พื้นที่ร่วมที่ไม่มีส่วนรวมอยู่ในนั้น: ว่าด้วยการเปลี่ยนห้องสมุดให้กลายเป็น co-working space

by | Nov 6, 2021 | Articles บทความ, ความคิดเห็น Opinion, ไทย

เรื่องและภาพ กลุ่มบุคคล
บรรณาธิการ Pathompong Kwangtong


“มช. เปิดอลังการวันนี้ อาคารศูนย์อาหารครบวงจร ขนร้านดังมาเพียบ รวมของอร่อยมาไว้ที่นี่ จุคนได้นับพัน” อาคารสุดวิจิตรแสนโมเดิร์นทันสมัยถูกจัดสร้างขึ้นในมหาวิทยาลัย ภายในอาคารโอ่อ่ายิ่งกว่าอาคารเรียนเก่าเก็บจำนวนมากถูกบรรจุให้เต็มไปด้วยร้านอาหารนับสิบ ๆ ร้าน ตั้งแต่ร้านน้ำไปจนถึงร้านอาหารห่วงโซ่รายใหญ่ (chain food restaurant) ชื่อดัง ไม่ไกลจากศูนย์อาหารมากนัก ณ อาคารเก่าเก็บแห่งหนึ่ง ป้ายโปสเตอร์ประกาศปิดปรับปรุงห้องสมุดถูกปะไว้ว่า ห้องสมุดที่เป็นห้องเก็บหนังสือ โกดังหนังสือ และห้องอ่านหนังสือจะต้องถูกโละออกไป สิ่งที่จะเข้ามาทดแทนคือ ห้องสมุดที่เป็น “แหล่งเรียนรู้เชิงประสบการณ์” และ ”พื้นที่ทำงานร่วมกัน” (co-working space)

ความพยายามในการเปลี่ยนให้ทุก ๆ ส่วนของมหาวิทยาลัยสามารถหารายได้เข้ากระเป๋าเป็นปรากฏการณ์ร่วมของมหาวิทยาลัยทั้งในไทยและต่างประเทศ ริมทางเดินเต็มไปด้วยเครื่องขายของอัตโนมัติ รถจักรยานสำหรับเช่า ท้ายรถขนส่งของมหาวิทยาลัยถูกประดับไปด้วยป้ายโฆษณา บนโต๊ะกินข้าวถูกปูหรือปิดด้วยโลโก้สินค้า พื้นที่ส่วนหนึ่งของหอสมุดกลายเป็นร้านกาแฟของทุนใหญ่ระดับชาติ แนวโน้มดังกล่าวแสดงว่า “แหล่งเรียนรู้เชิงประสบการณ์” และ ”พื้นที่ทำงานร่วมกัน” ที่สมสมัยกว่าห้องอ่านหนังสือทึมทึบก็คงจะกลายเป็นพื้นที่ทำกำไรให้กับสิ่งที่เรียกตัวเองว่ามหาวิทยาลัยเป็นแน่แท้

ประเด็นปัญหาว่าด้วยพื้นที่ร่วม ก็คือการที่มันไม่มีความเป็นส่วนรวม หากแต่คำว่าร่วมในนั้นมันเป็นแค่การรวมเอาลูกค้าแต่ละคนมานั่งรวมกันบนพื้นที่ส่วนตัวของทุน กลับกัน คำว่าห้องสมุดที่ไม่มีคำว่า “ร่วม” หรือ “รวม” อยู่ในนั้น กลับเป็นพื้นที่หายใจ พื้นที่ค้นคว้า พื้นที่พักตา และเป็นพื้นที่ดับกระหายที่ผู้บริหารไม่อยากเหลียวแล เพราะพื้นที่แห่งนี้ไม่สามารถทำกำไรระยะสั้นให้กับกลุ่มทุนได้ มันฟรี มันไม่สามารถบังคับความคิดได้อย่างสมบูรณ์ พวกเขาจึงต้องพยายามเพิ่มการสอดส่อง เพิ่มข้อจำกัด เพิ่มการกีดกัน ลดการเข้าถึง ลดการจัดเก็บ และหาทางทำลายแหล่งความรู้นอกคอกทุกวิถีทาง สิ่งเหล่านี้มาในรูปเครื่องจักรอันทันสมัยคอยตรวจบัตรตรงทางเข้า การออกแบบที่โดดเด่นซึ่งลดพื้นที่จัดเก็บหนังสือ และการ “แจก” หนังสืออย่างน่าตื่นตาเพื่ออำพรางการทำลายหนังสือของส่วนรวม เหล่านี้คือการทุบทำลายความเป็นส่วนรวมในนามของ “พื้นที่ร่วมกัน” เป็นพื้นที่สำหรับ “ฉัน” – นายทุน อำมาตย์ และลูกค้าผู้มีเงินตรามาประเคน – เท่านั้นที่จะได้เข้าใช้ ได้มีอภิสิทธิ์กว่าใคร ๆ นี่คงไม่ใช่พื้นที่ของมหาวิทยาลัยในความคิดของใครหลาย ๆ คน

มหาวิทยาลัยกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่มีหลายภาคในตัวเดียว มหาวิทยาลัยเป็นนายจ้างที่จ้างแรงงานจำนวนมาก (ด้วยเงินจากทั้งมหาวิทยาลัยและรัฐ) ให้เข้ามาทำงาน ไม่ว่าจะศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ หรือคนตัดหญ้าข้างถนน – ที่มักถูกจ้างอย่างเปราะบางมาอีกทอด – ล้วนแต่เป็น คนงานรับจ้าง ทั้งสิ้น คนงานทั้งหมดถูกรวมเข้ามาเพื่อสร้างสินค้าที่สัญญาว่าจะให้บริการด้านการศึกษาที่ดีเลิศเพื่อเตรียมความพร้อมเผชิญหน้ากับสังคมทุนนิยมอันผันผวน มหาวิทยาลัยพยายามเปลี่ยนทุกอณูของมหาวิทยาลัยให้กลายเป็นช่องทางการหากำไร ไม่เว้นแม้แต่ตัวนักศึกษา นักศึกษาไม่ใช่แค่ลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้า แต่ตัวนักศึกษากลายเป็นสินค้าที่เอาไว้ล่อให้บรรดานายทุนและนายทุนตัวจ้อยเข้ามาร่วมลงทุนหรือเข้ามาเช่าพื้นที่ในมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยประพฤติตัวเยี่ยงอำมาตย์ตัวจ้อยปล่อยเช่าที่ดินเพื่อเก็บกินค่าเช่า หารายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมและค่าปรับที่เรียกเก็บจากทั้งคนงานของตัวเองและนักศึกษา รวมทั้งใช้อำนาจกำหนดชีวิตความเป็นไปของคนในมหาวิทยาลัยราวกับตัวเองเป็นเจ้าเหนือหัวกำหนดชี้เป็นชี้ตายกระทั่งเวลาที่นักศึกษาจะเดินเข้าหรือออกจากมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ทำตัวเป็นทุกอย่างในโลก ยกเว้นอยู่อย่างเดียวคือ สถาบันการศึกษาที่มุ่งสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ดี

ข้ออ้างหลักที่ปรากฏบ่อยครั้งเมื่อมหาวิทยาลัยต้องการจะเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างคือ ปัจจัยทางเศรษฐกิจและความจำเป็นของการพัฒนา ข้ออ้างทั้งสองเป็นข้ออ้างแบบครอบจักรวาลที่ยกมาทีไรก็ถูกต้องเสียทุกที ที่เป็นเช่นนั้นเนื่องมาจากอำนาจการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยกระจุกตัวอยู่ในมือคณะผู้บริหาร ตั้งแต่สภามหาวิทยาลัย ไล่ลงมาจนถึงภาควิชา ซึ่งเกือบทั้งหมดมีอาชีพในนามคืออาจารย์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยจึงเป็นเหมือนองค์กรลับที่จัดลำดับอำนาจการตัดสินใจลดหลั่นกันไปตามช่วงชั้น แต่การจัดลำดับขั้นนี้ก็ไม่ได้เป็นไปเพื่อจุดประสงค์อื่นใดนอกจากกีดกันคนส่วนมากออกจากอำนาจการตัดสินความเป็นไปของมหาวิทยาลัย ข้อมูลถูกเปลี่ยนให้เป็นอำนาจ ตัวเลขงบประมาณ รายรับ รายจ่าย เงินคงเหลือ ฯลฯ ล้วนเก็บซ่อนอยู่เพียงภายในแวดวงผู้บริหาร ผู้ไม่รู้โปรดหุบปาก การพัฒนาจำเป็นต้องเกิดเพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถจัดหากระบวนการเรียนรู้ที่เท่าทันความเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าโง่ไม่รู้ว่าความเปลี่ยนแปลงดีอย่างไรก็อย่าอ้าปากเลย ฉันเป็นผู้บริหารที่เปิดกว้างรับฟังและสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้คนจำนวนมากก็เห็นด้วย อย่าเอาเสียงส่วนน้อยมาทัดทานเลย ฯลฯ ข้ออ้างเหล่านี้ไม่เคยมีความหมายเลยเมื่ออำนาจการตัดสินใจว่าสิ่งไหนจำเป็นหรือสิ่งไหนสมควร ซึ่งอันที่จริงต้องมาจากการตัดสินใจร่วมกันของคนทั้งประชาคม กลับไปอยู่ในกำมือของอำมาตย์ที่แฝงตัวในคราบ ‘อาจารย์’

โครงสร้างอำนาจที่เป็นลำดับขั้นนี่เองที่เป็นเสาหลักสำคัญซึ่งคอยค้ำจุนให้พฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตประหลาดที่มีหลายภาคยังสามารถดำรงอยู่ได้ มันดำรงอยู่ด้วยความขัดแย้ง ดำรงอยู่ด้วยหน้ากากของการอนุรักษ์พร้อม ๆ ไปกับหน้ากากของการพัฒนา มันสวมหน้ากากของศักดินา พร้อม ๆ กับหน้ากากของทุน มันสวมหน้ากากของคำว่ามีวิสัยทัศน์ พร้อม ๆ กับกระดิ่งห้อยจมูกที่ถูกจูงโดยกลุ่มทุน ความขัดแย้งของมันเป็นความขัดแย้งลวงหลอก ปิดบังความขัดแย้งที่เป็นจริง ระหว่างความเป็นส่วนรวมของคนหมู่มาก กับความเป็นส่วนตัวของกลุ่มคนเพียงหยิบมือ ที่ถือหางกันไปมา และคิดว่าระบบห่วงโซ่บรรณาการนี้จะไม่มีวันจบสิ้น

กระนั้น ประชาคมสีม่วงก็ไม่เคยยินยอมโดยง่าย เหตุการณ์การเข้ายึดหอศิลป์เพื่อจัดแสดงงานอย่างเป็นประชาธิปไตยนั้นก็เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นาน มหาวิทยาลัยที่กำลังถูกบ่อนทำลายลงโดยอำมาตย์จำนวนน้อยนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของการต่อสู้แย่งชิงตั้งแต่ก่อนมันถือกำเนิดเกิดขึ้นมาบนพื้นดินล้านนาเสียด้วยซ้ำ มหาวิทยาลัยที่ประชาคมล้านนาเรียกร้องให้เกิดขึ้นเพื่อรับใช้และเป็นพื้นที่ของส่วนรวมยังคงมีจิตวิญญาณของการขัดขืนและสร้างสรรค์ปกคลุมอยู่เสมอมา พลังที่วนเวียนไม่หายไปไหนเหล่านี้อาจสว่างเจิดจ้าเสียจนตาที่พร่ามัวของผู้บริหารแว่นเตอะคงมองไม่เห็นเสียกระมัง เราจะหวังอะไรกับกลุ่มชนชั้นนำอำมาตย์ที่มองไม่เห็นแม้กระทั่งหมอกควันที่บ่อนทำลายสุขภาพปอดของประชาคม เราจะหวังให้เขาเห็นควันไฟที่กำลังลุกโชนท่วมทุ่งที่พวกเขากำลังเสวยภัตตาหารสีเขียวแสนอร่อยอยู่งั้นฤๅ?

เมื่อผู้บริหารกำลังหยิบยื่นพื้นที่แห่งทุนในนามพื้นที่ “ทำงานร่วมกัน” ให้กับเราชาวประชาคม โดยทุบทำลายพื้นที่ส่วนรวมที่เหลือน้อยอยู่แล้วนั้น พวกเขาไม่ได้นึกเฉลียวใจเลยว่า บุตรหลานทั้งหลายของเขาเหล่านั้นอาจนำพามันไปสุดทางก็ได้ หากท่าน “เคลียร์” พื้นที่ว่างให้พวกเขาใช้ ก็โปรดระวังว่าพวกเขาจะใช้มันเป็นฐานทำการเพื่อ “ทำงานร่วมกัน” โค่นล้มท่านออกจากบัลลังก์ ดังที่กำลังดำเนินการอยู่ในหมู่วิจิตรสิ้นนี้ก็เป็นได้

ขอท่านโปรดระวัง และรีบถอยก่อนที่ท่านจะเจอป้ายประกาศว่า “มช. เปิดอลังการวันนี้ อาคารศูนย์ทำการครบวงจร ขนมวลชนมาเพียบ รวมความคิดก้าวหน้าไว้เพียบ จุคนได้นับพัน” เพื่อเปลี่ยนห้องผู้บริหาร คณบดี และพื้นที่ส่วนตัวของอำมาตย์ ให้กลายเป็นห้องสมุดน้อยใหญ่เข้าแทนที่ และไม่ให้มีพื้นที่ของท่านในมหาวิทยาลัยของประชาคมอีกเลย.

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การที่เรือรบ USS อับราฮัม ลินคอล์น (CVN-72) เดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อ “ท่องเที่ยวพักผ่อน” ก่อนจะกลับไปปฏิบัติภารกิจคร่าชีวิตประชาชนในเอเชียตะวันตกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคัดค้านโดยทันที สำหรับพวกเราชาวไทย และสำหรับผู้คนทั่วโลกที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกอเมริกาปล้นสะดม นี่นับเป็นการเขย่าโซ่ตรวนอาณานิคมของยุคสงครามเย็นของสหรัฐฯ ที่มีต่อสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดของตน

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The arrival of the USS Abraham Lincoln (CVN-72) for a “leisure trip” in Thailand before returning to its campaign of destruction against the people of West Asia demands immediate interrogation and opposition. For us Thai people, and those in sites of American plunder across the globe, this a rattling of the US’ cold war colonial chains on its most loyal lap dog, while conducting a war of aggression in Iran and the ongoing genocide in Palestine.

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

โครงสร้างด้านความมั่นคงที่แพร่หลายในยุคสงครามเย็นกำลังครอบงำประเทศไทยอย่างเต็มตัว เครือข่ายทางการเมืองเทาในพื้นที่ชายแดนรอบนอก ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในยุค 2490 เพื่อเป็นกองกำลังรักษาความมั่นคงต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และได้เข้าสู่การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาในยุค 2520 ภายหลังการล่มสลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้ครอบงำการปกครองของประเทศไทยอย่างถี่ถ้วน 

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and extra-parliamentary politics in the 1980s after the fall of the communist movement, since then they have come to dominate Thailand’s governance, today coalescing around the ultra-reactionary Bhumjaithai party

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?