การบริโภคอย่างมีจริยธรรม

by | Jul 12, 2022 | Articles บทความ, ทฤษฎี Theory, เศรษฐศาสตร์ Economics, แนะนำ Introducing, ไทย

ไม่มีการบริโภคที่เปี่ยมจริยธรรมภายใต้ระบบทุนนิยม

โวหารที่ตรงไปตรงมาดังกล่าวมักจะถูกฝ่ายซ้ายนำมาใช้สร้างความชอบธรรมให้กับการมีส่วนร่วมในโครงสร้างทางสังคมที่โหดร้ายและอยุติธรรม โวหารดังกล่าวโดยแท้แล้วมีความหมายว่า คุณไม่สามารถซื้อหรือบริโภคสิ่งใดได้อย่างมีจริยธรรมในสังคมทุนนิยม เป็นโวหารที่สามารถนำมาต่อยอด วิเคราะห์ และนำไปปรับใช้ได้กับทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ แรงงาน และรัฐบาล เพื่อช่วยให้เข้าใจถึงความอยุติธรรมที่เราทุกคนต่างก็มีส่วนอยู่ทุก ๆ วัน

ดังนั้น วลีนี้ จริง ๆ แล้วหมายความว่าอะไรกันแน่ ?

คำตอบที่สุดแสนจะน่าเบื่อก็คือ ต้องย้อนกลับไปดูที่การวิเคราะห์ส่วนเกินของมาร์กซ์:

มาร์กซ์สรุปรวบยอดระบบทุนนิยมเป็นหลักการพื้นฐานดังนี้ นายทุนเริ่มจาก M ก็คือเงินที่จะเอามาลงทุนในการผลิต C ก็คือสินค้า จากนั้นก็ขายสินค้าเหล่านั้นเป็น M’ อีกทีโดยมี เพิ่มเข้ามา ซึ่งเป็นเงินที่มากขึ้น (ส่วนเกิน) และทุนนิยมก็คือ ซึ่งหมายถึงการหามูลค่าเพิ่มเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ

เงิน (Money) – สินค้า (Commodities) – เงิน’ (Money’)

สมมติว่าคุณทำงานที่ Starbucks และบริษัทจ่ายเงินให้คุณ 400 บาทต่อการทำงานแปดชั่วโมง แต่คุณสามารถทำกาแฟสุดปังมูลค่า 400 บาทได้ภายในหนึ่งชั่วโมง หลังคุณทำงานไปหนึ่งชั่วโมง คุณไม่สามารถพูดได้ว่า “ฉันคืนเงินที่คุณจ่ายให้ฉันไปแล้ว ทีนี้ฉันจะกลับบ้านแล้วนะ” คุณต้องอยู่ทำงานต่ออีกเจ็ดชั่วโมง และในระหว่างนั้น ซึ่งก็คือช่วงเวลาที่ถูกขโมยไป คุณผลิตแบบฟรี ๆ และคุณกำลังผลิตมูลค่าส่วนเกิน นั่นคือแก่นแกนหลักที่ซึ่งนายทุนได้ผลกำไรไป เมื่อมันเป็นเช่นนี้ 

จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะจ่ายค่าแรงให้กับคนงานอย่างยุติธรรมภายใต้ระบบทุนนิยม เนื่องจากแรงงานส่วนเกินนี่เองที่ทำให้ระบบทุนนิยมเดินหน้าต่อไปได้

ดังนั้น ถ้าเราอิงตามตัวอย่างข้างต้น เราจะเห็นว่า การซื้อกาแฟจากสตาร์บัคส์นั้นไร้จริยธรรม เพราะพวกเขาเอาเปรียบคนงานที่ทำกาแฟให้คุณ แน่นอนขั้นตอนต่อไปคือการขยายการวิเคราะห์นี้ไปดูที่ห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด

ที่ดินของเอกชนที่ผลิตกาแฟ – ไร้จริยธรรม

การขูดรีดแรงงานจากคนงานที่ปลูกเมล็ดกาแฟ – ไร้จริยธรรม

ความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการทำฟาร์ม – ไร้จริยธรรม

การขูดรีดแรงงานจากคนงานที่ขนส่งเมล็ดกาแฟ – ไร้จริยธรรม

และอื่น ๆ อีกมากมาย

*แล้วสหกรณ์แรงงานล่ะ?*

บริษัทมักจะส่งเสริมสินค้าจากสหกรณ์แรงงานเพื่อทำให้ดูเหมือนว่า มีนโยบายแรงงานที่เปี่ยมไปด้วยจริยธรรม แม้ว่าสหกรณ์จะมีการขูดรีดน้อยกว่าธุรกิจเอกชนอยู่มาก แต่ภายใต้ระบบทุนนิยมโลกทุกวันนี้ สหกรณ์ยังคงดำเนินกิจการโดยพึ่งพาการขูดรีดแรงงานที่ไร้จริยธรรมอยู่

ยกตัวอย่างเช่น ร้านกาแฟที่เป็นของสหกรณ์แรงงานและดำเนินโดยสหกรณ์แรงงาน ยังคงพึ่งพาการขูดรีดเกษตรกรผู้ปลูกเมล็ดกาแฟที่จัดหากาแฟให้แก่พวกเขาอยู่

*จะเป็นอย่างไรถ้าเกษตรกรผู้ปลูกเมล็ดกาแฟอยู่ในสหกรณ์แรงงานด้วย?*

ร้านกาแฟก็จะยังคงพึ่งพาการขูดรีดในภาคส่วนอื่น ๆ ของเศรษฐกิจอยู่ดี ตั้งแต่ถ้วยกาแฟ ไปจนถึงไฟฟ้าที่ใช้ในการเปิดร้านกาแฟ… แม้แต่เงินเดือนที่ลูกค้าใช้ในการซื้อกาแฟก็มาจากการใช้แรงงานที่มีการขูดรีด

*จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทุกธุรกิจเป็นสหกรณ์แรงงาน?*

นี่ก็จะเปลี่ยนสมมติฐานของข้อเสนอที่ว่า ไม่มีการบริโภคอย่างมีจริยธรรมภายใต้ระบบทุนนิยม เศรษฐกิจในกรณีนี้มักจะถูกอธิบายว่าเป็น “สังคมนิยมตลาด” (Market Socialism) และเราสามารถอภิปรายเกี่ยวกับการบริโภคอย่างมีจริยธรรมภายใต้สังคมนิยมตลาดได้ในภายหลัง

*แล้วถ้าฉันเพิ่งซื้อกระเป๋าผ้าจากธุรกิจหรือองค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหาผลกำไรล่ะ?*

ข้อเสนอของฝ่ายซ้ายต่อกรณีแบบนี้คือ ธุรกิจที่ไม่แสวงหาผลกำไรเป็นคำที่มีความขัดแย้งในตัวเอง ธุรกิจไม่แสวงหาผลกำไรเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ในทุก ๆ ธุรกิจและแม้แต่องค์กรการกุศล จะมีคนที่รวยขึ้นและมีคนที่ถูกขูดรีดแรงงานเสมอ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดในระบบทุนนิยม

ยกตัวอย่างเช่น วารสารดินแดง (DinDeng) พวกเราเป็นสหกรณ์แรงงานที่ดำเนินการร่วมกัน โดยทำเป็นองค์กรการกุศล เราไม่ได้ขายอะไร เนื้อหาทั้งหมดของเราฟรี และเราจ่ายเงินให้คนงานของเราโดยพึ่งพาเงินบริจาคจากผู้อ่าน

แม้แต่เราเองก็มีส่วนร่วมในการขูดรีดเพราะการที่เราจะดำเนินการได้ เราต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านี้:

แรงงานที่ขูดรีดมาจากคนงานที่เขียนโค้ด WordPress ที่ใช้ในการรันเว็บไซต์ของเรา

แรงงานที่ขูดรีดมาจากคนงานที่ผลิตแล็ปท็อปที่ข้าพเจ้ากำลังใช้เขียนอยู่ตอนนี้

ความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งมาจากพลังงานที่ใช้ในการเปิดคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ของเรา

การพึ่งพาเงินบริจาคจากคนงานคนอื่น ๆ ที่ถูกขูดรีดโดยระบบทุนนิยมอยู่แล้ว

ไม่มีใครที่ไม่มีมลทินมัวหมองภายใต้ทุน มันทำให้เราทุกคนกลายเป็นเหยื่อและเป็นผู้กระทำผิดไปพร้อม ๆ กัน อย่างไรก็ตาม พวกเราส่วนใหญ่เป็นคนงานที่ ถูกบังคับ ให้ต้องสมรู้ร่วมคิดในระบบนี้ ในขณะที่คนส่วนน้อยคือกระฎุมพีผู้ เลือก ที่จะสมรู้ร่วมคิดในระบบนี้

ไร้หนทาง

ท้ายที่สุดแล้ว เราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมีส่วนร่วมในการบริโภคซึ่งมีการขูดรีดและไร้จริยธรรมภายใต้ระบบทุนนิยม มันเป็นความจริงที่เราต้องยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไขในปัจจุบัน คำถามต่อมาก็คือ เราจะอยู่ภายใต้ระบบทุนนิยมอย่างไรให้มีจริยธรรมมากที่สุด? สำหรับคำถามดังกล่าว ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน และเนื่องจากธรรมชาติของระบบทุนนิยมที่แบ่งแยกและระเบียบสังคมแบบเสรีนิยมปัจเจกนิยมที่แยกทุกคนออกจากกัน เราจึงถูกทิ้งให้อยู่กับตัวเองในฐานะปัจเจกที่จะต้องคิดหาทางออกเอง หรือไม่เช่นนั้นคุณก็อาจจะไปอยู่คนเดียวในป่าหรือบนเกาะเล็ก ๆ ที่ไหนสักแห่ง มันอาจจะดีสำหรับบางคนก็ได้

แต่โดยพื้นฐานแล้ว มีอยู่สองชนชั้นที่เป็นปรปักษ์กัน นั่นก็คือ ชนชั้นกรรมาชีพและชนชั้นกระฎุมพี ชนชั้นหนึ่งเป็นเจ้าของปัจเจกการขูดรีดอย่างไร้จริยธรรม และอีกชนชั้นหนึ่งไม่ได้เป็นเจ้าของอะไรเลย เป้าหมายของคนงานอย่างเราคือการพยายามจัดหาหนทางเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบที่ทั้งขูดรีดและไร้จริยธรรมนี้ และแทนที่มันด้วยระบบแบบอื่นที่มีความยุติธรรมและมีจริยธรรม

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การที่เรือรบ USS อับราฮัม ลินคอล์น (CVN-72) เดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อ “ท่องเที่ยวพักผ่อน” ก่อนจะกลับไปปฏิบัติภารกิจคร่าชีวิตประชาชนในเอเชียตะวันตกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคัดค้านโดยทันที สำหรับพวกเราชาวไทย และสำหรับผู้คนทั่วโลกที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกอเมริกาปล้นสะดม นี่นับเป็นการเขย่าโซ่ตรวนอาณานิคมของยุคสงครามเย็นของสหรัฐฯ ที่มีต่อสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดของตน

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The arrival of the USS Abraham Lincoln (CVN-72) for a “leisure trip” in Thailand before returning to its campaign of destruction against the people of West Asia demands immediate interrogation and opposition. For us Thai people, and those in sites of American plunder across the globe, this a rattling of the US’ cold war colonial chains on its most loyal lap dog, while conducting a war of aggression in Iran and the ongoing genocide in Palestine.

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

โครงสร้างด้านความมั่นคงที่แพร่หลายในยุคสงครามเย็นกำลังครอบงำประเทศไทยอย่างเต็มตัว เครือข่ายทางการเมืองเทาในพื้นที่ชายแดนรอบนอก ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในยุค 2490 เพื่อเป็นกองกำลังรักษาความมั่นคงต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และได้เข้าสู่การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาในยุค 2520 ภายหลังการล่มสลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้ครอบงำการปกครองของประเทศไทยอย่างถี่ถ้วน 

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and extra-parliamentary politics in the 1980s after the fall of the communist movement, since then they have come to dominate Thailand’s governance, today coalescing around the ultra-reactionary Bhumjaithai party

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?