นาโต้และแอฟริกา : ความรุนแรงในอาณานิคม

by | Feb 28, 2022 | Articles บทความ, Translation, ประวัติศาสตร์ History, ไทย

บทความโดย: Djibo Sobukwe
Image: Lázaro Abreu Padrón

เมื่อพิจารณาถึงความสนใจที่สื่อสาธารณชนมีต่อองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ก็ควรค่าที่จะเตือนใจผู้คนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อันนองเลือดที่นาโต้ได้ก่อไว้ในแอฟริกา นาโต้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1949 (2492) หลังสงครามโลกครั้งที่สองในช่วงที่ประเทศในแอฟริกายังอยู่ภายใต้ลัทธิล่าอาณานิคม ตามจริงแล้ว ผู้บุกเบิกก่อตั้งนาโต้ส่วนใหญ่เป็นอดีตเจ้าอาณานิคมตัวใหญ่ที่เคยเข้ายึดครองแอฟริกา เช่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส โปรตุเกส เบลเยียม และอิตาลี เดิมทีแล้ว องค์กรนี้ถูกก่อตั้งขึ้นโดยสหรัฐอเมริกาเพื่อเป็น “เกราะกำบังหมู่” ต้านทานสหภาพโซเวียต โดยกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ว่า ถ้ามีการโจมตีต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง (ในนาโต้-ผู้แปล) จะถือว่าเป็นการโจมตีต่อประเทศนาโต้ทั้งหมด และจะต้องมีการโต้กลับแบบรวมหมู่

เนื่องจากนาโต้ก่อตั้งขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อกำราบสหภาพโซเวียตและหยุดยั้งการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์ อาจกล่าวได้ว่า ภายหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี ค.ศ. 1991 (2534) จะไม่มีความจำเป็นต้องมีนาโต้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นาโต้ก็ได้ขยายจากเดิมที่มีอยู่สิบสองประเทศไปเป็นสามสิบประเทศในปัจจุบัน สมาชิกส่วนใหญ่เป็นประเทศในยุโรปตะวันออก ซึ่งเดิมทีเป็นอดีตสาธารณรัฐโซเวียต ทุกวันนี้ นาโต้ได้กลายมาเป็นแกนใหญ่ในวงล้อของกลุ่มอุตสาหกรรมทางการทหารที่ควบคุมโดยจักรวรรดิอเมริกา โดยมีจุดมุ่งหมายในการครอบงำแบบเต็มรูปแบบและขับเคลื่อนโดยความกระหายอันรุนแรงของทุนบรรษัท

อาณานิคมแอฟริกาในฐานะฐานทัพของนาโต้

วอลเตอร์ ร็อดนีย์ (Walter Rodney) บรรยายไว้อย่างเห็นภาพถึงรากฐานแรกเริ่มของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใต้อาณานิคมในแอฟริกากับนาโต้ ซึ่งยังคงดำเนินอยู่จวบจนทุกวันนี้ ความว่า

“แน่นอนว่า ในช่วงทศวรรษที่ 1950 (2493) เมื่อชาวแอฟริกันส่วนใหญ่ยังอยู่ใต้อาณานิคม พวกเขาไม่มีอำนาจใด ๆ เลยในการใช้สอยที่ดินของพวกเขาเองเพื่อจุดประสงค์ทางการทหาร แอฟริกาเหนือเกือบทั้งหมดกลายมาเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของนาโต้ โดยมีฐานมุ่งเป้าไปยังสหภาพโซเวียต ที่นั่นสงครามนิวเคลียร์เกิดขึ้นได้ง่าย ๆ โดยที่ชาวแอฟริกันไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเลย จริง ๆ แล้ว มหาอำนาจเจ้าอาณานิคมจัดการประชุมทางการทหารขึ้นในเมืองต่าง ๆ ของแอฟริกา เช่น ดาการ์และไนโรบีเมื่อต้นทศวรรษที่ 1950 (2493) โดยเชิญเจ้าอาณานิคมผิวขาวของแอฟริกาใต้และโรดีเซีย รวมไปถึงรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมด้วย หลายครั้งที่ผ่านมา หลักฐานชี้ให้เห็นว่า แอฟริกาถูกใช้ประโยชน์เป็นเสาค้ำยันให้กับระบบทุนนิยมทั้งในด้านเศรษฐกิจและด้านการทหาร และด้วยเหตุนี้ก็เป็นการบังคับให้แอฟริกามีส่วนร่วมในการกดขี่ขูดรีดตัวเองด้วย (1)

กวาเม อึนกรูมา (Kwame Nkrumah) ประธานาธิบดีนักสังคมนิยมแห่งกานาเคยเตือนไว้แล้วในหนังสือ Challenge of the Congo ซึ่งเขาเขียนขึ้นปี ค.ศ. 1967 (2510) ว่า มีฐานทัพอากาศอย่างน้อย 17 แห่ง ฐานทัพเรือในต่างประเทศ 9 แห่ง ฐานที่ตั้งจรวด 3 แห่ง และเขตทดสอบอาวุธปรมาณูที่ดำเนินการโดยนาโต้ในแอฟริกาเหนือ รวมไปถึงปฏิบัติการทางทหารในแอฟริกาถึง 12 ประเทศ นี่ยังไม่นับการขูดรีดวัตถุดิบในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้นในเหมืองแร่ในคองโก แองโกลา แอฟริกาใต้ และโรดีเซีย (2) อึนกรูมาเรียกร้องให้มีการตอบโต้อย่างเร่งด่วนต่อความท้าทายของนาโต้ในยุทธศาสตร์ที่เขาร่างไว้ใน Handbook of Revolutionary Warfare ซึ่งรวมไปถึงการเรียกร้องให้มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดและกองทัพปฏิวัติประชาชนชาวแอฟริกา (ผนึกกำลังกัน) ทั้งหมด (AAPRA) (3)

ยุทธศาสตร์การล่าอาณานิคมใหม่ของนาโต้

ลัทธิจักรวรรดินิยมใช้กลยุทธ์แบ่งแยกและปกครอง (divide and rule) มาโดยตลอด เพื่อให้นาโต้เป็นที่ยอมรับในแอฟริกา มหาอำนาจเจ้าอาณานิคมรู้ว่า พวกเขาต้องโน้มน้าวใจและเกณฑ์ชนชั้นอาณานิคมใหม่ที่เป็นชนพื้นเมืองชาวแอฟริกันผู้ซึ่งจะมาทำงานให้กับพวกเขา การแบ่งแยกดังกล่าวปรากฏออกมาในการเคลื่อนไหวปลดปล่อยชาติระหว่างผู้ที่ผูกมิตรกับกองกำลังจักรวรรดินิยมกับผู้ที่ต้องการการปฏิวัติปลดปล่อยชาติออกจากการล่าอาณานิคมอย่างจริงจัง อึนกรูมาอธิบายไว้ใน Neo-colonialism และ The Last Stage of Imperialism ถึงวิธีการอันหลากหลายที่ลัทธิล่าอาณานิคมใหม่นำมาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการในด้านเศรษฐกิจ การเมือง ศาสนา อุดมการณ์ และวัฒนธรรม ในการจะทำเช่นนี้ได้ นาโต้ก็ทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลไกภาคส่วนอื่น ๆ ของลัทธิจักรวรรดินิยมด้วย เช่น ซีไอเอ (CIA) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำรัฐประหารต่อต้านรัฐบาลของอึนกรูมาและการสังหารปาทริซ ลูมุมบา (Patrice Lumumba) ผู้ซึ่งเป็นประธานาธิบดีนักสังคมนิยมคองโก

แอฟริกาใต้คงจะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของสำนักงานนาโต้ ตั้งแต่เริ่มก็เห็นได้ชัดว่า แอฟริกาใต้นั้นอยู่ข้างมหาอำนาจตะวันตก/นาโต้ ซึ่งต่อต้านสหภาพโซเวียต เพราะแอฟริกาใต้โดยเนื้อแท้แล้วก็คือลูกอาณานิคมของบริเตน และดังนั้นจึงเป็นตัวแทนของนาโต้ด้วย อีกทั้งยังถูกปกครองเป็นรัฐแบ่งแยกสีผิว (apartheid state) โดยชนกลุ่มน้อยผิวขาว ในปี ค.ศ. 1955 (2498) แอฟริกาใต้และสหราชอาณาจักรได้จัดทำข้อตกลงไซมอนส์ทาวน์ (Simonstown agreements) ซึ่งจัดให้มีการเฝ้าระวังทางเรือและ “ป้องกันทวีปแอฟริกาทั้งหมด” ประเทศสมาชิกนาโต้และอิสราเอลยังจัดสรรเทคโนโลยีที่จำเป็นให้แก่แอฟริกาใต้เพื่อพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งพวกเขาทำเช่นนั้นมาแล้วเมื่อปี ค.ศ. 1979 (2522)

สถานการณ์เมื่อไม่นานมานี้

บทบาทของสหรัฐฯ/นาโต้ ในการล้างบางลิเบีย (แอฟริกาเหนือ) ในปี ค.ศ 2011 (2554) เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเพราะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า จักรวรรดินิยมอเมริกาไม่ยอมรับประเทศใด ๆ ที่ตัดสินใจเป็นอิสระอยู่นอกเหนือขอบเขตอิทธิพลของนาโต้ กองกำลังนาโต้ที่นำโดยสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการทิ้งระเบิดซึ่งคร่าชีวิตพลเรือนไปหลายพันคนในลิเบีย และสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานมูลค่ากว่าหมื่นล้าน โจมตีลิเบียจนกลายเป็นซากปรักหักพังและทำลายหลายชีวิตของชาวลิเบียนับชั่วอายุคน นี่เป็นตัวอย่างที่สำคัญเช่นกัน เนื่องจากการโจมตีเกิดขึ้นตั้งแต่ 20 ปีที่แล้วตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต กระนั้นเอง นาโต้ก็ยังคงทำการโจมตีทางการทหารจนถึงทุกวันนี้ในสถานที่ห่างไกลนอกเหนืออาณัติตัวเอง

นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 อเมริกาได้ก่อสงครามอันดุเดือดที่ไตร่ตรองไว้แล้วล่วงหน้าไปทั่วโลก ทั้งโดยตรงและโดยตัวแทน คร่าชีวิตผู้คนไปหลายล้านในเอเชียตะวันออกและเอเชียกลาง แอฟริกาเหนือและส่วนอื่น ๆ ของแอฟริกา ตะวันออกกลาง ยุโรป รวมไปถึงในอเมริกากลางและอเมริกาใต้

นาโต้และอัฟริคอม (NATO & AFRICOM)

AFRICOM คือตัวตนในชีวิตจริงของนาโต้ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2007 (2550) เป็นแผนกบัญชาการกองทัพอเมริกันสำหรับแอฟริกา มีไว้รักษาความสัมพันธ์ทางการทูตและยุทธศาสตร์อันใกล้ชิดกับแทบทุกประเทศในแอฟริกาทุกวันนี้

นาโต้และ AFRICOM ยังคงปฏิบัติการต่อไปภายใต้ฉากหน้า “การฝึกอบรม” และความช่วยเหลือรักษาสันติภาพ “ด้านมนุษยธรรม” ความรุนแรงของการก่อการร้ายญิฮาดในทวีปนี้เพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่ที่นาโต้ได้รุกรานลิเบียจนทำให้พลเรือนบาดเจ็บล้มตาย อีกทั้งยังก่อให้เกิดความไม่มั่นคง ซึ่งตะวันตกใช้ตรงนี้เป็นข้ออ้างและสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองสามารถอยู่ต่อไปได้ ตั้งแต่มีการก่อตั้ง AFRICOM ขึ้นมา มีการทำรัฐประหารมากขึ้นโดยทหารที่ผ่านการฝึกอบรม AFRICOM

เป็นไปตามที่อึนกรูมา ร็อดนีย์ และคนอื่น ๆ ได้เตือนเอาไว้เมื่อทศวรรษ และ 1970 (2513) นาโต้ยังคงอยู่ต่อไปในรูปของ AFRICOM ซึ่งส่งเสริมการก่อสงคราม ความไม่มั่นคง และการปล้นสะดมของทุนนิยมในแอฟริกา ตัวอย่างเช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ยังถูกปล้นสะดมอย่างต่อเนื่องในวัตถุดิบยุทธปัจจัย เช่น โคบอลต์ แทนทาลัม โครเมียม โคลแทน ยูเรเนียม ฯลฯ แร่ธาตุเหล่านี้มีความสำคัญในทางยุทธศาสตร์ไม่เฉพาะกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนกลุ่มอุตสาหกรรมทางการทหารด้วย AFRICOM ยังคงพึ่งอาณานิคมใหม่ในแอฟริกาให้เป็นตัวแทนต่อสู้ใน DRC และในทั่วทั้งแอฟริกาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในนามตัวเอง ในส่วนของจีนที่กำลังผงาดขึ้นมา ด้านสหรัฐฯ/นาโต้ ก็พยายามทำให้ตัวเองมีอำนาจแบบเต็มรูปแบบซึ่งมุ่งขวางกั้นจีนหรือประเทศอื่น ๆ ออกจากการแข่งขันแย่งชิงการควบคุมทุนโลก

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การที่เรือรบ USS อับราฮัม ลินคอล์น (CVN-72) เดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อ “ท่องเที่ยวพักผ่อน” ก่อนจะกลับไปปฏิบัติภารกิจคร่าชีวิตประชาชนในเอเชียตะวันตกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคัดค้านโดยทันที สำหรับพวกเราชาวไทย และสำหรับผู้คนทั่วโลกที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกอเมริกาปล้นสะดม นี่นับเป็นการเขย่าโซ่ตรวนอาณานิคมของยุคสงครามเย็นของสหรัฐฯ ที่มีต่อสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดของตน

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The arrival of the USS Abraham Lincoln (CVN-72) for a “leisure trip” in Thailand before returning to its campaign of destruction against the people of West Asia demands immediate interrogation and opposition. For us Thai people, and those in sites of American plunder across the globe, this a rattling of the US’ cold war colonial chains on its most loyal lap dog, while conducting a war of aggression in Iran and the ongoing genocide in Palestine.

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

โครงสร้างด้านความมั่นคงที่แพร่หลายในยุคสงครามเย็นกำลังครอบงำประเทศไทยอย่างเต็มตัว เครือข่ายทางการเมืองเทาในพื้นที่ชายแดนรอบนอก ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในยุค 2490 เพื่อเป็นกองกำลังรักษาความมั่นคงต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และได้เข้าสู่การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาในยุค 2520 ภายหลังการล่มสลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้ครอบงำการปกครองของประเทศไทยอย่างถี่ถ้วน 

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and extra-parliamentary politics in the 1980s after the fall of the communist movement, since then they have come to dominate Thailand’s governance, today coalescing around the ultra-reactionary Bhumjaithai party

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?