กระ ”ทำ” การเป็นตัวแทน

by | May 31, 2022 | Articles บทความ, Translation, การประท้วง Protest, ความคิดเห็น Opinion, ไทย

ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งติดเข็มกลัดอันใหญ่ มันกลมและมีสีธงชาติยูเครน บนแถบสีฟ้าและเหลืองมีคำว่า “จงทำให้มากขึ้น” พิมพ์อยู่ มันก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วผมก็ยังพยายามที่จะเข้าใจความหมายของมัน ว่าต้องการเสนอถึงอะไร ว่าพวกเราสามารถทำอะไรได้มากขึ้น ทำโดยใครและทำอย่างไร? 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมพบเจอวลี “จงทำมากขึ้น” ที่ถูกขายเป็นหน้าตาของความเห็นอกเห็นใจ

สมมติว่าเธอคนนั้นกำลัง “ทำมากขึ้น” อยู่จริง ๆ ไม่งั้นคงไม่ได้มีเข็มกลัดหรอก ถามว่าเธอกำลังทำอะไรนั้นคำตอบสุดจะไม่ชัดเจน เอาเข้าจริงแล้วผมเองกำลังทำอะไรอยู่? ตอนนี้ผมอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร เป็นผู้จ่ายภาษี ผมกำลังสะสมทุนเพื่อกองกำลังเครื่องจักรสงครามสัญชาติอังกฤษที่ท้ายสุดจะกลายเป็นเครื่องจักรสงครามสัญชาติยูเครน อย่างที่เคยเป็นกับซาอุดิอาระเบีย และอิสราเอล ตัวผมค่อนข้างเป็นพลเมืองที่ว่านอนสอนง่าย ผมไม่คิดจะโยนระเบิดใส่บ้านนายก ผมคงไม่ตัดสายส่งไฟฟ้าหรือไปขัดขวางการขนส่งทางน้ำที่ไหน แต่เอาจริง ๆ ผมก็พูดได้ว่าตัวเองได้ทำสิ่งที่เลวร้ายไว้มาก คือครั้งหนึ่งที่ทุกอะณูในร่างกายผมสั่งการให้ตัวเองกระทำการกามิกาเซ่ ณ แบงก์ชาติสหราชอาณาจักร แต่แล้วผมกลับตอบปฏิเสธ… ด้วยความยินดีครับ กรุงเคียฟ* 

(*อนึ่ง สหราชอาณาจักรทำการสนับสนุนยูเครนด้วยทุนยุทโธปกร หากผู้เขียนได้บอมบ์แบงก์ชาติอังกฤษไปแล้วจริง ๆ ยูเครนอาจตกอยู่ในสถานการณ์ไร้อาวุธปกป้องตัวเอง)

ถึงเราจะสมมติว่าผู้หญิงผู้มีเข็มกลัดคนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะสื่อคำว่า “ทำ” ในทิศทางแบบนั้นก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้เอง แถว ๆ ย่านอาศัยของผมก็พบเห็นธงยูเครนเต็มลานหน้าบ้านโดยพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย แขวนอยู่บนหน้าต่างบ้าง หน้าประตูบ้านบ้าง ส่วนสติ๊กเกอร์หลายดวงบนเสาโคมไฟก็เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป มันมาพร้อมกับคิวอาร์โค้ดให้คุณสแกนและพาคุณไปสู่หน้าเว็บสนับสนุนเงินทุนแก่กองทัพยูเครน คือผมก็ได้จ่ายไปแล้วนะผ่านภาษียังไงล่ะ แน่นอนว่ารัสเซียกำลังบุกยูเครน แต่ตอนนี้มันเหมือนยูเครนกำลังบุกอังกฤษเสียอย่างนั้น แต่กลุ่มคนผู้บริจาคคือคนที่กำลังทำมากกว่าใช่รึปล่าว ผมตอบไม่ได้เลย หรือเอาเข้าจริงแล้ว “พวกเราทุกคนสามารถทำได้ มากกว่านี้” คือประโยคที่ถูก

นี่ไม่ใช่เทรนด์แรกที่ปรากฎอยู่ทั่วท้องถนน ล่าสุดก่อนหน้านี้ก็คือ black lives matter ที่เต็มหน้าต่าง เก่ากว่านั้นก็ applaude the doctors และ Stop Brexit บนผืนธง สติ๊กเกอร์ และหลากหลายการแสดงออกด้วยบทละครเรื่องเดิม ๆ ค่อยยังชั่วหน่อยที่ปัญหาเหล่านี้ได้ถูกแก้ไขล่วงแล้ว เห็นได้จากธงของแต่ละมูฟเมนต์เก่าก่อนที่หายไป และสติ๊กเกอร์ที่หลุดลอกออกตามกาลเวลา… อย่างนั้นสินะ

มันน้อยครั้งมากที่พวกแคมเปญเหล่านี้จะเดินหน้าได้อย่างโดดเดี่ยว บ่อยครั้งเหลือคณาที่พวกมันถูกเผยแพร่ออกมาในรูปแบบของการเคลื่อนไหวแบบบริโภคนิยม อย่างเช่นการระดมคว่ำบาตรแบรนด์บริษัทต่าง ๆ กระทั่งสำนักนิวยอร์กไทส์มก็เพิ่งเผยแพร่บทความที่รวบรวมนามแบรนด์ต่าง ๆ ที่ยังทำการผลิตในรัสเซียให้คุณได้ตัดสินใจเลิกสนับสนุนได้อย่างสะดวก การเคลื่อนไหวแบบเดียวกันเคยเกิดขึ้นในไทย อย่างเช่นที่ผู้ประท้วงได้พากันปิดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์เมื่อปีก่อน แต่แย่หน่อยว่าในประวัติศาตสร์การต่อสู้ตลอดมาเราไม่พบว่าการเคลื่อนไหวในลักษณะนี้จะมีอิทธิพลกับการเปลี่ยนแปลงในทางการเมืองสักเท่าไหร่ ในที่สุดแล้วการคว่ำบาตรบริษัทต่าง ๆ เพื่อหวังจะดึงสติด้านศีลธรรมจากพวกนั้นก็เป็นได้เพียงแค่ตัวแปรใหม่ในสมการทางเศรษฐศาสตร์เท่านั้น มันมีกฎที่ไม่ได้ถูกเขียนไว้แต่ถูกปฏิบัติตาม ๆ กันของตลาดก็คือ การตั้งคำถามว่าจะสร้างยอดขายเพิ่มได้อย่างไรบ้างทั้งจากการ “ยืนหยัดเพื่อยูเครน” หรือแปะธงสีรุ้งบนสินค้าใน pride month เป็นต้น

ยุทธศาสตร์นี้ถูกพิสูจน์มาหลายหนว่าไม่ได้ระแคะระคายพวกธุรกิจคู่กรณีของประชาชน ราวกับเราเป็นลูกกระสุนที่สาดใส่เสื้อเกราะซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตลอดหลายปี ความฉลาดเป็นกรดทำให้พวกนั้นเรียนรู้และสร้างกลยุทธ์ใหม่ ๆ ที่จะอยู่รอดและสร้างรายได้มากขึ้นจากกลุ่มผู้ประท้วงที่ยังต้องบริโภคนี่แหละ ลองดูพวกคีย์เวิร์ดอย่าง “แฟชั่นรักษ์โลก” หรือ “กาแฟจากการค้าที่เป็นธรรม” เพียงคุณเดินเข้าสตาร์บัคคุณก็รู้สึกมีหัวใจของนักเคลื่อนไหวมากกว่าคนอื่น การนโยบายการตลาดเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อขายเท่านั้นแหละ โดยนำภาพลักษณ์การเอาเปรียบของทุนที่เรารู้จักมาปัดฝุ่นทาสีใหม่ให้แลดูว่ามีจุดยืนเดียวกับเรา กลายมาเป็นจุดขายที่ได้ผลอย่างถล่มทลาย

ในความเป็นจริง พวกเรารู้อยู่แล้วว่าการกระทำบนผืนธงและสติ๊กเกอร์ มันไม่มีความหมายอะไร มันเป็นได้มากกว่าการแสดงออกทางศีลธรรมผ่านสัญลักษณ์ของปัจเจกชนอยู่แค่หน่อยนึง แล้วไม่มีการลงมืออย่างเป็นรูปธรรมใด ๆ อีก แม้แต่การบริจากทุนทรัพย์ในเหตุการณ์ Black Lives Matter ก็ไม่ได้สร้างแรงกระทบไปไกลเกินกว่านี้หลังจากการประท้วงสลายและผู้คนกลับบ้านกลับช่อง

ฉะนั้นเองสหาย ความจริงคือเราไม่สามารถลงมือทำได้มากขึ้นแบบนั้นหรอก แต่เราทำอะไรได้บ้าง? คำตอบสั้น ๆ คือ “ไม่มี” ตัวเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกแยกจากกัน ต่างโดดเดี่ยวในเหวลึก ต่างกำลังกรีดร้อง “แด่ความรุ่งโรจน์ของยูเครน!” (Slava Ukraini!) ก้องประเดี๋ยวถูกกลืนกินมิดลงหลุมดำ

แน่นอนว่ามีทางเลือกนอกเหนือจากความมืดมิด แต่ยังไงคุณก็ไม่สามารถช่วยยูเครนและชาวยูเครนผู้รักในประชาธิปไตยจากสงครามนี้ได้

สิ่งที่เราต้องการคือการพิจารณาถึงพลังของ ‘การเป็นผู้กระทำการ’ (Agency) ว่าเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ในระดับใด ถ้าเมื่อเราพูดถึงการเป็นผู้กระทำการมันหมายถึงความสามารถของตัวเองที่จะทำบางอย่าง

คิดถึงสิ่งที่คุณกระทำการได้ เช่นอำนาจในเงื้อมมือที่คุณมีอยู่แล้วในชีวิต สิ่งที่คุณมีปัญญาเปลี่ยนแปลง บางทีคุณอาจมอบอาหารแก่คนไร้บ้านหรือรวมกลุ่มกับเพื่อนเพื่อทำอาหารแจกจ่ายแก่ผู้คนมากมาย… คุณสามารถปรึกษาเพื่อนบ้านเรื่องการปลูกต้นไม้ในละแวก… หรือคุณอาจจับมือกับเพื่อนร่วมงานเพื่อเรียกร้องค่าแรงที่สมเหตุสมผล… ลองเริ่มจากสิ่งเล็กๆ

น่าขันว่าเรามักจะมองว่าความท้าทายเหล่านั้นช่างน่าสะพรึง ความท้าทายอย่างเช่นการทำอาหารให้กับคนแปลกหน้า หรือสร้างสวนร่มรื่นให้กับชุมชนช่างดูยากลำบากเกินความสามารถ ในขณะที่ต่อต้านรัสเซียบุกยูเครนดูเป็นเรื่องที่ใครก็สามารถทำได้ ง่ายๆ โดยการไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ของ ASUS ยังไงล่ะ ให้ผมพูดตรง ๆ เลยนะ… การเลี่ยงไม่ทำอะไร “ไม่เท่ากับ” การเคลื่อนไหวเพื่อสังคมสักนิดเดียว…

น่าเศร้าว่าแม้แต่การลงถนนยังได้ผลน้อยลงจากเราคาดหวังไปมากในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา คุณสามารถนำพาผู้คนนับล้านออกมาแสดงต่อกลุ่มที่กุมทุน มาแสดงให้เห็นว่าผู้คนโกรธแค้นเพียงใดกับความอยุติธรรมในสังคมนี้ แล้วแยกย้ายกลับบ้าน แล้วยังไงต่อไป? แน่อยู่ว่ามันทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นแต่ คุณเพียงปัดเป่าไอพิษให้หายไปได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น ในที่สุดมันก็จะคละคลุ้งเช่นเดิม

ความจริงแล้วเราแต่ละคนมีอำนาจอยู่ในมือเพียงกระจ้อยร่อย ไม่มีอภิสิทธิ์อำนาจบันดาลความเปลี่ยนแปลงแม้แต่สภาพความเป็นอยู่ ณ ตรงหน้า เราต้องเรียนรู้และค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ โดยอำนาจเท่านี้ที่มีอยู่ เป็นหนทางเดียวที่มันจะมีพลังมากขึ้น สร้างความเป็นผู้กระทำแต่ไม่ใช่อย่างโดดเดี่ยว คุณยังมีเพื่อน เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน สหายร่วมอุดมการณ์ ไปอย่างทีละลำดับขั้นคุณจึงสามารถผนึกกำลังของคุณและของพวกเราเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ และ “ลงมือทำ” ให้มากขึ้นได้

 

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การเดินทางพักผ่อนของเรือรบ USS ลินคอล์น ไปยังประเทศไทย: จุดแวะพักของลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ของสหรัฐฯ และอิตถีฆาต (femicide)

การที่เรือรบ USS อับราฮัม ลินคอล์น (CVN-72) เดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อ “ท่องเที่ยวพักผ่อน” ก่อนจะกลับไปปฏิบัติภารกิจคร่าชีวิตประชาชนในเอเชียตะวันตกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคัดค้านโดยทันที สำหรับพวกเราชาวไทย และสำหรับผู้คนทั่วโลกที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกอเมริกาปล้นสะดม นี่นับเป็นการเขย่าโซ่ตรวนอาณานิคมของยุคสงครามเย็นของสหรัฐฯ ที่มีต่อสุนัขรับใช้ที่ภักดีที่สุดของตน

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The USS Lincoln’s “Leisure Trip” to Thailand: A Port Call of US Neocolonialism and Femicide

The arrival of the USS Abraham Lincoln (CVN-72) for a “leisure trip” in Thailand before returning to its campaign of destruction against the people of West Asia demands immediate interrogation and opposition. For us Thai people, and those in sites of American plunder across the globe, this a rattling of the US’ cold war colonial chains on its most loyal lap dog, while conducting a war of aggression in Iran and the ongoing genocide in Palestine.

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

หน่วยสังหาร – เงาทมิฬอันยาวนานแห่งยุค 2490

โครงสร้างด้านความมั่นคงที่แพร่หลายในยุคสงครามเย็นกำลังครอบงำประเทศไทยอย่างเต็มตัว เครือข่ายทางการเมืองเทาในพื้นที่ชายแดนรอบนอก ได้ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในยุค 2490 เพื่อเป็นกองกำลังรักษาความมั่นคงต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และได้เข้าสู่การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาในยุค 2520 ภายหลังการล่มสลายของขบวนการคอมมิวนิสต์ และนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้ครอบงำการปกครองของประเทศไทยอย่างถี่ถ้วน 

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Deathsquads – The Long Shadow of the 50s

Pervasive Cold-War Era security architectures have a stranglehold over Thailand. Grey para-political networks in the periphery border regions, initially established in the 1950s as U.S backed anti-communist security forces, entered into parliamentary and extra-parliamentary politics in the 1980s after the fall of the communist movement, since then they have come to dominate Thailand’s governance, today coalescing around the ultra-reactionary Bhumjaithai party

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

จินตนาการถึงทฤษฎีการพัฒนาใหม่จากซีกโลกใต้

ซีกโลกใต้ต้องสร้างไม่เพียงแต่โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม และสถาบันใหม่เท่านั้น แต่ยังต้องสร้างวิธีคิดใหม่ด้วย ก่อนที่สังคมจะสามารถสร้างอนาคตที่แตกต่างได้ พวกเขาต้องฟื้นฟูความสามารถในการจินตนาการถึงอนาคตนั้นเสียก่อน เราต้องการทฤษฎีการพัฒนาที่ศึกษาประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ทั่วเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ไม่ใช่ในฐานะความเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานสากล แต่ในฐานะแหล่งที่มาของนวัตกรรมทางทฤษฎี นี่คือพื้นฐานสำหรับโครงการทางปัญญาที่แท้จริงของซีกโลกใต้

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?