่างมูมมาม ไม่มีอะไรฟรี และไม่มีเสรีภาพ ณ พื้นที่ในกำมือของอำมาตย์ทาสนายทุน!

มหาวิทยาลัยคือปีศาจของแฟรงเกนสไตน์ตนหนึ่ง มันประกอบขึ้นมาจากส่วนเสี้ยวอันพิลึกพิลั่นของระบบต่าง ๆ เพื่อจัดสร้างโลกที่เต็มไปด้วยลำดับชั้นสูงต่ำ การทำงานของมันจึงเต็มไปด้วยความย้อนแย้งราวกับใบหน้าของเทพเจนัสที่มีสองด้านและหันออกจากกันเสมอ ประพฤติตนราวกับเป็นผู้อุ้มชูคบไฟแห่งปัญญา แต่หากไม่มีเงินตรา ลูกช้างเอ๋ย เจ้าจงออกไปจากที่แห่งนี้เสีย ประพฤติตนราวกับผู้เจริญด้วยปัญญา แต่หากไม่เดินตามข้า ลูกช้างเอ๋ย เจ้าก็จงออกไป ความลักลั่นย้อนแย้งเหล่านี้มิใช่ความงงงวย หน้าไหว้หลังหลอก ความหน้าหนาของเหล่าอำมาตย์ชนชั้นปกครอง หรือเป็นซากเดนตกค้างของระบอบใด ๆ ทั้งสิ้น หากแต่เป็นผลจากความพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะสถาปนาอำนาจขึ้นเพื่อข่มขี่มนุษย์ทุกคนให้สยบตามระบบ อำนาจทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การเมืองใด ๆ ต่างก็ถูกนำมาใช้เพื่อการนี้โดยไม่ต้องสนใจถึงความสอดคล้องกันทางตรรกะ เพราะตรรกะมิใช่เป้าหมายของมหาวิทยาลัย

เหตุเช่นว่านี้ นักศึกษาและประชาคมชาวมช. รู้แจ้งเห็นจริงกันมาโดยตลอด แต่ด้วยการณ์ที่พลังรวมหมู่ทางสังคมยังไม่ปะทุขึ้น รูปการของการกดขี่ข่มเหงคนด้วยกันเช่นนี้จึงดำเนินไปราวกับว่าไม่มีวันจบสิ้น นักศึกษาและผู้ปกครองชนชั้นกรรมาชีพหลายคนต้องทำงานพิเศษ กู้หนี้ยืมสินเพียงเพื่อจัดแสดงงานในหอศิลป์ที่(อ้างว่า)เป็นของมช.นี้มายาวนาน มันคือปฏิบัติการข่มเหงทางชนชั้นอย่างชัดเจน!

แต่บัดนี้พลังความเคียดแค้นที่สั่งสมกันมา เดือดพล่านปะทุขึ้นมาอีกครั้งภายใต้บรรยากาศทางการเมืองที่ชุลมุนกันอยู่ ณ ขณะนี้ ในขณะที่เยาวรุ่นกรรมาชีพเมืองกรุงได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการต่อสู้ที่ยืดเยื้อยาวนานในรูปแบบใหม่ เยาวรุ่นและผู้สูงวัย 5,000 ปีก็เติมไฟลามทุ่งทางทิศเหนือขึ้นมาอีกครั้ง สหายแห่งล้านนาร่วมกันทำให้คบเพลิงแห่งคชสารแผ่ซ่านลงผืนดิน ช้างจะไม่ได้ชูไอติมรสกะทิอีกต่อไป แต่เป็นรสชาติเพลิงไฟประชาธิปไตยของประชาคมฯ

เมื่อปฏิบัติการเบื้องต้นสำเร็จผลเป็นการชัดเจน ตั้งแต่ก้าวแรกที่สหายกองหน้าแห่งประชาคมฯ ก้าวเข้าไปเหยียบถิ่นฐานที่อำนาจเถื่อนกอดกุมมันไว้นั้น ฝ่ายปฏิกิริยาก็ตัดสินใจ ตัดน้ำ ตัดไฟ อย่างฉับพลันทันด่วน แม้เป็นเวลานอกราชการก็ตาม เรื่องเหล่านี้สามัญชนคนอย่างเราๆ รู้เห็นเช่นชาติกันมานาน หากเป็นไปเพื่อผลประโยชน์แห่งอาณาประชาราษฎร์แล้วไซร้ พวกอำมาตย์ก็ชักช้าคอยท่า คอยปฏิบัติตามระเบียบในเวลาราชการอย่างมิขาดตกบกพร่อง หากแต่พอเป็นเรื่องผลประโยชน์ทางชนชั้นของตัวเองนั้น กลับรวดเร็วเสียยิ่งกว่าจับปากกาเซ็นชื่อเสียอีก

ทั้งนี้ ที่ขบวนการประชาธิปไตยประชาคมฯ ยังคงอยู่รอดสืบสานต่อไปได้ ก็ด้วยแรงใจ แรงกาย แรงคิดที่ร่วมด้วยช่วยกันอย่างเป็นหมู่คณะของชาวประชาคมฯ ทั้งหมดทั้งปวง ที่เบ่งบานขยายออก เพิ่มแนวร่วมมากมาย น้ำไฟ ที่โดนตัดด้วยอำนาจเถื่อน ก็มิอาจขัดขวางน้ำไฟจากชาวประชาที่หลังไหลเข้ามาทั้งตามตัวอักษรและตามอารมณ์ความรู้สึกทางใจที่เข้าช่วย

ปรากฏการณ์เหล่านี้สร้างอะไรใหม่หรือ? ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นอาชญากรรมงั้นฤา? หรือจริงๆ แล้วมันคือการปฏิวัติของประชาคมฯ?

คำตอบของคำถามดังกล่าวมิอาจตอบได้ผ่านทางข้อเขียนหรือการถกเถียงทางความคิดที่หลุดลอยจากปฏิบัติการจริงที่กำลังเกิดขึ้น แต่จะตอบได้ผ่านปฏิบัติการที่ดำเนินเปลี่ยนแปลงทั้งรูปลักษณ์ของสังคมและตัวตนรวมหมู่ของผู้คนที่ลงมือกระทำการอยู่ ณ พื้นที่ส่วนรวมที่กำลังเกิดขึ้น ปฏิบัติการประชาธิปไตยของประชาคมฯ กำลังตั้งท้าทายรูปแบบการจัดแสดงงานศิลปะภายใต้เงื้อมมือของคนส่วนน้อยที่ถือดีว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ ประชาธิปไตยของประชาคมจะไปในทิศทางใดต่อก็คงต้องเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นจริงผ่านการเดินทัพทางไกลของปฏิบัติการ ณ พื้นที่ซึ่งประชาคมกำลังปลดปล่อยให้มันเบ่งบานด้วยอำนาจของปวงประชา สิ่งนั้นอาจมาในรูปของสมัชชาประชาธิปไตยเพื่อการจัดแสดงงานศิลปะของประชาคมมช. หรือด้วยชื่ออื่น รูปอื่นก็เป็นได้ สิ่งนี้(ยัง)ไม่เกิดขึ้น

แต่ที่เกิดขึ้นแล้ว คือการตั้งคำถามต่อการจัดแสดงศิลปะในรูปแบบเดิมๆ ที่ผู้จัดแสดงและผู้ชม เป็นเพียงผู้เช่า หรือลูกค้าเท่านั้น ทำอย่างไรผู้จัดแสดงและผู้ชม จะได้ร่วมตัดสินใจอย่างเป็นประชาธิปไตยกับการจัดแสดงศิลปะได้บ้าง? คำถามเชิงศิลปะเหล่านี้สามารถสร้างสภาวะของความเลยเถิดที่ก่อให้เกิดการตั้งคำถามต่อเส้นแบ่งต่าง ๆ ที่ดำรงอยู่ เส้นแบ่งของความเหมาะสม เส้นแบ่งของความเป็นเจ้าของ เส้นแบ่งของอำนาจ ไม่ว่าคำถามนี้จะได้รับคำตอบในทางปฏิบัติหรือไม่ ไม่มีใครสามารถรู้อนาคตได้ แต่คำถามนี้จะไม่หายไป กระบวนการลากขีดเส้นครั้งใหม่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และตราบใดที่เรายังสู้ต่อ คำตอบก็ย่อมใกล้เข้ามาแน่นอน และเมื่อนั้นเอง สิ่งที่คงรูปอย่างหนักแน่นราวกับไม่มีวันจะเปลี่ยนแปลงก็ย่อมจะมลายหายไปในอากาศ

เดือนตุลาคมอันมืดมิดจะกลายเป็นเดือนที่ดวงตะวันได้เคลื่อนขึ้นมาประกาศศักดาแห่งพลังประชาธิปไตยของประชาชนหรือไม่ ไม่มีใครรู้ ที่เรารู้กันดีก็มีแค่ว่า การเติมแรง เติมใจ เติมไฟให้คบเพลิงนี้สว่างไสวโชติช่วงจนกลายเป็นดวงอาทิตย์ก็เท่านั้นแหละ ที่จะทำให้ปฏิบัติการนี้เป็นหน่ออ่อนประชาธิปไตยประชาชนได้!

ขอคารวะแด่ประชาคมชาวมช.ทุกคน.

 


Creative Commons License

บทความและภาพประกอบนี้ใช้สัญญาอนุญาตครีเอฟทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน 4.0 นานาชาติ

 

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การที่เรือรบ USS อับราฮัม ลินคอล์น (CVN-72) เดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อ “ท่องเที่ยวพักผ่อน” ก่อนจะกลับไปปฏิบัติภารกิจคร่าชีวิตประชาชนในเอเชียตะวันตกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคัดค้านโดยทันที สำหรับพวกเราชาวไทย และสำหรับผู้คนทั่วโลกที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกอเมริกาปล้นสะดม นี่นับเป็นการเขย่าโซ่ตรวนอาณานิคมของยุคสงครามเย็นของสหรัฐฯ ที่มีต่อสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดของตน

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The arrival of the USS Abraham Lincoln (CVN-72) for a “leisure trip” in Thailand before returning to its campaign of destruction against the people of West Asia demands immediate interrogation and opposition. For us Thai people, and those in sites of American plunder across the globe, this a rattling of the US’ cold war colonial chains on its most loyal lap dog, while conducting a war of aggression in Iran and the ongoing genocide in Palestine.

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

โครงสร้างด้านความมั่นคงที่แพร่หลายในยุคสงครามเย็นกำลังครอบงำประเทศไทยอย่างเต็มตัว เครือข่ายทางการเมืองเทาในพื้นที่ชายแดนรอบนอก ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในยุค 2490 เพื่อเป็นกองกำลังรักษาความมั่นคงต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และได้เข้าสู่การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาในยุค 2520 ภายหลังการล่มสลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้ครอบงำการปกครองของประเทศไทยอย่างถี่ถ้วน 

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and extra-parliamentary politics in the 1980s after the fall of the communist movement, since then they have come to dominate Thailand’s governance, today coalescing around the ultra-reactionary Bhumjaithai party

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?