Capitalocene – การค่อย ๆ ล่มสลายลงของสิ่งแวดล้อม

by | Sep 10, 2022 | Articles บทความ, Translation, ความคิดเห็น Opinion, ไทย

ระบบทุนนิยมค่อย ๆ พรากชีวิตออกไปจากโลก มหาสมุทร และป่าเขา เรากำลังเผชิญกับภูมิประเทศรกร้างว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งชีวิต โลกกำลังล่มสลายลงอย่างช้า ๆ จนเราแทบไม่ทันสังเกต

เกิดปรากฏการณ์ผิดธรรมชาติอันเป็นผลมาจากช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงชั่วชีวิตเดียวของมนุษย์ นั่นคือ เรามองว่าโลกทุกวันนี้อยู่ในสภาวการณ์ “ปกติ” สิ่งนี้เรียกกันว่า “สภาวะเส้นฐานขยับ” (Shifting Baseline Syndrome) วิธีการหนึ่งในการทำความเข้าใจสภาวะเส้นฐานขยับ (shifting baseline) นี้ก็คือการทำความเข้าใจก่อนว่าสภาพแวดล้อมที่เราถือกันว่า “เป็นธรรมชาติ” ในปัจจุบันนั้นถูกดัดแปลงจากสิ่งที่เคยเป็นมาในอดีตอย่างไรบ้าง

ป่าไม้เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในบรรดาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ในขณะที่พื้นที่ป่าปกคลุมเปลี่ยนไปเยอะมากในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา แต่ก็มีการดัดแปลงพื้นที่ป่าอย่างเห็นได้ชัดมากกว่า ตัวอย่างเช่น ตั้งแต่ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยุโรปเดินทางมาถึงทวีปอเมริกา 90% ของป่าดิบที่เคยปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในรัฐทางใต้ 48 รัฐก็ไม่มีอยู่อีกต่อไป อย่างไรก็ดี เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่าป่าดิบมีหน้าตาเป็นอย่างไรเพราะมีข้อมูลอ้างอิงหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย ป่า เก่าแก่ (old-growth) หลายแห่งถูกแทนที่ด้วย “ป่า” ที่มนุษย์ปลูกขึ้นมาเอง ซึ่งเรียกว่า ฟาร์มต้นไม้ (tree farms) น่าจะถูกต้องกว่า กระทั่งป่าหลายแห่งที่ถูกจำแนกอย่างเป็นทางการว่าเป็น “ป่าเก่าแก่” ก็ยังถูกตัดลงเมื่อช่วงต้น ๆ ศตวรรษที่ 20 แม้ลักษณะบางอย่างของป่าจะใช้เวลาหลายพันปีถึงจะโตเต็มที่ก็ตาม

ด้วยความที่เรามองไบโอมบนบก (ชีวนิเวศบนบก) อย่างไม่เป็นกลาง มหาสมุทรที่ดีในความคิดของเราก็ยิ่งผิดเพี้ยนเข้าไปใหญ่ นับตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา วาฬ ซึ่งเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ก็ถูกฆ่าอย่างเป็นอุตสาหกรรม เหตุผลคือเพื่อตอบสนองความต้องการน้ำมันตะเกียง (lamp oil) ของชาวยุโรป โดยเป็นสิ่งที่นำออกมาจากส่วนที่เรียกว่า blubbler (เปลวไขมันระหว่างผิวหนังและกล้ามเนื้อของปลาวาฬ) ส่งผลให้ประชากรวาฬลดลงถึง 99% ภายในศตวรรษเดียว ถ้าเราไม่ได้เปลี่ยนไปใช้น้ำมันปิโตรเลียมในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 วาฬคงจะถูกล่าจนแทบสูญพันธุ์อย่างแน่นอน

ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าจำนวนประชากรวาฬที่ลดฮวบลงนั้นส่งผลกระทบโดยรวมอย่างไรบ้าง แต่เชื่อกันว่า การลดลงของมูลวาฬซึ่งเป็นปุ๋ยอาหารให้แก่สาหร่ายทะเลนั้นส่งผลให้ผลผลิตของสายใยอาหารในมหาสมุทรเสียหายอย่างถาวร และถึงขั้นทำให้สภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงไปเลย

สัตว์ทะเลชนิดอื่น ๆ ไม่ได้โชคดีเท่าไรนัก ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยุโรปได้บรรยายถึงฝูงปลาค็อด (cod stocks) ในแกรนด์แบงค์แห่งอเมริกาเหนือ (Grand Banks of North America) (บริเวณน้ำตื้นของไหล่ทวีปอเมริกาเหนือ ในมหาสมุทรแอตแลนติก อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะนิวฟันด์แลนด์ ประเทศแคนาดา-วิกิพีเดีย) โดยเล่าว่า แหล่งตกปลานั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาถึงขั้นที่พวกเขาสามารถเหยียบกรายลงไปได้ แต่หลังจากการเกิดขึ้นของการประมงเชิงพาณิชย์สมัยใหม่ในทศวรรษที่ 1960 อัตราการขูดรีดในแกรนด์แบงก์ก็เพิ่มสูงเกินกว่าที่ปลาค็อดจะรับได้ ทำให้ฝูงปลาที่ครั้งหนึ่งเชื่อกันว่ามีให้ใช้ไม่จำกัด หายไปอย่างรวดเร็ว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนเริ่มสังเกตเห็นว่า แมลงที่บินมาติดกระจกหน้ารถของพวกเราจำนวนลดลงอย่างมากหลังการเดินทางไกลเมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน ๆ มาซึ่งเรียกกันว่า “ปรากฏการณ์กระจกหน้ารถ” (windshield phenomenon) จากการศึกษาในเวลาต่อมาพบว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากระบบแอโรไดนามิกส์ (aerodynamics) ของรถยนต์สมัยใหม่ หรือการเลือกจำ (selective memory) ของคน แต่ปรากฏการณ์นี้เป็นหลักฐานที่ยืนยันจริง ๆ ว่า จำนวนแมลงทั่วโลกลดลงไปอย่างน่าตกใจ สาเหตุหลักก็คือการใช้ยาฆ่าแมลงอย่างแพร่หลาย รวมไปถึงการแทนที่ทุ่งดอกไม้ป่าด้วยถั่วเหลืองหรือข้าวโพด บางคนอาจดีใจที่สิ่งที่มักถูกมองว่าเป็นศัตรูพืชนั้นลดน้อยลง แต่หารู้ไม่ว่า แมลงเป็นรากฐานของสายใยอาหารซึ่งไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้ และยังผสมเกสรพืชจำนวนนับไม่ถ้วนอีกด้วย

สภาวะเส้นฐานขยับส่วนหนึ่งนั้นเป็นผลมาจากการที่เรามักจะไม่สังเกตเห็นสิ่งที่หายไปมากเท่ากับการสังเกตเห็นสิ่งใหม่ ๆ ตัวอย่างเช่น ในยุโรปช่วงทศวรรษที่ 1960 ผู้คนเริ่มพูดว่าไม่ได้ยินเสียงนกร้องเป็นเพลงในช่วงฤดูใบไม้ผลิซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก ราเชล คาร์สัน (Rachel Carson) นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมได้เริ่มวิเคราะห์เรื่องนี้ โดยพิจารณาจากการฉีดสารกำจัดศัตรูพืชสุ่มสี่สุ่มห้า เช่น DDT ในพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อกำจัดยุงและพบว่ามันทำให้ประชากรนกป่าลดลงไปอย่างมาก

วิทยาศาสตร์ทำให้เราสามารถมองย้อนกลับไปได้ไกลยิ่งกว่า ตลอด 3.5 พันล้านปีนับตั้งแต่มีสิ่งมีชีวิตกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ มีการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่อยู่ 5 ครั้งด้วยกัน และกิจกรรมของมนุษย์กำลังนำไปสู่การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ที่ 6 และแม้สิ่งมีชีวิตจะแสดงให้เห็นว่าฟื้นคืนสภาพได้ไวอย่างน่าเหลือเชื่อหลังเหตุการณ์สูญพันธุ์แต่ละครั้ง ความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลกกลับต้องใช้เวลาหลายล้านปีในการฟื้นตัว

การสูญพันธุ์ที่เกิดจากมนุษย์นี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ใหม่ในประวัติศาสตร์ แต่ *อัตรา* การสูญพันธุ์ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาได้เร่งเร็วขึ้นจนถึงจุดที่มันกลายเป็นภัยคุกคามในระดับเดียวกับสงครามนิวเคลียร์ต่อความอยู่รอดระยะยาวของเราเอง การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่หมายถึงการสูญเสียมากกว่า 70% ของสปีชีส์ที่ดำรงชีวิตอยู่ตลอดระยะเวลา 2 ล้านปี ดังนั้น ลองพิจารณาดูว่า อัตราการสูญพันธุ์ในปัจจุบันนั้น *เร็วกว่า* การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งล่าสุดถึง 20-100 เท่า ซึ่งเกิดจากการพุ่งชนของดาวเคราะห์น้อยที่ปิดฉาก “ยุคไดโนเสาร์” ลง พูดง่าย ๆ ก็คือ ตอนนี้เรากำลังประสบกับเหตุการณ์การสูญพันธุ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วยิ่งกว่าเหตุการณ์ที่ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ เหตุการณ์การสูญพันธุ์ดังกล่าวและยุคใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นบนโลกนี้ได้รับการขนานนามจากหลาย ๆ คนว่าเป็น “Capitalocene”

ลักษณะพื้นฐานในการรับรู้ของมนุษย์อันมีข้อจำกัดอย่างหนึ่งก็คือ เรามักจะมองว่า สิ่งที่ปรากฏอยู่ตอนนี้คือสิ่งที่ดำรงมาตลอดอยู่แล้ว เรามองว่าโลกปัจจุบันของเราเป็นสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่การมองว่าธรรมชาติคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงนี้ขัดแย้งกับธรรมชาติที่แท้จริงของโลกวัตถุ ซึ่งไม่มีสิ่งใดหยุดนิ่งและทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และความเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณเพียงเล็กน้อยตลอดเวลา ซึ่งมักจะไม่เป็นที่สังเกตเห็น สามารถนำไปสู่ช่วงของการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพได้อย่างรวดเร็ว

Capitalocene นำไปสู่การผงาดขึ้นของ “ลัทธิฟาสซิสต์สิ่งแวดล้อม” (“eco-fascism”) ซึ่งเป็นอุดมการณ์ที่สนับสนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยมองว่า มนุษยชาติส่วนมากเป็นหายนะที่ต้องกำจัดออกไป เพื่อจะได้รักษาโลกเอาไว้ดั่งสวนบริสุทธิ์ที่สงวนไว้สำหรับผู้ถูกเลือกให้มีชีวิตอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

น่าเศร้าที่บ่อยครั้งปฏิกิริยาต่อลัทธิฟาสซิสต์สิ่งแวดล้อมกลับถลำลึกลงไปอีกทางแทน นั่นคือการมองโลกว่าเป็นกลไกเครื่องจักร ไม่ได้เป็นอะไรที่มากไปกว่าคลังที่เอาไว้รีดเค้นทรัพยากร เป็นมุมมองหยาบ ๆ ที่มองว่า มนุษย์แยกขาดออกจากหรือ ‘อยู่เหนือ’ สายใยแห่งชีวิตอันสลับซับซ้อนอันเป็นที่พึ่งของพวกเราเอง

นี่คือมุมมองของหลาย ๆ คนในขบวนการสังคมนิยมยุคศตวรรษที่ 20 ไม่ว่าจะเป็นสหภาพโซเวียตและคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งทุ่มหมดหน้าตักไปกับการเพิ่มการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยมองว่ามันจำเป็นอย่างอับจนหนทางที่จะต้องเร่งแซงหน้าจักรวรรดิทุนนิยมที่เป็นภัยคุกคามและป้องกันการรุกราน และคิดว่าความเสียหายต่อโลกถือเป็นเรื่องรอง ทว่าในศตวรรษนี้ เรากำลังเผชิญกับ Capitalocene เราจึงต้องจัดลำดับความสำคัญใหม่เมื่อมองไปยังอนาคตและสู้เพื่ออนาคต ทั้งนี้ก็เพื่อตัวเราเองและคนรุ่นต่อ ๆ ไป

แม้ว่าเหตุการณ์การสูญพันธุ์ในปัจจุบันจะค่อนข้างสั้นเมื่อมองจากเส้นทางประวัติศาสตร์โลกอันยาวนาน ทว่ามันส่งผลกระทบต่อเนื่องไปหลายชั่วอายุคน ดังนั้น ในชั่วชีวิตหนึ่งมันยากมากที่จะจินตนาการถึงการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ๆ ของสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ ยิ่ง 2-3 ปียิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่เมื่อคุณตระหนักถึงสภาวะเส้นฐานขยับแล้ว ก็ยากที่จะมองผืนป่าในแบบเดิมได้อีก มีความรู้สึกน่าขนลุกบางอย่างที่คุณไม่สามารถสลัดมันออกไปได้เวลาเข้าไปในป่าหรือเวลาดำดิ่งลึกลงไปในมหาสมุทร มันคือความรู้สึกของการไม่ขยับเขยื้อนและ *ความว่างเปล่า* แบบที่เราสัมผัสได้ซึ่งกำลังคลืบคลานเข้ามาหาเราอยู่

 

 

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การที่เรือรบ USS อับราฮัม ลินคอล์น (CVN-72) เดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อ “ท่องเที่ยวพักผ่อน” ก่อนจะกลับไปปฏิบัติภารกิจคร่าชีวิตประชาชนในเอเชียตะวันตกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคัดค้านโดยทันที สำหรับพวกเราชาวไทย และสำหรับผู้คนทั่วโลกที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกอเมริกาปล้นสะดม นี่นับเป็นการเขย่าโซ่ตรวนอาณานิคมของยุคสงครามเย็นของสหรัฐฯ ที่มีต่อสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดของตน

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The arrival of the USS Abraham Lincoln (CVN-72) for a “leisure trip” in Thailand before returning to its campaign of destruction against the people of West Asia demands immediate interrogation and opposition. For us Thai people, and those in sites of American plunder across the globe, this a rattling of the US’ cold war colonial chains on its most loyal lap dog, while conducting a war of aggression in Iran and the ongoing genocide in Palestine.

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

โครงสร้างด้านความมั่นคงที่แพร่หลายในยุคสงครามเย็นกำลังครอบงำประเทศไทยอย่างเต็มตัว เครือข่ายทางการเมืองเทาในพื้นที่ชายแดนรอบนอก ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในยุค 2490 เพื่อเป็นกองกำลังรักษาความมั่นคงต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และได้เข้าสู่การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาในยุค 2520 ภายหลังการล่มสลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้ครอบงำการปกครองของประเทศไทยอย่างถี่ถ้วน 

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and extra-parliamentary politics in the 1980s after the fall of the communist movement, since then they have come to dominate Thailand’s governance, today coalescing around the ultra-reactionary Bhumjaithai party

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?