บทนำ สู่เฟมินิสต์ที่มีสำนึกชนชั้น

by | Jul 1, 2022 | Articles บทความ, ทฤษฎี Theory, สตรีนิยม Feminism, แนะนำ Introducing, ไทย

แปล กุลณัฐ จิระวงศ์อร่าม บรรณาธิการ สหายเวลา

การอ่านเรื่องแรงงานแบบมาร์กซิสต์นั้นทำให้เราเห็นว่า แรงงานทุกคนต่างถูกกดขี่จากชนชั้นกลาง-กระฎุมพี อย่างไรก็ตาม แรงงานและงานมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบที่ได้ค่าตอบแทนและแบบที่ไม่ได้ค่าตอบแทน อย่างคนทำความสะอาดในออฟฟิศได้รับเงินเดือนปกติ แต่ผู้หญิงที่ทำความสะอาดบ้านกลับไม่ได้ แม้จะทำงานเหมือนกัน ฉะนั้นแล้ว หากจะดูว่าแรงงานในบ้านถูกเอาเปรียบอย่างไร เราต้องลองใช้แนวคิดวิพากษ์แบบมาร์กซ และนี่คือ เฟมินิสต์ที่มีสำนึกทางชนชั้น งานที่ถูกทำให้เป็นของผู้หญิงและแรงงานผลิตซ้ำ งานพวกนี้เป็นงานที่ส่งเสริมการผลิตซ้ำสภาพตามทุนนิยม บางครั้งได้ค่าแรง แต่บ่อยครั้งมักไม่ได้ เวลาเราพูดถึงงานผลิตซ้ำ เราหมายถึงกิจกรรมที่สานต่อชีวิต อย่างงานเลี้ยงเด็ก งานทำความสะอาด งานหาเลี้ยงครอบครัว และอื่นๆ งานแบบนี้ถูกทำให้เป็นงานของผู้หญิง เรียกกันง่ายๆ ว่า การแบ่งแยกงานตามเพศ งานผลิตซ้ำนั้นมักจะตกเป็นหน้าที่ของผู้หญิงก่อน และมักจะไม่ได้รับค่าตอบแทน ในขณะที่ “งานผู้ชาย” มักจะได้ค่าจ้าง — ปกติแล้วเมื่อเทียบกัน “งานผู้ชาย” ถูกมองว่าเป็นงานหนักกว่า งานผู้หญิง เป็นงาน “นุ่มนวล” เมื่อเทียบกัน เพราะฉะนั้นก็เลยสมเหตุสมผลที่งานผู้ชายจะได้ค่าแรง (ซึ่งปกติก็สูงกว่า) แรงงานผลิตซ้ำแบบที่ได้และไม่ได้ค่าแรงนั้นเราเรียกว่า งานผลิตซ้ำแบบทางการและไม่เป็นทางการ งานผลิตซ้ำแบบทางการและไม่เป็นทางการ งานทางการ – ได้ค่าตอบแทน เช่น พยาบาล พนักงานทำความสะอาด งานบริการทางเพศ งานเลี้ยงเด็ก “แม่บ้าน” (แค่ชื่อก็กำหนดให้เป็นหญิงแล้ว) งานไม่ทางการ – ไม่ได้ค่าตอบแทน งานเหมือนด้านบนแต่ไม่มีค่าจ้าง เช่น “แม่บ้าน” (ผู้แปล: ต้นทางใช้คำว่า housewife ในบริบทนี้แปลว่าภรรยาที่ดูแลบ้าน ซึ่งภาษาไทยใช้คำว่าแม่บ้านไม่ต่างจากพนักงานทำความสะอาดหญิง) หลายต่อหลายครั้ง ผู้หญิงถูกคาดหวังให้ทำตามบทบาททางการและไม่ทางการในเวลาเดียวกัน เวลาแม่บ้านได้รับค่าจ้างให้ทำความสะอาดและดูแลลูกของคนอื่น พวกเธอก็ต้องกลับมาบ้านเพื่อทำความสะอาดบ้านของตัวเองและดูแลลูกของตัวเองอีก โดยไม่ได้ค่าตอบแทน สิ่งนี้เรียกกันว่า ภาระซ้ำซ้อน หรือ การทำงานสองกะ การที่มวลชนหญิงเข้าสู่ตลาดแรงงานนั้นเป็นพัฒนาการของทุนนิยมเมื่อไม่นานมานี้เอง พอผู้หญิงเริ่มเข้าสู่ตลาด พวกเธอไม่ได้ถูกมองว่าเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวเป็นคนแรก เลยกลายเป็นว่าการจ่ายค่าแรงพวกเธอน้อยกว่าผู้ชายเป็นเรื่องสมเหตุสมผล ในปัจจุบันก็ยังมีความเหลื่อมล้ำทางเพศเรื่องรายได้เช่นนี้อยู่ เรื่องนี้ลามไปถึงการแบ่งงานตามเพศในระดับโลก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เราเข้าใจว่า ทุนนิยมพึ่งพิงปิตาธิปไตยเชิงโครงสร้างอย่างไร เมื่อลองดูห่วงโซอุปทานสินค้าระดับโลกจะเห็นว่า อุตสาหกรรมที่มีการกดขี่สูงมากนั้นเจาะจงไปที่แรงงานผู้หญิง เห็นได้ชัดๆ จากโรงงานในซีกโลกใต้ (ผู้แปล: Global South เป็นคำที่ไม่ได้อ้างอิงตามหลักภูมิศาสตร์ เป็นคำที่ไว้เหมารวมๆ ประเทศใดก็ตามที่ไม่ใช่ตะวันตกตามขนบ) มักจ้างผู้หญิงเป็นคนในสายพานการประกอบสินค้า โดยเฉพาะในโรงงานเสื้อผ้า นั่นเป็นเพราะนายทุนตามหาค่าแรงที่ต่ำสุดที่เป็นไปได้ในโลกใบนี้ พวกเขาเลยเจาะจงผู้หญิง หรือแม้กระทั่งเด็ก ในซีกโลกใต้ ผู้หญิงและชนชั้น เฟมินิสต์หลายคน รวมถึงลิเบอรัลเฟมินิสต์ มองเห็นพลวัตแรงงานผลิตซ้ำทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ การวิพากษ์แบบชนชั้นนี้ยังขยายความไปถึงบทบาทของกระฎุมพีหญิง ตอนที่พวกเธอจ้างผู้หญิงอีกคนให้ทำงานผลิตซ้ำให้พวกเธอโดยจ่ายค่าแรง มันทำให้ผู้หญิงบางคนโอนอ่อนไปกับเศรษฐกิจทุนนิยม หลายครั้งพวกเธอโดนเอาเปรียบและเป็นผู้ขายแรงงาน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นชนชั้นกระฎุมพีในมุมเล็กๆ อีกหนึ่งคน เพราะตอนนี้พวกเธอคือผู้คุมแรงงานหญิงอีกคนเช่นกัน ตัวอย่างชัดเจนของการเอาเปรียบรูปแบบนี้คือการอุ้มบุญ ร่างกายผู้หญิงถูกเปลี่ยนเป็นสินค้าในรูปแบบ โรงงาน ผลิตเด็กให้ เจ้าของโรงงาน ถึงแม้ว่าผู้หญิงจะมีประสบการณ์โดนกดขี่เหมือนกันในหลายๆ ชนชั้น แต่อย่าลืมด้วยว่าการเน้นย้ำเรื่องชนชั้นกับเฟมินิสต์ก็เป็นเรื่องสำคัญเวลาพูดถึงเรื่องงานผลิตซ้ำ ปิตาธิปไตยและทุนนิยม เมื่อวิเคราะห์ผ่านมุมมองชนชั้น เราจะเห็นว่าวิธีที่ทุนนิยมสร้างความร่ำรวยนั้นตั้งอยู่บนแรงงานผลิตซ้ำแบบไม่เป็นทางการที่ถูกทำให้เป็นเรื่องของผู้หญิง — ให้สร้าง ให้หุงหาอาหาร ให้ดูแล ให้ผลิตแรงงานเพิ่ม ทุนนิยมอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เลยพึ่งพิงปิตาธิปไตยดังหนึ่งเสาหลักอันมีแรงงานหญิงคอยค้ำรักษามันเอาไว้ องค์กรด้านสังคมหลายองค์กรได้ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างปิตาธิปไตยและทุนนิยมให้เป็นประโยชน์ เช่น ศาสนา ศาล ระบบการศึกษา และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดก็ช่วยเสริมวัฒนธรรมปิตาธิปไตยระดับโลกที่ซึมลึกไปทุกอณู บทวิพากษ์ลิเบอรัลเฟมินิสต์ ลิเบอรัลเฟมินิสต์ต่างจากเฟมินิสต์ที่มีสำนึกชนชั้นตรงที่ให้ความสำคัญกับการกดขี่ผู้หญิงแบบปัจเจกมากกว่าจะมองสภาพโครงสร้างเศรษฐกิจสังคมที่ทำให้ผู้หญิงต้องอยู่กับการถูกเอาเปรียบ ถ้าให้ลิเบอรัลเฟมินิสต์ทำเรื่องแรงงานก็คงเล่นเรื่องผู้หญิงในที่ทำงานในระดับปัจเจก เช่น สนับสนุนให้ผู้หญิงเป็น CEO ของบริษัท และเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจแบบเป็นทางการ ในขณะที่เฟมินิสต์ที่มีสำนึกชนชั้นจะส่งเสริมให้กำจัด CEO และการควบคุมแรงงานของบริษัท กำจัดสภาพการทำงานที่ถูกทำให้เป็นของผู้หญิงและโครงสร้างปิตาธิปไตยภายใน และเมื่อมองแรงงานผลิตซ้ำแบบไม่เป็นทางการ ลิเบอรัลเฟมินิสต์ก็จะแกล้งเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ และเถียงว่าผู้หญิงที่สามารถจ้างคนอื่นให้ทำงานผลิตซ้ำของตัวเองได้ เช่น เลี้ยงเด็ก ก็ตอบแทนเพียงพอแล้วด้วยค่าแรง การมองแบบนี้ละเลย ภาระซ้ำซ้อน ของงานที่ถูกทำให้เป็นของผู้หญิงไปซะโต้งๆ เฟมินิสต์แบบคำนึงถึงชนชั้นเห็นว่าการปลดปล่อยผู้หญิงและแรงงานนั้นแยกกันไม่ออก เห็นว่าถึงแม้ผู้หญิงจะถูกกดทับด้วยโครงสร้างปิตาธิปไตย ผู้หญิงบางคนก็ยังสามารถได้ประโยชน์จากงานที่ถูกทำให้เป็นของผู้หญิง เพราะฉะนั้น เฟมินิสต์รูปแบบนี้เรียกร้องให้กำจัดโครงสร้างทุนนิยมปิตาธิปไตย เพื่อที่จะได้ปลดปล่อยผู้หญิงอย่างแท้จริงจากงานที่ถูกทำให้เป็นของผู้หญิง งานทุกงานที่กดขี่ และโครงสร้างสังคมปิตาธิปไตย


อ่านเพิ่มเติม แคมเปญค่าแรงงานบ้านเป็นแคมเปญที่ตั้งคำถามอย่างถึงรากถึงโคนเกี่ยวกับความเข้าใจที่เรามีเรื่องการงาน นิยามใหม่ว่าแรงงานคืออะไร และสิ่งไหนที่ไม่ใช่ เน้นให้เห็นงานที่ถูกทำให้เป็นของผู้หญิงซึ่งมักโดนเอาเปรียบโดยไม่ให้ค่าแรง แคมเปญนี้ไม่ได้เรียกร้องให้จ่ายค่าตอบแทนแรงงานเหล่านั้น แต่เรียกร้องให้เห็นงานรูปแบบต่างๆ ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องทำ–ที่บ้าน

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การที่เรือรบ USS อับราฮัม ลินคอล์น (CVN-72) เดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อ “ท่องเที่ยวพักผ่อน” ก่อนจะกลับไปปฏิบัติภารกิจคร่าชีวิตประชาชนในเอเชียตะวันตกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคัดค้านโดยทันที สำหรับพวกเราชาวไทย และสำหรับผู้คนทั่วโลกที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกอเมริกาปล้นสะดม นี่นับเป็นการเขย่าโซ่ตรวนอาณานิคมของยุคสงครามเย็นของสหรัฐฯ ที่มีต่อสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดของตน

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The arrival of the USS Abraham Lincoln (CVN-72) for a “leisure trip” in Thailand before returning to its campaign of destruction against the people of West Asia demands immediate interrogation and opposition. For us Thai people, and those in sites of American plunder across the globe, this a rattling of the US’ cold war colonial chains on its most loyal lap dog, while conducting a war of aggression in Iran and the ongoing genocide in Palestine.

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

โครงสร้างด้านความมั่นคงที่แพร่หลายในยุคสงครามเย็นกำลังครอบงำประเทศไทยอย่างเต็มตัว เครือข่ายทางการเมืองเทาในพื้นที่ชายแดนรอบนอก ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในยุค 2490 เพื่อเป็นกองกำลังรักษาความมั่นคงต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และได้เข้าสู่การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาในยุค 2520 ภายหลังการล่มสลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้ครอบงำการปกครองของประเทศไทยอย่างถี่ถ้วน 

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and extra-parliamentary politics in the 1980s after the fall of the communist movement, since then they have come to dominate Thailand’s governance, today coalescing around the ultra-reactionary Bhumjaithai party

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?