ฝ่ายขวาจัดประกาศสงครามกับผู้หญิง

by | Mar 16, 2026 | Articles บทความ, Tricon Newsletter, สตรีนิยม Feminism, ไทย

แด่สหาย

 

สวัสดีทักทายจากโต๊ะทำงานไตรทวีป สถาบันวิจัยสังคม

มีสงครามประหลาดปกคลุมลาตินอเมริกา เป็นสงครามที่สมรภูมิรบไม่ได้อยู่แต่เพียงในสภา หรือในชั้นศาล แต่อยู่ในห้องเรียน ห้องครัว โบสถ์ และพื้นที่บนอินเตอร์เน็ตอันแสนฉุกละหุก เป้าหมายคือผู้หญิง กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ เช่น เควียร์ และทรานส์เจนเดอร์ และผู้คนที่เห็นว่าเราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเสรี กระแสฝ่ายขวาจัดจำพวกหนึ่ง อ้างตัวเองว่าปกป้องครอบครัวปิตาธิปไตย คุณธรรม จริยธรรม และประเพณีอันดีงาม แต่เบื้องหลังถ้อยคำเหล่านี้มีเจตนาอื่นแอบแฝง เป้าหมายที่จะหวนคืนสู่สังคมอนุรักษ์นิยมแบบมีชนชั้นเก่า ๆ ในขณะที่โลกปัจจุบันกำลังทำให้ชนชั้นเหล่านี้สั่นคลอน

ขบวนการเฟมินิสต์ หรือสตรีนิยม ค่อย ๆ สลายฐานอำนาจต่าง ๆ ในลาตินอเมริกามาหลายทศวรรษแล้ว ตั้งแต่ขบวนการต่อต้านเผด็จการในทศวรรษ 1970 และ 1980 จนถึงการประท้วงต่อต้านการฆาตกรรมสตรีเพราะเพศสภาพ และเพื่อสิทธิอนามัยเจริญพันธ์ในศตวรรษที่ 21 ผู้หญิงและผู้ที่ต่อต้านกรอบจำกัดของเพศและเพศสภาพแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของชีวิตที่ดีกว่า ขบวนการสตรีนิยมสามารถพูดในสิ่งที่เคยล่องหนและถูกมองข้าม เช่น แรงงานหนักอย่างไร้ค่าตอบแทนในครัวเรือนเพื่อหล่อเลี้ยงสังคม ความรุนแรงที่ซ่อนเร้นในบ้านเรือน หรือความก้าวก่ายของรัฐหรือศาสนา ที่บีบบังคับสภาวะและหน้าที่ต่าง ๆ ต่อร่างกายและความประสงค์ของเรา ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ขบวนการเฟมินิสต์เรียกร้องด้วยการออกเดินขบวนอย่างสามัคคีกัน

แต่ความคืบหน้าเหล่านี้เกิดขึ้นภายใต้เงาของระบอบเสรีนิยมใหม่ ผู้หญิงยังคงต้องแบกรับภาระการดูแลทั่วทั้งลาตินอเมริกา และทั่วทั้งโลก บางคนต้องทำงานนานกว่าด้วยค่าแรงที่น้อยกว่า บางคนไม่มีเงินเดือนเป็นของตัวเอง ความเป็นจริงนี้ได้รับการยืนยันในการประชุมสตรีระดับภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียนครั้งที่ 14 เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2025 ที่กรุงเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคให้คำมั่นสัญญาทลาเท็ลโลโค ซึ่งวางแผน ‘ทศวรรษแห่งการปฏิบัติ’ (ค.ศ. 2025 – 2035) เพื่อสร้าง ‘สังคมการดูแล (care society)’ สังคมที่หน้าที่การดูแลและการดำรงรักษาชีวิตประจำวันเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม ไม่ใช่แค่ของผู้หญิง เพื่อสร้างจิตสำนึกความเท่าเทียมกันทางเพศ ซิตลัญญี่ เฮอร์นันเดซ โมร่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสตรีของเม็กซิโกได้กล่าวทิ้งท้ายว่า คำมั่นสัญญานี้จะเป็น ‘แผนยุทธศาสตร์’ สำหรับอนาคต ประเทศในภูมิภาคนี้ ‘จะไม่ยอมรับความถดถอยลง หรือปล่อยให้ปัญหาลอยนวล เราจะสร้างสังคมการดูแลเพื่อเป็นรากฐานของความสงบสุข ความยุติธรรม ความเสมอภาค และอนาคตของเรา ผ่านการเคลื่อนไหวของเรา’ ตัวแทนในที่ประชุมมองเห็นความจริงที่ขบวนการสตรีนิยมได้เสนอมานาน ระบบทุนนิยมของเราในปัจจุบัน ดำรงอยู่ได้ก็เพราะมีการแบ่งงานทางเพศ โดยการรักษาครัวเรือน ทำอาหารเลี้ยงชีพ และการดูแลรักษาบริบาล เป็นงานที่ไม่มีค่าตอบแทน แต่ตีค่าได้ประมาน 15.9% – 25.3% ของ GDP ในลาตินอเมริกาและแคริบเบียน งานเหล่านี้เกือบทั้งสิ้นทำโดยผู้หญิง ที่คอยช่วยให้สังคมสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างสะดวก

องค์กรสหประชาชาติเคยจัดการประชุมปีแห่งสตรีนานาชาติ เมื่อปี ค.ศ. 1975 ณ กรุงเม็กซิโก ซิตี้ เช่นกัน ปีต่อมาสหประชาชาติได้ประกาศ ‘ทศวรรษแห่งสตรี’ (ค.ศ. 1976 – 1985) ซึ่งปิดท้ายด้วยการประชุมสตรีนานาชาติที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนย่า ในปี ค.ศ. 1985 แต่ข้อกังวลในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2025 ฟังคล้ายกับข้อกังวลที่ไนโรบีเมื่อสี่สิบปีที่แล้ว แทนที่จะเป็นความคืบหน้าที่ชัดเจน การประชุม ค.ศ.​ 2025 ดูจะถูกบดบังด้วยความรู้สึกถดถอย ที่ไม่มีการพัฒนาตลอดสี่สิบปีที่ผ่านมา ความรู้สึกนี้ไม่ได้พบเห็นแค่ในนโยบาย แต่ในภาษาที่ใช้พูดถึงความเท่าเทียมของผู้หญิงด้วย

ในช่วงวิกฤต ชนชั้นปกครองที่พอใจกับสภาวะแบบเดิม ๆ คอยมองหาศัตรูเพื่อที่จะกีดกันการพัฒนา ในทศวรรษที่ผ่านมา ฝ่ายขวาจัดได้สร้างศัตรูชื่อ ‘อุดมการณ์เพศสภาพ’ ขึ้นมา วลีนี้ถูกกล่าวซ้ำ ๆ ไม่รู้จบ จนทำให้การเรียกร้องเสรีภาพในการแสดงออกและศักดิ์ศรีความเป็นคนกลายเป็นภัยคุกคามใหญ่โต ตามความเข้าใจของฝ่ายขวา ขบวนการสตรีนิยมไม่ใช่ขบวนการเพื่อความยุติธรรม แต่เป็นการสมคบคิดเพื่อทำลายมนุษยชาติ ความหลากหลายจึงกลายเป็นภัยอันตรายต่อสังคม หน่วย ‘ครอบครัว’ ถูกตีความอย่างแคบ ๆ ว่าประกอบด้วยแค่ พ่อ แม่ ลูก ซึ่งเป็นป้อมปราการที่กำลังถูกโจมตี สาเหตุของความทุกข์ที่แท้จริง เช่น มาตรการรัดเข็มขัดทางการเงิน ความจน และการขูดรีด กลับถูกปิดบัง แถมขบวนการเหล่านี้ที่หวังจะสร้างสังคมที่ดีขึ้นกลับถูกป้ายสีว่าเป็นตัวการ ความโกรธแค้นจึงถูกเบี่ยงเบนไป ความหวังกลับกลายเป็นความระแวง

หนึ่งในขบวนการต่อต้านที่รุนแรงและเด่นชัดที่สุดคือ ขบวนการ ‘อย่ายุ่งกับลูกของฉัน’ (‘Con Mis Hijos No Te Metas’) สโลแกนนี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกในประเทศโคลอมเบียในปี ค.ศ. 2016 ในการประท้วงต่อต้านเพศศึกษาในโรงเรียน และแพร่กระจายไปทั่วลาตินอเมริกา โดยนักบวชนิกาย evangelical  องค์การนอกภาครัฐอนุรักษ์นิยม และนักการเมืองฝ่ายขวาต่าง ๆ เบื้องหลังคำพูดกะทัดรัดเหล่านี้ มีเครือข่ายอันซับซ้อนที่คอยปลุกปั่นยุยง ใช้อิทธิพลออกกฎหมาย และป่าวประกาศผ่านสื่อต่าง ๆ ว่าความเท่าเทียมทางเพศเป็นเรื่องน่ากลัว ในนามของการ ‘ปกป้องความบริสุทธิ์ของเด็ก’ แต่คนเหล่านี้เพิกเฉยต่อความรุนแรงที่แท้จริงที่กระทบชีวิตของผู้หญิง ผลสำรวจระดับชาติทั่วลาตินอเมริกา ชี้ว่าผู้หญิงทั้งหมด 63% – 76% เคยประสบความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศในชีวิตประจำวัน และหนึ่งในสี่ของผู้หญิงทั้งหมดเคยประสบความรุนแรงทางร่างกายหรือทางเพศโดยคู่รักของตนอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต ยิ่งกว่านั้น ในปี ค.ศ. 2023 จาก 18 ประเทศในลาตินอเมริกาที่รายงานสถิติการฆาตกรรมผู้หญิงเพราะเพศสภาพ 11 ประเทศรายงานอัตราการฆาตกรรมผู้หญิงสูงกว่า 1 ใน 100,000 คน และอัตรานี้กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะจัดการกับปัญหาเหล่านี้ ฝ่ายขวาจัดยังคงแพร่กระจายภัย ‘อุดมการณ์เพศสภาพ’ อย่างต่อเนื่อง

ในรายงานล่าสุดของเรา ‘แผนต่อต้านขบวนการเฟมินิสม์ของฝ่ายขวาในลาตินอเมริกา’ (มีนาคม ค.ศ. 2026) เราเปิดเผยว่าขบวนการของฝ่ายขวาไม่ได้ดำเนินการอย่างโดดเดี่ยวในแต่ละประเทศ แต่ยึดโยงกันเป็นเครือข่ายอนุรักษ์นิยมระหว่างประเทศตั้งแต่วอชิงตัน จนถึงบูดาเปส และบราซิเลีย ในการประชุม เช่น การชุมนุมฝ่ายอนุรักษ์นิยมสหรัฐฯ นักการเมืองขวาจัด ผู้นำคริสตจักรนิกาย evangelical และเหล่าผู้สนับสนุนอันร่ำรวยรวมตัวกันเพื่อประสานงานขบวนการของพวกเขา ขบวนการเฟมินิสม์คือศัตรูร่วมกันในพื้นที่เหล่านี้ คำว่า ‘เสรีภาพ’ ถูกบิดเบือนให้รับใช้อำนาจที่คงเดิมและการกีดกันคนอื่น เงินสนับสนุนไหลข้ามไปยังประเทศต่าง ๆ แผนการต่อต้านแพร่กระจาย และวาทกรรมรุนแรงถูกกล่าวอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งในโลกอินเตอร์เน็ตที่ความโกรธและความกลัวกลายเป็นสิ่งเรียกกระแสสังคม ข้อมูลเท็จแพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าความเป็นจริง

ขณะเดียวกันกับที่ขบวนการต่อต้านนี้แพร่กระจายทั่วลาตินอเมริกา รอบกระแสสตรีนิยมรอบนี้ (ค.ศ. 2015 – 2019) เป็นหนึ่งในรอบกระแสที่ทรงพลังที่สุดในภาคพื้นที่ ผู้หญิงผูกผ้าพันคอสีเขียวออกลงถนนเพื่อเรียกร้องสิทธิในการทำแท้ง ชุมชนรวมตัวกันเพื่อต่อต้านความรุนแรงทางเพศ เฟมินิสต์นานาชาตินัดหยุดงานเพื่อยึดโยงการขูดรีดแรงงานกับความรุนแรงในปิตาธิปไตย การเหยียดสีผิว และการขุดเจาะดึงทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างไม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เช่นนี้แล้ว การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกันทางเพศจึงไม่ใช่แค่การต่อสู้เพียงเพื่อเอกลักษณ์หรือสถานะ แต่รากฐานที่แท้จริงของสิ่งเหล่านี้ที่ต้องเปลี่ยนแปลงคือสังคมปัจจุบัน ฝ่ายขวาจัดต้องการสังคมที่ต่างคนต่างอยู่ จัดวางไว้อย่างแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน อยากให้คนในสังคมนั้นเชื่องและเกรงกลัว สังคมปิตาธิปไตยที่อาจแก้ปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจโดยการบังคับให้ผู้หญิงละทิ้งความฝันและเสรีภาพของตน ทำงานบ้านมากขึ้นโดยไร้ค่าตอบแทน ขณะเดียวกัน ความเหลื่อมล้ำนี้ก็จะถูกมองว่าปกติ ขบวนการสตรีนิยมมองเห็นสังคมที่ดีกว่านี้ สังคมที่โครงสร้างคือการดูแล ไม่ใช่ทุนกำไร ความสมานฉันท์ ไม่ใช่การแข่งขัน ชีวิต ไม่ใช่การสะสมเงินไปวัน ๆ ทางเลือกระหว่างอนาคตสองทางนี้คือการต่อสู้ที่สำคัญที่สุดในยุคของเรา ระหว่างทุนนิยมป่าเถื่อน กับชีวิตและศักดิ์ศรี ทั่วทั้งลาตินอเมริกา ตั้งแต่ถนนในเมืองกรุง ชุมชนกรรมกร จนถึงครัวชุมชน ผู้คนนับล้านยังคงยืนยันที่จะสร้างสรรค์โลกที่สวยงามกว่าเดิม

วันก่อน หลังจากที่อิสราเอลทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่านและเลบานอน ผมได้อ่านชีวประวัติสั้น ๆ ของ โรซาริโอ คาสเตญาโนส กวีเฟมินิสต์ชาวเม็กซิโก ที่ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตเม็กซิโกประจำอิสราเอล ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971 จนเธอเสียชีวิตเมื่อ ค.ศ. 1974 จากอุบัติเหตุไฟช็อต ณ กรุงเทล อาวีฟ ด้วยอายุ 49 ปี สาเหตุการเสียชีวิตของเธอไม่แน่ชัด ข่าวบางที่รายงานว่าเพราะเธอจับโคมไฟในบ้าน หรือไฟดูดหลังอาบน้ำ หรือขณะเสียบปลั๊กไฟ ผมจินตนาการได้ว่าการยึดครองดินแดนชาวปาเลสไตน์โดยอิสราเอล และสงครามยมคิปปูร์ ค.ศ. 1973 คงส่งผลกระทบต่อเธอไม่น้อย แม้ในตำแหน่งเอกอัครราชทูตเธอไม่ได้พูดถึงสถานการณ์ของชาวปาเลสไตน์นัก แต่มีงานเขียนที่น่าสนใจชิ้นหนึ่งหลงเหลืออยู่ในคอลัมน์ประจำของเธอในหนังสือพิมพ์ Excélsior เมื่อปี ค.ศ. 1972 เธอตีพิมพ์บทกวีชื่อ ‘พาสปอร์ต’ (Pasaporte) ซึ่งคล้ายกับบทกวีปาเลสไตน์ ‘พาสปอร์ต’ (Jawaz al-Safar) ของมะห์มูด ดาร์วิช หนังสือเดินทางในทั้งสองบทกวีไม่ใช่แค่หนังสือธรรมดา แต่คอยควบคุมบังคับชีวิต และตัดสินว่าใครสมควรแก่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 

 

ผู้หญิงนักคิด? ไม่ ฉันไม่เคยมีความคิด

และไม่เคยพูดตามความคิดใคร (เพราะความถ่อมตนและบางทีก็จำไม่ได้)

ผู้หญิงที่ลงมือทำหรอ? ก็ไม่ใช่อีกเหมือนกัน

มองดูขนาดแขนขาของฉันก็พอเดาออก

 

งั้นคงเป็นผู้หญิงวาจาสูงส่ง ไม่ ไม่ใช่วาจาสูงส่ง

แต่วาจา –

อันหลากหลาย ขัดแย้ง ไม่สำคัญ เหมือนเพียงเสียงร้อง

ประสานไปมาเหมือนลวดลายอาหรับ เสียงในวงเหล้า

คำนินทา กระจุกกระจิก หายไป

 

แต่ถ้าจำเป็นต้องตีค่าตัวฉัน

เพื่อเขียนลงใบพาสปอร์ต

จงเขียนว่าฉันเป็นผู้หญิงเจตนาดี

ที่ช่วยปูทางสู่ขุมนรกอย่างสะดวกสบาย

 

ด้วยความเคารพ

 

วิเจย์

 

ป.ล. รูปภาพในจดหมายข่าวฉบับนี้มาจากการ์ตูน Colectivo (หมู่คณะ, ค.ศ. 2026) โดย ดานี รักเกอร์รี จากฝ่ายศิลป์ของสถาบันไตรทวีป

 

ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าความเป็นอิสระและเสรีภาพ

ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าความเป็นอิสระและเสรีภาพ

ปัญญาชนและนักกิจกรรมหญิงจากทั่วเอเชียรวมตัวกันเพื่อเปิดเผยความจริงเพียงหนึ่งเดียว: ฐานทัพทหารสหรัฐฯ ที่กระจายอยู่ทั่วทวีปไม่ได้ปกป้องคนของพื้นที่ แต่เป็นการนำสงครามมาสู่แผ่นดิน ทำลายล้างดินแดน และคร่าชีวิตผู้คนไปมากมายเพื่อราคา

ประเทศไทยยุคปลาย 

ประเทศไทยยุคปลาย 

ในปี 2474 ผู้คนได้พูดถึง “สยามยุคปลาย” บ้างไหม? จากการค้นหาอย่างคร่าวๆ ใน Google ดูเหมือนว่าผู้คนจะพูดถึง “ทุนนิยมยุคปลาย” มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไม่นานมานี้ ขณะวางแผนกับเพื่อนๆ ในกรุงเทพฯ เราต้องคำนึงถึงเรื่องสะพานถล่มในแผนอาหารค่ำของเราด้วย ไม่ใช่แค่สะพานเท่านั้นที่ถล่ม เครนล้มทับรถไฟ รถบัสระเบิด อาคารพังทลาย โกดังระเบิด นี่กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

Late Stage Thailand

Late Stage Thailand

In 1931 did people talk about Late-stage Siam? Given a cursory Google search people seem to be increasingly talking about Late-stage Capitalism (ทุนนิยมขั้นปลาย). Recently, when making plans with friends in Bangkok, we had to factor bridge collapses into our dinner plans. It’s not just bridges that collapse, cranes fall on trains, buses explode, buildings crumble into the ground, warehouses explode. This has become quite routine. 

Nangbaek – The New Ultras

Nangbaek – The New Ultras

The rise of the Nangbaek (นางแบก) movement perhaps marks an entirely new political ideology and approach to Left politics. Domestically, it is the end of political innocence and the key to unlocking a materialist understanding of 21st century politics in the global south.

นางแบกและจุดจบของความบริสุทธิ์ผุดผ่องทางการเมือง

นางแบกและจุดจบของความบริสุทธิ์ผุดผ่องทางการเมือง

การเกิดขึ้นของขบวนการนางแบกอาจเป็นจุดบ่งชี้ถึงอุดมการณ์ทางการเมืองและแนวทางการเมืองฝ่ายซ้ายแบบใหม่ทั้งหมด ในระดับประเทศ อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดสิ้นสุดของความไร้เดียงสาทางการเมือง และเป็นกุญแจสำคัญในการไขความเข้าใจเชิงวัตถุนิยมเกี่ยวกับการเมืองในศตวรรษที่ 21 ในซีกโลกใต้

คู่มือเบื้องต้นเกี่ยวกับปิโตรดอลลาร์และสงครามกับอิหร่าน

คู่มือเบื้องต้นเกี่ยวกับปิโตรดอลลาร์และสงครามกับอิหร่าน

ในขณะที่คุณและผมกังวลว่าสงครามและภาวะเงินเฟ้อจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวและประเทศชาติของเราอย่างไร นักลงทุนในตลาดพันธบัตรกลับจ้องมองตัวเลขบนหน้าจออย่างตั้งอกตั้งใจ และคำนวณสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องมือทางการเงินที่ดูซับซ้อนเหล่านั้น หน้าที่ของพวกเขาคือการปกป้องสมบัติของคนร่ำรวย ตลอดห้าสิบปีที่ผ่านมา ความมั่นคงของดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปของพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นั้น ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรียกว่าระบบ ‘ปิโตรดอลลาร์’

ช่องแคบฮอร์มุซ ประตูสู่ทะเลใหญ่

ช่องแคบฮอร์มุซ ประตูสู่ทะเลใหญ่

สำหรับหลายประเทศยากจน สงครามครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากหลายทศวรรษของการปรับโครงสร้างแบบเสรีนิยมใหม่และวงจรการรัดเข็มขัดหนี้สิน ในขณะที่สงครามคุกคามที่จะทำให้หลายประเทศเหล่านี้ล่มสลาย จึงจำเป็นต้องมีการตอบสนองระหว่างประเทศที่ประสานงานกัน

ต่อต้านสงครามอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

ต่อต้านสงครามอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

จิตวิญญาณของมนุษย์นั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะถูกทำลายโดยผู้ทรมาน และจะใช้ทุกวิถีทางเพื่อต่อต้านโลกที่ประวัติศาสตร์แห่งสงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของเรา

เซเนกัลอยู่บนขอบเหวแห่งการล่มสลาย

เซเนกัลอยู่บนขอบเหวแห่งการล่มสลาย

เซเนกัลซึ่งแบกรับภาระจากลัทธิล่าอาณานิคมใหม่และการทุจริตมานานหลายทศวรรษ กำลังเผชิญกับภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกซึ่งประเทศต่างๆ ในซีกโลกใต้ต้องเผชิญอยู่บ่อยครั้ง นั่นคือ จะพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนได้อย่างไรภายใต้ภาระหนี้สินมหาศาล

คิวบาไม่หวาดกลัว

คิวบาไม่หวาดกลัว

มีคนที่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ แต่มีพวกเราอีกมากมายที่สนับสนุนการปฏิวัติ และเราไม่หวาดกลัว

หมู่บ้านละเอปสตีน

หมู่บ้านละเอปสตีน

คุณปู่ของคุณอายุเท่าไหร่ตอนที่แต่งงานกับคุณย่าของคุณ? การแต่งงานครั้งนั้นเป็นการจัดขึ้นอย่างไร? คุณย่ารู้สึกอย่างไรในคืนนั้น? แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้หมายถึงคุณย่าทุกคน บางทีคุณปู่ของคุณอาจจะเป็นส่วนที่ “โอเค” คนหนึ่ง แต่เมื่อคุณอ่านเรื่องราวที่น่าสยดสยองเกี่ยวกับ...

ชาวส้ม

ชาวส้ม

นับตั้งแต่ปี 2562 รูปแบบทางการเมืองใหม่ได้ปรากฏขึ้น ซึ่งเลียนแบบการต่อสู้ของสีเดิม จากเดิมที่เป็นการต่อสู้ระหว่างแดงกับเหลือง ได้เปลี่ยนไปเป็นแดงกับส้ม อย่างไรก็ตาม ในแง่มุมที่แปลกประหลาด การเปลี่ยนแปลงนี้กลับถูกตีความโดยคนภายนอกและผู้ที่เพิ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองไทยว่าเป็นความพลิกผันทางการเมืองนับตั้งแต่พรรคแดงได้กลับมาครองรัฐสภาอีกครั้งหลังการเลือกตั้งปี 2566