The Empty Empathy: เธอจะเห็นใจผู้อื่นอย่างไร ถ้าไม่มีคำว่าเรา

by | Apr 20, 2022 | Articles บทความ, Featured ไทย, TUMS, ทฤษฎี Theory, ไทย

ผู้เขียน – วริษา สุขกำเนิด

บทความนี้จำเป็นต้องใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเพื่อป้องกันการคาดเคลื่อนและคลุมเคลือของความหมาย

ตั้งแต่เริ่มท่องโลกในโลกโซเชียลมีเดีย Empathy หรือ ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เป็นคำที่ผู้เขียนเห็นจนชินตา ไม่ว่าจะมีความรุนแรงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม อัตลักษณ์ และอื่นๆ Empathy ก็เป็นสิ่งที่ถูกยกขึ้นมาในข้อถกเถียงเสมอ ในบทความนี้ ผู้เขียนจะเล่าว่า Empathy มีบทบาทอย่างไรในโลกโซเชียลมีเดีย ผ่านการทบทวนความคิดของ Byung Chul Han ที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับเสรีนิยมใหม่  และทุนนิยมการสื่อสาร (Cognitive capitalism)

 ก่อนที่จะกล่าวถึง Empathy ผู้เขียนขอเล่าถึงบทบาทของความรู้สึกทั่วไปในโลกการผลิตสัญญะในโลกทุนนิยมการสื่อสารเสียก่อน ในหนังสือเรื่อง Psychopolitics (2017) Han ได้เสนอในบท Emotional Capitalism ไว้ว่า อารมณ์ (Emotion) กลายเป็นตรรกะใหม่ของทุนนิยมการสื่อสารไปเสียแล้ว การที่อารมณ์กลายมาเป็นปัจจัยในการผลิต (Mode of Production) เป็นเพราะคุณสมบัติอันโดดเด่นของมันที่เข้ากับทุนนิยมการสื่อสารได้ดี และแยกขาดมันออกจากสภาวะทางจิตใจประเภทอื่นๆ กล่าวคือ

(1) อารมณ์ (Emotion) แตกต่างจากความรู้สึก (Feeling) และ บรรยากาศ (Mood) ความรู้สึกและบรรยากาศมาพร้อมกับการยึดโยงกับสถานที่ เช่นสิ่งรอบตัว ผู้คน เหตุการณ์ ยึดโยงกับเวลา เช่นเรื่องราวที่รับรู้ การตกผลึก ทั้งสองสภาวะยังเป็นสิ่งที่อยู่ภายใน ไม่จำเป็นต้องแสดงออกมา และสภาวะที่มีความมั่นคงอยู่พอตัว ในขณะที่อารมณ์กลับเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องซึมซับกับพื้นที่และเวลา มันมาพร้อมกับเรียกร้องให้แสดงออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการในภายในจิตใจบางประการ 

(2) อารมณ์มีลักษณะที่แตกต่างกับความเป็นเหตุเป็นผล (Rationality) ในขณะที่ความเป็นเหตุเป็นผลมาพร้อมกับความมั่นคงในหลักการ (และจิตใจ) และการใช้เวลาในการครุ่นคิดและฝึกฝน อารมณ์กลับเป็นสิ่งที่หุนหันพลันแล่น ทันทีทันใด และเป็นอิสระจากแบบแผนหรือหลักการมากกว่า 

ดังนั้น คุณสมบัติของอารมณ์ที่กล่าวมาจึงเข้ากันได้ดีกับทุนนิยมความรับรู้ที่ทำให้พื้นที่และเวลาสั้นลง (Time) อารมณ์จึงกลายไปเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการสะสมทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริโภค ในการโฆษณาสินค้า ไม่ว่าจะเป็นวัตถุหรืออวัตถุ อารมณ์ คือ สิ่งที่ทำให้การประชาสัมพันธ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้บริโภค และทำให้ผู้บริโภคมีปฏิสัมพันธ์กับการโฆษณาดังกล่าว นอกจากนี้ ผู้ที่ได้ประโยชน์หลักจากการที่ผู้บริโภค “มีอารมณ์” ต่อคอนเท้นท์มากมายคือนายทุนเจ้าของแพล็ตฟอร์มการสื่อสาร เพราะการที่ผู้บริโภคมีอารมณ์และโต้ตอบกับคอนเทนท์จะทำให้พวกเขาได้กำไรมหาศาล ทั้งนี้ ผู้คนที่ใช้งานแพล็ตฟอร์มกลับต้องถูกกระตุ้นอารมณ์ด้วยข้อมูลที่ไหลบ่ามาอย่างไม่รู้จบ จนพวกเขามีแน้วโน้มที่จะเหนื่อยล้า วิตกกังวล หรือสมาธิสั้นมากขึ้นเช่นกัน

ไม่เพียงเท่านี้ ในหนังสือเรื่อง The Disappearance Of Rituals (2020) Han ยังเสนอว่าโลกทุนนิยมการสื่อสารกำลังค่อย ๆ กัดกร่อนความเป็นชุมชนให้เหลือแต่เพียงปัจเจก เปลี่ยนจากชุมชนที่รับรู้ถึงการมีอยู่ของกันและกันโดยไม่ต้องสื่อสารกันมาก (Community without Communication) ไปเป็นระบบที่เต็มไปด้วยการสื่อสารแต่ไร้ซึ่งความเป็นสังคม (Communication without Community) เขาขยายความว่า ในชุมชนแบบแรก (Community without Communication) ผู้คนในชุมชนจะเชื่อมโยงกันผ่านสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคนรอบข้าง สิ่งของ สภาพแวดล้อม หรือความเชื่อบางอย่างผ่านพิธีกรรม พิธีกรรมจึงมาพร้อมกับความรู้สึก ซึ่งเป็นความรู้สึกที่คนในชุมชนรับรู้ร่วมกัน และรับรู้ถึงกันและกัน เช่นในงานสังสรรค์ ผู้คนก็จะสนุกไปด้วยกัน หรืองานโศกเศร้า ผู้คนก็จะโศกเศร้าไปด้วยกัน ในขณะเดียวกัน ระบบเสรีนิยมใหม่และทุนนิยมการสื่อสารกลับพรากความเป็นชุมชนไปจากเราและแลกมาด้วยความโดดเดี่ยว ดังนั้นมันจึงพรากพิธีกรรม และการรับรู้ความรู้สึกร่วมกับคนอื่น และแทนที่การรับรู้ถึงตัวเอง และรับรู้อารมณ์ที่เกิดจากการกระตุ้นของข้อมูลแทน

ความย้อนแย้งประการหนึ่งของเสรีนิยมใหม่คือ ในขณะที่มันเรียกร้องให้พวกเรากลายเป็นคนที่เห็นแก่ตัวและหลงตัวเอง จากการถีบหัวไล่ส่งคนที่อยู่ข้างๆ มันกลับเรียกร้องร้องให้เรามี Empathy เมื่อตอบสนองกับข้อมูลที่สะเทือนอารมณ์ในโลกออนไลน์ เราสามารถแสดง Empathy ผ่านการ “ทำอะไรซักอย่างอย่างรวดเร็ว” เช่นการกดถูกใจ แสดงความคิดเห็น หรือเผยแพร่เพื่อแสดงจุดยืน ในมุมมองของ Han แล้ว Empathy คืออารมณ์ที่เข้ากันได้ดีกับสังคมที่โดดเดี่ยว เนื่องด้วยเราไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกร่วมกับคนรอบข้างได้ ทำให้เราพยายาม (อย่างยิ่ง) ในการทำความเข้าใจอารมณ์ของคนอื่นในข้อมูล ในขณะเดียวกัน Empathy ก็กลายเป็นเครื่องมือในการสะสมทุนของทุนนิยมการสื่อสาร ในแง่ที่ว่ามันสามารถเหนี่ยวนำอารมณ์และชี้นำคนได้ และทำได้ดีกว่าการโน้มน้าวด้วยเหตุผลเสียอีก มุมมองดังกล่าวทำให้เราเห็นว่า นอกจากเราจะถูกขูดรีดแรงงานจนเกิดความรู้สึกด้านลบแล้ว มันยังขูดรีดเราผ่านความรู้สึกเชิงบวกอีกด้วย

ในมุมมองของผู้เขียน เราจำเป็นที่จะต้องก้าวผ่าน Empathy แบบปัจเจก ไปสู่ Empathy ที่ถอนรากถอนโคน โดยผู้เขียนจะขอยกมาสองข้อเสนอที่ต้องเกิดขึ้นร่วมกัน (1) การสร้างขบวนการหรือกลุ่มที่แยกขาดจากตรรกะแบบทุนนิยมการสื่อสาร หรือการสื่อสารที่มากเกิดไปจนไม่เห็นและรับรู้ถึงสังคมรอบข้าง เพื่อให้ปัญหาที่ต้องเห็นอกเห็นใจ กลายเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจภายในกลุ่มกลุ่มนั้น (2) การมองเหตุการณ์สะเทือนใจไม่ใช่ในฐานะเหตุการณ์ที่รุนแรงโดยตัวมันเอง แต่เกิดจากความรุนแรงเชิงเศรษฐกิจหรือสัญลักษณ์ที่ซ่อนอยู่ข้างใน รวมไปถึงการครุ่นคิดถึงที่มาของปัญหาและยุทธฺศาสตร์การต่อสู้ที่มากกว่าการแสดงออกซึ่งการแก้ปัญหาแบบทันทีทันใด แต่กลับไม่แก้ปัญหาจากต้นตอ (ตกผลึกแนวคิดจาก คู่มืออ่าน Violence สรวิศ ชัยนาม 2558) สองวิธีนี้จะทำให้ความเห็นใจผู้อื่นสามารถนำไปสู่การต่อสู้ได้

สหายตกีฟ เขียน

อ้างอิง

Han, Byung Chul., 2020. The Disappearance of Rituals. Cambridge: Polity Press.

Han, Byung Chul., 2017. Psycho-Politics Neoliberalism and Technologies of Power. New York: Verso.

สรวิศ ชัยนาม, 2558. Slavoj Zizek ความรุนแรงและการเมืองเพื่อการปลดปล่อย. กรุงเทพฯ: ศยามปัญญา.

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?

ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าความเป็นอิสระและเสรีภาพ

ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าความเป็นอิสระและเสรีภาพ

ปัญญาชนและนักกิจกรรมหญิงจากทั่วเอเชียรวมตัวกันเพื่อเปิดเผยความจริงเพียงหนึ่งเดียว: ฐานทัพทหารสหรัฐฯ ที่กระจายอยู่ทั่วทวีปไม่ได้ปกป้องคนของพื้นที่ แต่เป็นการนำสงครามมาสู่แผ่นดิน ทำลายล้างดินแดน และคร่าชีวิตผู้คนไปมากมายเพื่อราคา

ประเทศไทยยุคปลาย 

ประเทศไทยยุคปลาย 

ในปี 2474 ผู้คนได้พูดถึง “สยามยุคปลาย” บ้างไหม? จากการค้นหาอย่างคร่าวๆ ใน Google ดูเหมือนว่าผู้คนจะพูดถึง “ทุนนิยมยุคปลาย” มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่นานมานี้ ขณะวางแผนกับเพื่อนๆ ในกรุงเทพฯ เราต้องคำนึงถึงเรื่องสะพานถล่มในแผนอาหารค่ำของเราด้วย ไม่ใช่แค่สะพานเท่านั้นที่ถล่ม เครนล้มทับรถไฟ รถบัสระเบิด อาคารพังทลาย โกดังระเบิด นี่กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

Late Stage Thailand

Late Stage Thailand

In 1931 did people talk about Late-stage Siam? Given a cursory Google search people seem to be increasingly talking about Late-stage Capitalism (ทุนนิยมขั้นปลาย). Recently, when making plans with friends in Bangkok, we had to factor bridge collapses into our dinner plans. It’s not just bridges that collapse, cranes fall on trains, buses explode, buildings crumble into the ground, warehouses explode. This has become quite routine. 

Nangbaek – The New Ultras

Nangbaek – The New Ultras

The rise of the Nangbaek (นางแบก) movement perhaps marks an entirely new political ideology and approach to Left politics. Domestically, it is the end of political innocence and the key to unlocking a materialist understanding of 21st century politics in the global south.

นางแบกและจุดจบของความบริสุทธิ์ผุดผ่องทางการเมือง

นางแบกและจุดจบของความบริสุทธิ์ผุดผ่องทางการเมือง

การเกิดขึ้นของขบวนการนางแบกอาจเป็นจุดบ่งชี้ถึงอุดมการณ์ทางการเมืองและแนวทางการเมืองฝ่ายซ้ายแบบใหม่ทั้งหมด ในระดับประเทศ อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดสิ้นสุดของความไร้เดียงสาทางการเมือง และเป็นกุญแจสำคัญในการไขความเข้าใจเชิงวัตถุนิยมเกี่ยวกับการเมืองในศตวรรษที่ 21 ในซีกโลกใต้