ผู้หญิง ชีวิต อิสรภาพ: ขบวนการปลดปล่อยผู้หญิงเคอร์ดิสถาน

by | Jun 20, 2021 | Articles บทความ, Translation, สตรีนิยม Feminism, ไทย

ผู้เขียน Şervîn Nûdem, Jineolojî Academy 
ผู้แปล Peam Pooyongyut

หมายเหตุ: บทแปลนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนก้าวหน้า โดย Common School


ขบวนการปลดปล่อยผู้หญิงเคอร์ดิสถาน

ตั้งแต่ปี 2005 ผู้หญิงจากทั้งสี่ภาคของเคอร์ดิสถานหรือที่รู้จักกันในชื่อผู้หญิงชาวเคิร์ดพลัดถิ่น รวมทั้งผู้หญิงจากประเทศอื่นๆ ได้ร่วมตั้งกันจัดตั้งเป็นพันธมิตรในนาม ชุมชนผู้หญิงแห่งเคอร์ดิสถาน (KJK) KJK ตั้งกลุ่มขึ้นมามากมายเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของสถานที่แต่ละแห่ง แต่พวกเขามีเป้าหมายร่วมกันก็คือการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีฐานมาจากหลักการที่ยึดเอาคุณค่าความเสมอภาคของผู้หญิงเป็นหลัก โดยที่หลักการดังกล่าวจะต้องตอบสนองความต้องการของกลุ่มสังคมและชาติพันธุ์ทุกกลุ่ม โดยใช้แนวทางแนวทางแบบรากหญ้าในการตั้งคอมมูน สภา สถานศึกษา และสหกรณ์ที่ดำเนินการโดยผู้หญิง เพื่อเป็นทางเลือกในการจัดการชีวิตของคนในสังคม KJK มีบทบาทในทุกมิติ ตั้งแต่เรื่องการเมืองไปจนถึงวาระทางสังคม ตั้งแต่นิเวศวิทยาและเศรษฐกิจชุมชนไปจนถึงสาธารณสุข ตั้งแต่การศึกษาและงานด้านสื่อไปจนถึงวัฒนธรรมและศิลปะ ตั้งแต่การจัดโครงสร้างไปจนถึงการบริหารส่วนท้องถิ่น ความยุติธรรมต่อผู้หญิง และการทูต ส่วนกองกำลังป้องกันตนเองโดยผู้หญิงนั้นถูกจัดตั้งขึ้นในหลายๆ รูปแบบซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละภูมิภาค

ในปี 2011 มีการก่อตั้ง Jineolojî ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาทางเลือกของผู้หญิง สถาบันแห่งนี้เป็นเหมือนศูนย์วิจัยและพูดคุยเกี่ยวกับความท้าทายสำหรับการปฏิวัติโดยผู้หญิง อีกทั้งยังช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสังคมประชาาธิปไตย ความคิดในเชิงนิเวศวิทยา และการปลดแอกผู้หญิง

ในขณะที่เหล่าผู้หญิงชาวเคิร์ดกำลังต่อสู้กับเผด็จการฟาสซิสต์และความรุนแรงต่อผู้หญิงมาอย่างต่อเนื่อง พวกเธอก็ยังคงเคลื่อนไหวอย่างเป็นอิสระไปพร้อมๆ กับการเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการปลดปล่อยชาวเคิร์ดด้วย

นับตั้งแต่มีการก่อตั้งพรรคการเมืองที่สนับสนุนชาวเคิร์ดขึ้นในประเทศตุรกีเมื่อปี 1991 หญิงชาวเคิร์ดจำนวนมากได้รับเลือกตั้งให้เป็นนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาจากการลงคะแนนโหวตของชาวเคิร์ดและกลุ่มหัวก้าวหน้าในตุรกี ในปี 2014 มีการบังคับใช้ระบบสภาที่เน้นความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งแนวปฏิบัตินี้ถูกนำไปใช้กับทุกเทศบาลที่ดำเนินการโดยพรรคประชาธิปไตยประชาชน (People’s Democracy Party หรือ HDP) โดยทั่วไปแล้วเผด็จการจากพรรค AK มักจะเล่นงานผู้หญิงไม่ให้พวกเธอมีบทบาทในทางประชาธิปไตย ทั้งนักกิจกรรม นายกเทศมนตรี และผู้แทนหญิงชาวเคิร์ดหลายพันคนถูกห้ามไม่ให้แสดงบทบาททางการเมือง และกลุ่มเคลื่อนไหวและองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับผู้หญิงหลายร้อยกลุ่มก็ถูกแบน แต่ถึงอย่างนั้นขบวนการผู้หญิงชาวเคิร์ดก็ยังคงมองว่าสิ่งที่พวกเธอประสบและถูกกระทำจะนำไปสู่การต่อสู่ในอนาคต

ถึงแม้จะต้องพบเจอกับการกดปราบและการลงโทษอย่างรุนแรงจากรัฐ และมักจะถูกเพิกเฉยจากสายตาชาวโลก แต่ชุมชนปลดปล่อยผู้หญิงแห่งเคอร์ดิสถานตะวันออก (KJAR) ในอิหร่าน ก็ยังคงจัดตั้งและให้ความรู้กับผู้หญิงมาอย่างต่อเนื่องแบบลับๆ หญิงชาวเคิร์ดที่อาศัยอยู่ในอิหร่านและเคอร์ดิสถานตะวันออกกำลังรณรงค์อย่างแข็งขันเพื่อต่อต้านโทษประหารชีวิต การปาหิน และการกดขี่ทางเพศและเชื้อชาติ

หลังจากการเข้ามาแทรกแซงของกองกำลังทหารในอิรักเมื่อปี 2003 ดินแดนทางใต้ของเคอร์ดิสถานก็เป็นอิสระทันที ในขณะที่ผู้หญิงบางส่วนมีบทบาทในพรรคการเมือง แต่ขบวนการเคลื่อนไหวแบบรากหญ้าเพื่อปลดปล่อยผู้หญิงกลับไม่ได้มีการพัฒนาเท่าที่ควร นับตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา กลุ่มผู้หญิงเพื่อการแสวงหาเสรีภาพแห่งเคอร์ดิสถาน (RJAK) ได้เคลื่อนไหวจัดตั้งสมาคมและสถานศึกษาเพื่อผู้หญิง มีจุดประสงค์เพื่อให้การศึกษาและรณรงค์ให้ผู้หญิงมีอำนาจต่อรองมากขึ้นทั้งในด้านสังคมและการเมือง

ในส่วนขององค์กรเพื่อผู้หญิงชาวเคิร์ดพลัดถิ่นที่ดำเนินการอยู่ในยุโรปนั้นก่อตั้งขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980-1990 ทำให้ขบวนการปลดปล่อยเคอร์ดิสถานและขบวนการผู้หญิงชาวเคิร์ดเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก พวกเขาคอยเชื่อมต่อกับขบวนการเพื่อการปลดปล่อยอื่นๆ ในการสร้างเครือข่ายที่จะคอยร่วมมือและเป็นพันธมิตรต่อกัน อีกทั้งยังช่วยเหลือการต่อสู้ในประเทศบ้านเกิดไปพร้อมๆ กับการสู้เพื่อสิทธิของผู้หญิงชาวเคิร์ดพลัดถิ่น แต่ถึงอย่างนั้นยุโรปก็ไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับพวกเธอ เพราะเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2013 Sakine Cansız ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งขบวนการผู้หญิงชาวเคิร์ดได้ถูกลอบสังหารในปารีสโดยฝีมือของหน่วยข่าวกรองตุรกี ซึ่งสหายของเธอสองคน Fidan Dogan และ Leyla Şaylemez ก็ถูกสังหารด้วย แต่ขบวนการผู้หญิงชาวเคิร์ดก็ยังคงเคลื่อนไหวต่อไป โดยในปี 2014 ก็มีการก่อตั้งขบวนการย่อยในยุโรปเพิ่มขึ้นมา (TJK-E)

การปฏิวัติโรจาวาทำให้ขบวนการผู้หญิงชาวเคิร์ดเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ปี 2011 เกิดเหตุการณ์อาหรับสปริง ทำให้ชาวเคิร์ดในเคอร์ดิสถานตะวันตก (หรือที่รู้จักกันในชื่อโรจาวา) ได้เริ่มต้นจัดตั้งการปกครองแบบประชาธิปไตยแบบจัดการตนเองขึ้นมา หน่วยป้องกันตนเองของผู้หญิงในโรจาวา (YPL) ได้รับความสนใจจากชาวโลกเนื่องจากความมุ่งมั่นในการต่อสู้กับรัฐอิสลามของพวกเธอ ผู้หญิงมีบทบาทอย่างมากในการต่อสู้ ทั้งในส่วนของการบัญชาการไปจนถึงแนวหน้า เช่นในเหตุการณ์การปลดแอกที่ Kobanê เมื่อปี 2015 การต่อต้านการยึดครองเมือง Efrin ของตุรกีในปี 2018 เมือง Serekaniye และ Giresipî ในปี 2019 ความเสียสละของหน่วย YPL นั้นเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการต่อสู้ที่มีผู้หญิงเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งจะเห็นได้จากนักปฏิวัติหญิงอย่าง Arîn Mirkan และ  Avesta Xabur ส่วนนักปฏิวัติหญิงจากทั่วโลกเช่น Ivana Hoffmann จากเยอรมนี Alina  Sanchez จากอาร์เจนติน่า และ Anna Campbell จากอังกฤษก็ล้วนเข้าร่วมกับผู้หญิงในโรจาวา สภา คอมมูน และองค์กรของผู้หญิงคือหัวใจสำคัญสำหรับชีวิตในโรจาวา เรามี Kongra Star ซึ่งเป็นเหมือนองค์กรสำหรับผู้หญิงที่มาจากทั่วโลก ต่างเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม

Kongra Star นั้นดำเนินการในหลายภาคส่วน ทั้งการมอบอำนาจในการบริหารจัดการ ให้การศึกษา ระดมกำลังคนในลักษณะของการปกครองตนเอง ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการปฏิวัติโรจาวานั้นเป็นการปฏิวัติของผู้หญิงโดยแท้จริง ส่งผลให้ระบบที่มอบความเป็นอิสระให้กับผู้หญิงนั้นถูกพัฒนาในหลายๆ มิติ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง พันธมิตรทางประชาธิปไตยและความสัมพันธ์ทางการทูต งานด้านสังคม สาธารณสุข การศึกษา ความยุติธรรม การป้องกันตนเอง การใช้สื่อ การจัดการแบบเทศบาลและระบบนิเวศ ไปจนถึงเรื่องศิลปะและวัฒนธรรม  ผู้หญิงนับหมื่นๆ คนที่เคยถูกกักขังอยู่ในสถานะของแม่ที่ต้องเลี้ยงดูลูกและแม่บ้านที่ต้องคอยรับใช้สามีกำลังทวงสิทธิ์ของพวกเธอคืนมา และเข้าร่วมกับองค์กรและชุมชนที่ให้ความสำคัญกับผู้หญิง ผู้หญิงจำนวนมากอธิบายชีวิตที่เปลี่ยนแปลงหลังจากการเข้าร่วมการปปฏิวัติว่า “มันต่างกันราวกับกลางคืนและกลางวัน” และ “เหมือนเริ่มบทใหม่ของชีวิต”

“กฎหมายสตรี” ในซีเรียเหนือและใต้นั้นให้ความสำคัญกับอิสระและความเท่าเทียมของผู้หญิง กฎหมายนี้ห้ามไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติและใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิงในครอบครัวและในความสัมพันธ์ ตัวอย่างเช่น ธรรมเนียมแบบชายเป็นใหญ่ที่อนุญาตให้ผู้ชายมีภรรยาหลายคน การแต่งงานกับเยาวชนโดยปราศจากความยินยอมก็ถูกห้ามเช่นกัน ทั้งหญิงและชายล้วนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันในเรื่องมรดกและการหย่าร้าง

ระบบการบริหารที่ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศนั้นถูกนำไปใช้ในทุกระดับของโครงสร้างทางการเมืองและการบริหารของการปกครองตนเองในซีเรียเหนือและตะวันออก ชีวิตทางการเมืองไม่ได้เป็นของผู้ชายอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว

ในประวัติศาสตร์ของขบวนการผู้หญิงชาวเคิร์ด ผู้หญิงหลายหมื่นคนได้อุทิศชีวิตของพวกเธอเพื่อปลดปล่อยจากการถูกกดขี่ทางเพศ ปลดปล่อยแผ่นดินและประชาชนของพวกเธอจากเจ้าอาณานิคม โดยมีเป้าหมายไปสู่การสร้างสังคมเสรี ผู้หญิงหลายพันคนต้องถูกจองจำเป็นเวลาหลายปี กลายเป็นเหยื่อการถูกทรมานและความโหดเหี้ยม หลายคนถูกฆ่าด้วยเหตุผลทางศาสนา ความสำเร็จของโรจาวาจนถึงทุกวันนี้ล้วนแต่เป็นผลของจากการต่อสู้อันยาวนานและยากลำบาก รวมทั้งการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของพวกเธอ

เหตุผลที่ผู้หญิงเหล่านี้ยอมเสียสละถึงเพียงนี้ ก็เป็นเพราะว่าพวกเธอเห็นหนทางที่จะเปลี่ยนแปลง ที่จะรักเพื่อนมนุษย์ และเพื่อที่จะแสดงความสง่างามของพวกเธอ ผู้หญิงที่เคยใช้ชีวิตอย่างดิ้นรนในฐานะแม่ นักสู้ และเยาวชนหญิงแห่งโรจาวา กำลังทวงชีวิตและอนาคตของพวกเธอกลับคืนมา ขบวนการผู้หญิงชาวเคิร์ดยังคงยึดมั่นในคำขวัญตั้งแต่วันที่ก่อตั้งโดยไม่เปลี่ยนแปลง “การต่อต้านคือชีวิต เป้าหมายของชีวิตคืออิสรภาพ” หากไร้ซึ่งอิสรภาพของเหล่าสตรีแล้วล่ะก็ ชีวิตที่เสรีก็ไม่มีจริง และจะยังคงมีเสียงร่ำไห้จากขบวนการผู้หญิงชาวเคิร์ดที่ดังกึกก้องไปทั่วโลก ว่า “ผู้หญิง! ชีวิต! อิสรภาพ!” (Jin! Jiyan! Azadi!)


รายชื่อบางส่วนของนักปฏิวัติหญิงที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้ของขบวนการผู้หญิงชาวเคิร์ด

  • Zeynep Kınacı (Zilan) carried out a self sacrifice attack during a parade of the Turkish  army on 30.06.1996 in Dersim 
  • Sakine Cansız (Sara) was assassinated on 09.01.2013 in Paris by the Turkish intelligence  service MIT 
  • Binevş Agal (Bêrîvan) lost her life in a fight with the Turkish army on 16.01.1989 in Cizîre  Botan 
  • Zekiye Alkan set herself on fire on 31.03.1990 in Amed to protest against Turkish state  oppression 
  • Gülnaz Karataş (Bêrîtan) threw herself off a rock hillside in order to not to get captured  after intense fightings with Turkish army and collaborating KDP Peshmergas on 25.10.1992 in Xakurke / South Kurdistan 
  • Sanem Bertan (Canda, Turkish internationalist) lost her live in resistance against Turkish  invasion in the Zap region of South Kurdistan on 5.10.1997 
  • Sema Yüce (Serhildan) set herself on fire in a prison cell on 21.03.1998 at Çanakkale  Prison in Turkey 
  • Nermîn Akkuş (Hêlîn, Circassian internationalist) fell in resistance against joint operation  of KDP and Turkey in the region Garê of South Kurdistan on 13.10.1998 
  • Andrea Wolf (Ronahi, internationalist from Germany) captured and executed by the Turkish  soldiers during fightings in Catak / North Kurdistan on 23.10.1998 
  • Fatma Özen (Rojbîn, Arab internationalist) sacrificed her life in an attack against a Turkish military station on 20.11.1998 in Gever / North Kurdistan 
  • Uta Schneiderbanger (Nûdem, internationalist from Germany) and Ekin Ceren Doruak  (Amara, internationalist from Turkey) lost their lives in car accident on 30.05.2005 in  Qendil mountains 
  • Leyla Wali Hasan (Viyan Soran) set herself on fire on 01.02.2006 in Haftanin region / South Kurdistan to protest of total isolation of Abdullah Ocalan 
  • Şirin Elemhûlî (from East Kurdistan) was executed by the Iranian regime on 09.05.2010 in  Evin prison of Theran 
  • Dilar Gencxemîs (Arîn Mîrkan; from Rojava) sacrificed her life on 05.10.2014 in the  resistance of Kobane against ISIS attacks 
  • Seve Demir (Member of the DBP Council), Fatma Uyar (Member of KJA) and Pakize Nayır (Co-chair of People’s Council of Silopi) were executed by Turkish state forces 4.10.2016 in  Silopi / North Kurdistan 
  • Zalûx Hemo (Avesta Xabûr) sacrificed her life on 27.01. 2018 in resistance against Turkish  occupation of Efrîn / Rojava 
  • Anna Campbell (Hêlin, internationalist from Britain) lost her life on 15.03.2018 in Turkish  army’s air-strikes on Efrîn / Rojava
  • Alina Sanches (Lêgerîn, internationalist from Argentine) lost her life in an car accident on  17.03.2018 in Rojava while carrying out her revolutionary duties 
  • Sarah Handelmann (Dorşîn, internationalist from Germany), fell in Turkish air strike at  Qandil region on 07.04.2019 
  • Hevrin Xelef (Secretary-General of the Syrian Future Party) was executed on 12.10.2019 in  Rojava by the jihadist groups related to Turkish occupation forces
Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and...

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?

ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าความเป็นอิสระและเสรีภาพ

ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าความเป็นอิสระและเสรีภาพ

ปัญญาชนและนักกิจกรรมหญิงจากทั่วเอเชียรวมตัวกันเพื่อเปิดเผยความจริงเพียงหนึ่งเดียว: ฐานทัพทหารสหรัฐฯ ที่กระจายอยู่ทั่วทวีปไม่ได้ปกป้องคนของพื้นที่ แต่เป็นการนำสงครามมาสู่แผ่นดิน ทำลายล้างดินแดน และคร่าชีวิตผู้คนไปมากมายเพื่อราคา

ประเทศไทยยุคปลาย 

ประเทศไทยยุคปลาย 

ในปี 2474 ผู้คนได้พูดถึง “สยามยุคปลาย” บ้างไหม? จากการค้นหาอย่างคร่าวๆ ใน Google ดูเหมือนว่าผู้คนจะพูดถึง “ทุนนิยมยุคปลาย” มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่นานมานี้ ขณะวางแผนกับเพื่อนๆ ในกรุงเทพฯ เราต้องคำนึงถึงเรื่องสะพานถล่มในแผนอาหารค่ำของเราด้วย ไม่ใช่แค่สะพานเท่านั้นที่ถล่ม เครนล้มทับรถไฟ รถบัสระเบิด อาคารพังทลาย โกดังระเบิด นี่กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

Late Stage Thailand

Late Stage Thailand

In 1931 did people talk about Late-stage Siam? Given a cursory Google search people seem to be increasingly talking about Late-stage Capitalism (ทุนนิยมขั้นปลาย). Recently, when making plans with friends in Bangkok, we had to factor bridge collapses into our dinner plans. It’s not just bridges that collapse, cranes fall on trains, buses explode, buildings crumble into the ground, warehouses explode. This has become quite routine.