ACAB การผูกขาดความรุนแรง และอำนาจรัฐ

by | Jul 26, 2022 | Articles บทความ, การประท้วง Protest, ทฤษฎี Theory, แนะนำ Introducing, ไทย

“All Cops are Bastards (ตำรวจทุกคนเป็นคนเลว)” หรือคำย่อ ACAB เป็นวลีติดหูในภาษาอังกฤษที่ทั่วทุกมุมโลกใช้ประณามความรุนแรงจากตำรวจ อย่างไรก็ดี วลีดังกล่าวเป็นมากกว่าแค่วลีที่ติดหูเท่านั้น เพราะมันยังมีที่มาที่ลึกซึ้ง ซึ่งเกี่ยวโยงไปถึงอำนาจของรัฐที่เป็นสถาบัน ความรุนแรง และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ทุน และกรรมสิทธิ์เอกชน ในการทำความเข้าใจบทบาทที่ แท้จริง ของ ตำรวจ และเหตุผลที่ทำให้ พวกเขาทุกคนเป็นคนเลว เราต้องสำรวจบทบาทของรัฐภายใต้ระบบทุนนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเกี่ยวข้องกับความรุนแรงและกรรมสิทธิ์เอกชน

รัฐ

เมื่อพูดถึงความรุนแรงของตำรวจ เพื่อที่เราจะได้เริ่มเห็นเค้าลางบทบาทของตำรวจ เราจำเป็นต้องพิจารณาสิ่งที่รัฐกระทำภายใต้ระบบทุนนิยมเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นรัฐเผด็จการหรือรัฐประชาธิปไตย หน้าที่โดยรวมของรัฐคือ การดูแล พลเมืองของรัฐนั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปจะมาในรูปแบบของการดูแลปกป้องเขตแดน การดูแลสวัสดิการหรือความมั่นคงในชีวิตขั้นพื้นฐาน และการดูแลการดำเนินการของรัฐอย่างราบรื่น แม้ว่าคำกล่าวถึงรัฐในอุดมคติข้างต้นจะมีบางส่วนที่ถูกต้อง แต่มันไม่ได้กล่าวถึงอำนาจการปกครองที่อยู่เหนือชีวิตของพวกเราทุกคน ซึ่งแท้จริงแล้ว มันคือทุน (เงิน) ต่างหาก ในเมื่อรัฐปกครองพลเมืองของรัฐแล้ว ทุนก็ปกครองรัฐ และกำหนดทุกการกระทำที่มาจากรัฐ หรือพลเมืองของรัฐทั้งสิ้น

เมื่อเรามองย้อนกลับไปยังประวัติศาสตร์พัฒนาการของทุนนิยมใน 5 ศตวรรษที่ผ่านมา เราจะเห็นถึงบทบาทที่สำคัญของรัฐในฐานะกลไกที่การเอื้ออำนวยให้ระบบทุนนิยมทำงานอย่างราบรื่น จนกระทั่ง ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เรจะเห็นได้ว่าทุนสามารถพัฒนาและเข้าครอบงำอำนาจรัฐได้สำเร็จ ในวันนี้ ทุนกลายเป็นผู้ครองรัฐ เช่นเดียวกับที่รัฐดำเนินบทบาทในการปกป้องทุนไปเสียแล้ว ความสัมพันธ์รูปแบบนี้จะเห็นได้ชัดเจนมากหากท่านเป็นผู้ติดตามการเมือง

กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล

อย่างไรก็ตาม หากเราพิจารณาดังกล่าวอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว เราจะพบว่ารัฐเป็นองค์ประกอบสำคัญของหนึ่งในทหารเสือของระบบทุนนิยม หรือกรรมสิทธิ์เอกชน เพราะรัฐจัดประเภทและบังคับใช้กฎหมายที่ระบุว่าสิ่งใดเป็นหรือไม่เป็นกรรมสิทธิ์เอกชนนั่นเอง

ตัวอย่าง:

ร้านเบเกอรี่ขนาดใหญ่จ้างคนงานทำขนมผู้หญิงจำนวนกว่าร้อยคน เป็น กรรมสิทธิ์เอกชนของนายทุน 

สลัม ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของคนงานร้านเบเกอรี่ เป็น กรรมสิทธิ์เอกชนของนายทุน 

ขนมปังที่คนงานร้านเบเกอรี่ผลิต เป็น กรรมสิทธิ์เอกชนของนายทุน

ถ้าคนงานร้านเบเกอรี่ซักคนตัดสินใจที่จะขโมยขนมปังหนึ่งแถวที่เธอทำกลับไปบ้านให้คนในครอบครัวได้รับประทานแล้ว เจ้าของโรงงานก็สามารถฟ้องเธอในที่เธอลักขโมยกรรมสิทธิ์เอกชนของพวกเขาภายใต้อำนาจของรัฐผ่านศาลได้ กล่าวโดยย่อก็คือ รัฐเป็นผู้จัดประเภทและบังคับใช้กฎหมายสิทธิ์เหนือกรรมสิทธิ์เอกชนของชนชั้นกระฎุมพีนั่นเอง ความสัมพันธ์ดังกล่าวสามารถประยุกต์ใช้ในบริบทของการปฏิวัติ ที่แรงงานจะต้อง ยึดปัจจัยการผลิต หรืออย่างน้อยก็ก่อตั้งสหภาพแรงงาน

ตัวอย่าง

คนงานของโรงงานเบเกอรี่ (ซึ่งเป็นโรงงานนรก) ถูกกดค่าจ้าง ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม และถูกใช้แรงงานอย่างหนัก พวกเขาจึงรวมกันตั้งสหภาพแรงงาน ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ->

นายทุนผู้เป็นเจ้าของโรงงานเบเกอรี่ไม่ต้องการให้คนงานตั้งสหภาพ และไล่คนงานที่เข้าร่วมสหภาพออก ->

คนงานปฏิเสธที่จะถอนการชุมนุมออกจากโรงงาน จนกว่าเจ้าของโรงงานจะยอมรับการตั้งสหภาพแรงงาน และยอมรับข้อเรียกร้องของสหภาพ ->

เจ้าของโรงงานแจ้งตำรวจเพื่อดำเนินคดีต่อคนงานที่ชุมนุมประท้วง ->

ตำรวจ

หากมองอย่างผิวเผินแล้ว บทบาทของตำรวจดูเหมือนจะเป็นไปเพื่อการปกป้อง พวกเรา หรือพลเมืองทั่วไป อย่างไรก็ดี เราคงต้องย้ำอีกครั้งว่า พวกเราต้องพิจารณาบทบาทเหล่านั้นให้รอบด้าน แม้แต่ด้านของความรุนแรงจากตำรวจที่เห็นได้ชัดอีกหลากหลายกรณีที่ทำให้เราต้องตั้งคำถามกับบทบาทของตำรวจที่เราเคยรับรู้กันมา เพราะในความเป็นจริง ตำรวจมีหน้าที่ในการบังคับใช้อำนาจรัฐเสียต่างหาก กล่าวโดยย่อ หากรัฐสร้างกฎหมายแล้ว ตำรวจก็มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ไม่ว่ากฎหมายดังกล่าวจะได้รับการเห็นชอบจากประชาชนหรือไม่ก็ตาม กฎหมายเหล่านี้ก็ถูกบังคับใช้อย่างโจ่งแจ้งพร้อมกับ ความรุนแรง เพราะหากคุณไม่เชื่อฟังคำสั่งของตำรวจแล้ว ตำรวจก็ต้องใช้อำนาจเพื่อให้คุณเชื่อฟัง

ความรุนแรงที่มาพร้อมกับการบังคับกฎหมายของตำรวจนี้ มักถูกเรียกกันในวงกว้างว่า “การผูกขาดความรุนแรง (Monopoly on Violence)” ซึ่งมีความหมายว่า รัฐ (ที่ใช้อำนาจผ่านตำรวจ) เป็นหน่วยเดียวเท่านั้นที่จะสามารถใช้อำนาจบริหารได้ ดังนั้นแล้ว ความพยายามใดก็ตามจากผู้ที่ไม่ใช่รัฐที่ต้องการเรียกร้องความยุติธรรมจะกลายเป็นสิ่งกฎหมาย และกลายเป็นเหยื่อของความรุนแรงโดยรัฐ เมื่อเป็นเช่นนั้น อำนาจบริหารของรัฐจะถูกบังคับใช้และธำรงรักษาผ่านการใช้ความรุนแรง หากกล่าวโดยย่อ รัฐจะมีอำนาจในการบริหารได้ ก็ผ่านการที่รัฐเองผูกขาดความรุนแรงซึ่งผ่านการบังคับใช้กฎหมายของตำรวจเท่านั้น

ตำรวจที่ดีไม่มีอยู่จริง

หากเป็นเช่นนั้น มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีตำรวจที่ดี เพราะบทบาทหน้าที่ทั้งหมดของตำรวจล้วนแต่เป็นไปเพื่อการรักษาผลประโยชน์จากระบบกรรมสิทธิ์เอกชนของชนชั้นนายทุนทั้งสิ้น แม้ว่าบางครั้ง ตำรวจอาจทำใน “สิ่งที่ดี” ที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีของพลเมือง โครงสร้างอำนาจของตำรวจที่มีไปเพื่อบังคับใช้อำนาจของรัฐก็ทำให้ “สิ่งดี ๆ” ที่ตำรวจแต่ละคนอาจทำในฐานะปัจเจกและเป็นสิ่งที่พนักงานตำรวจยึดถือนั้นไร้ความหมาย ตัวอย่างเช่น ตำรวจนายหนึ่งอาจรักษาชีวิตคนคนหนึ่งได้ ซึ่งนั่นเป็น สิ่งที่ดี แต่มันไม่ได้ทำให้เขาเป็น ตำรวจที่ดี และนี่เป็นเหตุผลของการเพรียกหา การล้มล้างระบบตำรวจ (Abolish the Police) ดังขึ้น เราจำเป็นต้องหมั่นจินตนาการและทดลองวิธีการแบบใหม่ที่มีศักยภาพในการรักษาความยุติธรรม เช่น กองกำลังปกป้องชุมชน กรรมการจัดการความขัดแย้งที่มาจากประชาชน และอื่น ๆ โดยสรุปแล้ว ตำรวจที่ดีคือตำรวจที่ลาออกไปแล้วเท่านั้น

 

 

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

ระบอบอาหารโลกกำลังฆ่าเด็ก

วิกฤตอาหารขาดแคลนและอาหารไม่ปลอดภัย เป็นมากกว่าแค่ปัญหาด้านสุขภาพ แต่บ่งชี้ถึงปัญหาทางโครงสร้างของระบอบอาหารภายใต้ทุนนิยม ที่มองอาหารเป็นสินค้าทำกำไรให้กับบริษัทผูกขาด แทนที่จะเป็นสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

Aung San & “My Fathers Tatmadaw”

On the night of 31 December 1941, at the height of the Imperial Japanese march across Asia, thirty young Burmese men gathered in a house in occupied Bangkok. A silver bowl was brought among them, and a syringe passed around. Blood was drawn from each man’s arm and secreted into the bowl. Together, they pledged loyalty to Burmese independence and eternal comradeship. Through that ceremony, through the spilling and sharing of blood, the Burmese Independence Army was brought into being, and thus the embryonic stage of the Tatmadaw.

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

เมื่อช้างชูคบเพลิงที่มอดดับ

หากพิจารณาจากเรื่องรูปแบบอำนาจ เราก็จะพบว่าความพยายามอย่างยิ่งที่จะค้นหาความหมายหรือเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจฝ่ายเดียวอาจไม่สำคัญเท่ากับการตั้งต้นว่าไม่มีอะไรอยู่เบื้องหลังการทำงานของอำนาจ (นอกจากตัวของอำนาจเอง) ชุมชนผู้สมัครใจยามเช้านั้นสามารถค้นพบเหตุผลมากมายไม่สิ้นสุดที่จะบอกว่าการตัดสินใจของมหาวิทยาลัยมีเหตุผลหรือไร้เหตุผลได้ตลอดตราบเท่าที่การดำรงอยู่ของสภาพบังคับของอำนาจที่ตัดสินใจฝ่ายเดียวถูกบอกปัด การเลือกที่จะเปิดหรือปิดไฟไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากรูปธรรมของอำนาจที่จะบังคับให้ผู้อื่นต้องทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง อำนาจที่พร้อมจะก่อร่างความสมเหตุสมผลให้กับการกระทำของตัวเองเสมอ

ขนมปังและการปฏิวัติ

ขนมปังและการปฏิวัติ

แปลจากบทกลอนของคุณ วิเจย์ ประชาฏ

ขณะที่ฉันอยู่รัสเซีย ปี ค.ศ. 1929 คนขับรถม้าทุกคน [Izvoshchik] จะถามฉันทันทีที่ฉันขึ้นไปบนรถม้า [droshka] ของเขาว่า: ราคาขนมปังในประเทศของคุณเท่าไหร่?
(รีเบคก้า เรย์เฮอร์, 2 เมษายน ค.ศ. 1974)

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

สร้างเอเชียใหม่ในฝันของเรา

ในซีกโลกใต้จะสามารถร่วมมือกันด้วยอธิปไตยและศักดิ์ศรีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างระบอบสถาบันที่รับใช้ประชาชนของตนเองมากกว่าทุนระดับโลกได้หรือไม่ พวกเขาจะสามารถสร้างรูปแบบความร่วมมือที่นอกเหนือไปจากพันธมิตรทางทหารและการพึ่งพาทางตลาดได้หรือไม่

The South – Insurgency & Reaction

The South – Insurgency & Reaction

The south’s political orientation stands in sharp contrast to Thailand’s other periphery regions, which typically lean left and retain strong anti-Bangkok political memories- yet historically, the south was known for its peasant organisers and communist insurgent activity. The transformation of the region into a bastion of right-wing loyalism has long presented a puzzle: Why did the South get so Salim?

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

ภาคใต้ – การลุกฮือต่อต้านสู่ปฏิกริยา

นอดีต ภาคใต้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของผู้นำชาวนาและกิจกรรมการก่อกบฏของคอมมิวนิสต์ การเปลี่ยนแปลงของภูมิภาคนี้ให้กลายเป็นฐานที่มั่นของลัทธิภักดีฝ่ายขวาได้สร้างปริศนามานานแล้วว่า ทำไมภาคใต้ถึงเป็นสลิ่มได้ขนาดนี้?

ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าความเป็นอิสระและเสรีภาพ

ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าความเป็นอิสระและเสรีภาพ

ปัญญาชนและนักกิจกรรมหญิงจากทั่วเอเชียรวมตัวกันเพื่อเปิดเผยความจริงเพียงหนึ่งเดียว: ฐานทัพทหารสหรัฐฯ ที่กระจายอยู่ทั่วทวีปไม่ได้ปกป้องคนของพื้นที่ แต่เป็นการนำสงครามมาสู่แผ่นดิน ทำลายล้างดินแดน และคร่าชีวิตผู้คนไปมากมายเพื่อราคา

ประเทศไทยยุคปลาย 

ประเทศไทยยุคปลาย 

ในปี 2474 ผู้คนได้พูดถึง “สยามยุคปลาย” บ้างไหม? จากการค้นหาอย่างคร่าวๆ ใน Google ดูเหมือนว่าผู้คนจะพูดถึง “ทุนนิยมยุคปลาย” มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่นานมานี้ ขณะวางแผนกับเพื่อนๆ ในกรุงเทพฯ เราต้องคำนึงถึงเรื่องสะพานถล่มในแผนอาหารค่ำของเราด้วย ไม่ใช่แค่สะพานเท่านั้นที่ถล่ม เครนล้มทับรถไฟ รถบัสระเบิด อาคารพังทลาย โกดังระเบิด นี่กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

Late Stage Thailand

Late Stage Thailand

In 1931 did people talk about Late-stage Siam? Given a cursory Google search people seem to be increasingly talking about Late-stage Capitalism (ทุนนิยมขั้นปลาย). Recently, when making plans with friends in Bangkok, we had to factor bridge collapses into our dinner plans. It’s not just bridges that collapse, cranes fall on trains, buses explode, buildings crumble into the ground, warehouses explode. This has become quite routine. 

Nangbaek – The New Ultras

Nangbaek – The New Ultras

The rise of the Nangbaek (นางแบก) movement perhaps marks an entirely new political ideology and approach to Left politics. Domestically, it is the end of political innocence and the key to unlocking a materialist understanding of 21st century politics in the global south.

นางแบกและจุดจบของความบริสุทธิ์ผุดผ่องทางการเมือง

นางแบกและจุดจบของความบริสุทธิ์ผุดผ่องทางการเมือง

การเกิดขึ้นของขบวนการนางแบกอาจเป็นจุดบ่งชี้ถึงอุดมการณ์ทางการเมืองและแนวทางการเมืองฝ่ายซ้ายแบบใหม่ทั้งหมด ในระดับประเทศ อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดสิ้นสุดของความไร้เดียงสาทางการเมือง และเป็นกุญแจสำคัญในการไขความเข้าใจเชิงวัตถุนิยมเกี่ยวกับการเมืองในศตวรรษที่ 21 ในซีกโลกใต้