อภิสิทธิ์ชนแรงงานและผู้ทรยศชนชั้น

by | Oct 13, 2022 | Articles บทความ, ทฤษฎี Theory, เศรษฐศาสตร์ Economics, แนะนำ Introducing, ไทย

ในขณะที่กรรมาชีพทั่วโลกถูกระบบทุนนิยมกดขี่ขูดรีด ทว่าก็มีบางคนที่ถูกขูดรีดมากกว่าคนอื่น กรรมาชีพบางคนมีชีวิตที่สุขสบายโดยมาจากการขูดรีดคนงานคนอื่น นี่นำไปสู่แนวคิด อภิสิทธิ์ชนแรงงาน (Labour Aristocracy) หรือ ชนชั้นแรงงานอภิสิทธิ์ชน (Working Class Aristocracy) ซึ่งสามารถนำไปใช้ดูได้ทั้งสถานทำงานระดับท้องที่และระดับโลก เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างชนชั้นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกว่าเก่า

ถ้าเราให้คำนิยามกรรมาชีพอย่างเคร่ง ๆ ว่าเป็น “คนงาน” หรือเจาะจงมากขึ้นว่าเป็น “ผู้ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต” คนที่รวยและมีอำนาจมาก ๆ ก็อาจเข้าข่ายคำนิยามดังกล่าวได้เช่นกัน เช่น นักฟุตบอล ในขณะที่นักฟุตบอลรวยล้นฟ้า พวกเขาก็ไม่ได้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต ซึ่งในกรณีนี้คือสโมสรฟุตบอล นักฟุตบอลถูกขูดรีดแรงงานแบบเดียวกันกับคนงานโรงงาน แต่นักฟุตบอลได้รับค่าชดเชยด้วยค่าแรงที่สูงกว่ามาก

ขณะที่นักฟุตบอลเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนมาก ทว่าก็มีตัวอย่างอื่น ๆ ที่เข้าข่ายคำนิยามดังกล่าว เช่น แพทย์ในโรงพยาบาลเอกชนของกลุ่มชั้นนำหรือนายทหารระดับสูง แม้แต่ในสถานทำงานแบบปกติ ก็ยังมีผู้จัดการที่ไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่ทำงาน แต่รักษาผลประโยชน์ให้แก่เจ้าของสถานที่ภายในพื้นที่นั้น ๆ เช่น ผู้จัดการของเซเว่นอีเลเว่น (711) ที่อยู่ในแต่ละพื้นที่ ปัจเจกเหล่านี้มักถูกมองว่าเป็น ผู้ทรยศชนชั้น (class traitors) หมายความว่า แม้ว่าพวกเขาจะเป็นกรรมาชีพ พวกเขากลับหันหลังให้กับชนชั้นตนเองเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้แก่กระฎุมพี

สหภาพแรงงาน

คำว่าอภิสิทธิ์ชนแรงงานยังถูกนำไปใช้ในบริบทของสหภาพแรงงานเพื่อนิยามคำว่า “คนงานสหภาพแรงงานมืออาชีพ” นี่อาจหมายถึงหนึ่งในสองอย่างนี้:

  1. คนที่ทำงานเต็มเวลา (ได้รับเงินเดือน) ให้กับสหภาพแรงงาน มากกว่าที่จะทำงานในอุตสาหกรรมที่สหภาพเป็นตัวแทนโดยตรง ตัวอย่างเช่น HR (นักบริหารทรัพยากรบุคคล) ซึ่งทำงานเป็นตัวแทนให้กับสหภาพคนขับแท็กซี่ในนามของคนขับแท็กซี่ตัวจริง โดยทั่วไปแล้วกลุ่มเช่นนี้มักจะโดนวิจารณ์ว่า ไม่ได้เชื่อมโยงกับคนงานในพื้นที่จริง (real, on-the-ground) และพยายามปกป้องผลประโยชน์ในความสามารถทางวิชาชีพของตนแทนที่จะเป็นของคนงานส่วนมาก ลดทอนความเข้มข้นและสร้างข้อจำกัดของการเคลื่อนไหวโดยสร้างชนชั้นผู้เชี่ยวชาญขนาดเล็กขึ้นมาเพื่อเจรจาต่อรองระหว่างผู้บังคับบัญชากับคนงาน โดยพื้นฐานแล้วจะอยู่ในบทบาทผู้จัดการธุรกิจ (ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้) ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ผู้คนเคยใช้อาชีพนี้เป็นทางผ่านเพื่อเข้าไปสู่การเมืองแบบพรรคการเมืองและกลายมาเป็นชนชั้นปกครองในที่สุด สิ่งนี้เห็นได้จากพรรคแรงงานที่ผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ดทั่วยุโรปทุกวันนี้

 

  1. สหภาพแรงงานของแรงงานมืออาชีพ คนงานเหล่านี้ก็คือคนที่จบสูงมา มีภูมิหลังแบบชนชั้นกลาง ตัวอย่างเช่น สหภาพแรงงานของนักการตลาดที่ศึกษาจบระดับมหาวิทยาลัย (คนที่ทำงานในการตลาด) โดยทั่วไปกลุ่มนี้มันจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า พยายามที่จะเสริมสร้างและยกระดับวิถีชีวิตแบบชนชั้นกลาง/มืออาชีพ เพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองตกไปอยู่ในกลุ่มรายได้ต่ำ แทนที่จะสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงปลดปล่อยให้แก่คนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง สหภาพแรงงานประเภทนี้มักจะพยายามลดทอนการเคลื่อนไหวของคนงานหมู่มาก เนื่องจากพวกเขามีเงินเดือน สภาพการทำงาน และสิทธิพิเศษทางสังคมที่ดีกว่าอยู่แล้ว พวกเขาจึงไม่เต็มใจที่จะเสี่ยงตัวเองในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยคนงานในวงกว้าง

 

อภิสิทธิ์ชนแรงงานระดับนานาชาติ

ในขณะที่การตระหนักถึงอภิสิทธิ์ชนแรงงานในระดับท้องถิ่นนั้นทำได้ค่อนข้างง่าย การขยายความตระหนักรู้ไปสู่ระดับโลกนั้นซับซ้อนยิ่งกว่า แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญหากจะทำความเข้าใจระบบเศรษฐกิจทุนนิยมในภาพใหญ่ เห็นได้ชัดว่า คนงานในซีกโลกเหนือได้รับประโยชน์อย่างมากจากการขูดรีดแรงงานในซีกโลกใต้ สินค้าพื้นฐาน เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค อันเป็นสิ่งจำเป็นต่อความเป็นอยู่ที่ดีของกรรมาชีพซีกโลกเหนือ ส่วนใหญ่ก็มาจากแรงงานที่ถูกกดขี่ขูดรีดในซีกโลกใต้ ในแง่นี้เราอาจกล่าวได้ว่า ผลประโยชน์ของชนชั้นแรงงานในซีกโลกเหนือทุกวันนี้เป็นปฏิปักษ์กับผลประโยชน์ของแรงงานในซีกโลกใต้ และกรรมาชีพซีกโลกเหนือกำลังพึ่งพาการขูดรีดแรงงานในซีกโลกใต้อยู่

การเปรียบเทียบที่น่าสนใจคือเมียนมาร์และลักเซมเบิร์ก ซึ่งมี GDP ใกล้เคียงกัน เมียนมาร์ซึ่งเป็นประเทศขนาดปานกลางถึงใหญ่ อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและกำลังแรงงานจำนวนมาก ถือว่าไม่ได้รับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการส่งออกที่สำคัญของพวกเขาเป็นวัตถุดิบ (ที่เป็นวัตถุจริง) ทั้งหมด ดังนั้นในระดับสากล เมียนมาร์อยู่ในระดับเดียวกับลักเซมเบิร์กในแง่ของ GDP แม้ว่าลักเซมเบิร์กจะมีประชากรเพียง 1% ของเมียนมาร์และ 0.3% ของที่ดินทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ในระดับบุคคล พลเมืองโดยเฉลี่ยในเมียนมาร์ถือครองเพียง 1% ของความมั่งคั่งของชาวลักเซมเบิร์กโดยเฉลี่ย (GDP ต่อหัว) หากเป็นเช่นนี้ การจะให้แรงงานรายจ้างจากสองประเทศนี้อยู่ในกลุ่มเดียวกันจึงเป็นเรื่องที่เหลวไหลอย่างชัดเจน การเปรียบเทียบแบบนี้ไม่ได้หมายความว่า ชนชั้นแรงงานท้องถิ่นในลักเซมเบิร์กไม่ใช่ชนชั้นแรงงาน แต่ทำให้เห็นถึงความคลุมเครือของความเป็นจริงทางวัตถุในระดับโลกและความเหลื่อมล้ำในการผลิตแบบอวัตถุ หากจะกระจายความมั่งคั่งอย่างเท่าเทียมกันในแต่ละประเทศหรือในกรอบเศรษฐกิจระดับภูมิภาค แม้ว่าจะมีการปรับปรุงภายในประเทศบ้าง ก็ย่อมยังมีความแตกแยกทั่วโลกอย่างมหึมานี้

ในบริบทนี้ เราก็จะเห็นได้ว่า เมื่อมองจากจุดยืนโลก กรรมาชีพของลักเซมเบิร์กจัดอยู่ในหมวดหมู่ของอภิสิทธิ์ชนแรงงาน

นอกจากนี้ยังมีเรื่องตลกร้ายที่ชนชั้นแรงงานชาวซีกโลกเหนือในปัจจุบันได้สร้างแนวหน้าระดับโลกให้กับชนชั้นนายทุน กล่าวคือ ด้วยอำนาจในการเลือกตั้งของพวกเขา ในระบอบประชาธิปไตย พวกเขาได้ทำการลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองที่ลงมือทำให้จักรวรรดิของพวกเขาแผ่ขยายไปทั่วโลก จัดการรัฐประหาร พลิกกลับการปฏิวัติ และการรุกรานของประเทศในซีกโลกใต้ใด ๆ ที่พยายามหลุดพ้นจากห่วงโซ่อุปทานที่ถูกขูดรีดโดยประเทศโลกที่หนึ่ง (ในแง่นี้ระบบประชาธิปไตยแบบตัวแทน จึงไม่ได้เป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กับชนชั้นแรงงานโดยรวมในโลกแต่อย่างใด แต่เป็นการเอื้อประโยชน์กับพลเมืองของรัฐ ๆ นั้นเท่านั้น เพราะการทำให้พลเมืองในประเทศ— ไม่ว่าจะชนชั้นนายทุนหรือแรงงาน— นั้นได้รับผลประโยชน์มากเท่าใด ก็ย่อมต้องขูดรีดเอาผลผลิตส่วนเกินจากประเทศหรือรัฐอื่นมากเท่านั้น เกมนี้จึงอาจกลายเป็นสัจธรรมในเศรษฐกิจการเมืองระดับโลกไปแล้ว)

นี่ไม่ได้เป็นการยกย่องผู้ที่อยู่ในซีกโลกใต้ว่าเป็นชนชั้นแรงงานที่บริสุทธิ์เพียงฝ่ายเดียวของโลก และไม่ได้หมายความว่าแรงงานชาวซีกโลกเหนือเป็นชนชั้นนายทุนน้อย ทุกวันนี้ชนชั้นแรงงานชาวซีกโลกเหนือยังคงเป็นชนชั้นแรงงานอย่างแท้จริง

ประเทศในซีกโลกใต้แน่นอนว่าก็มีเจ้าของกิจการเช่นกัน ที่สามารถยึดอำนาจทางการเมือง และกลไกการเอารัดเอาเปรียบและขูดรีดในระดับท้องถิ่นได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมองกลับไป ก็เป็นที่ชัดเจนว่ากลไกเหล่านี้ทำงานให้ใครในท้ายที่สุด และใครนั่งอยู่บนโครงสร้างระดับโลก

สำหรับซีกโลกใต้ เราอาจเสนอว่า สิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงแค่การคำนึงถึงการยึดปัจจัยการผลิตในระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงระดับนานาชาติด้วย และสิ่งสำคัญก็รวมไปถึงการครุ่นคิดว่าจะทำลายการผูกขาดของซีกโลกเหนือในด้านเศรษฐกิจ ความรู้ เทคโนโลยี และปัจจัยการผลิตในทางเทคนิคได้อย่างไรบ้าง

ต่อสู้กับอภิสิทธิ์ชนแรงงาน

ในบริบททั้งหมดที่กล่าวมานี้ ไม่ได้หมายความว่า อภิสิทธิ์ชนแรงงานจะอยู่ด้านตรงข้ามกับกรรมาชีพหรือฝ่ายซ้ายเสมอไป ในหลายกรณี เหล่านี้ก็เป็นผลลัพธ์อันโชคร้ายของการที่คนงานพยายามที่จะจัดตั้งภายใต้ระบบทุนนิยม แท้จริงแล้วบ่อยครั้งอภิสิทธิ์ชนแรงงานไม่ได้ตระหนักว่า พวกเขาเป็นอภิสิทธิ์ชน อาจเป็นไปได้ว่า จากมุมมองของพวกเขาแล้ว พวกเขากำลังกระทำเพื่อผลประโยชน์ของคนงาน อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องควรค่าแก่การพินิจพิเคราะห์ด้วยความสามารถทั้งหมดที่เรามีว่า การกระทำของสหภาพแรงงานเป็นประโยชน์ต่อคนงานในวงกว้างหรือคนเพียงหยิบมือที่เป็นอภิสิทธิ์ชนแรงงาน

 

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and...

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?

ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าความเป็นอิสระและเสรีภาพ

ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าความเป็นอิสระและเสรีภาพ

ปัญญาชนและนักกิจกรรมหญิงจากทั่วเอเชียรวมตัวกันเพื่อเปิดเผยความจริงเพียงหนึ่งเดียว: ฐานทัพทหารสหรัฐฯ ที่กระจายอยู่ทั่วทวีปไม่ได้ปกป้องคนของพื้นที่ แต่เป็นการนำสงครามมาสู่แผ่นดิน ทำลายล้างดินแดน และคร่าชีวิตผู้คนไปมากมายเพื่อราคา

ประเทศไทยยุคปลาย 

ประเทศไทยยุคปลาย 

ในปี 2474 ผู้คนได้พูดถึง “สยามยุคปลาย” บ้างไหม? จากการค้นหาอย่างคร่าวๆ ใน Google ดูเหมือนว่าผู้คนจะพูดถึง “ทุนนิยมยุคปลาย” มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่นานมานี้ ขณะวางแผนกับเพื่อนๆ ในกรุงเทพฯ เราต้องคำนึงถึงเรื่องสะพานถล่มในแผนอาหารค่ำของเราด้วย ไม่ใช่แค่สะพานเท่านั้นที่ถล่ม เครนล้มทับรถไฟ รถบัสระเบิด อาคารพังทลาย โกดังระเบิด นี่กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

Late Stage Thailand

Late Stage Thailand

In 1931 did people talk about Late-stage Siam? Given a cursory Google search people seem to be increasingly talking about Late-stage Capitalism (ทุนนิยมขั้นปลาย). Recently, when making plans with friends in Bangkok, we had to factor bridge collapses into our dinner plans. It’s not just bridges that collapse, cranes fall on trains, buses explode, buildings crumble into the ground, warehouses explode. This has become quite routine.